left_menu_01left_menu_02left_menu_03left_menu_04left_menu_05left_menu_06
left_menu_07tv12_05left_menu_09
left_menu_10
 
 
hometravelmapworld_heritageairlinehotelweathercontact_us


พฤษภาคม

 
       ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุดประเทศหนึ่ง โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถค้นคว้าได้บ่งชี้ว่าอารยธรรมจีนมีอายุถึง 5,000 ปี
ประเทศจีนมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลายแตกต่างกันไป ทำให้อุดมด้วยทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ครบทุกรูบแบบ สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะมีความสวยงามหลากหลายแตกต่างกันไปตามฤดูกาล บางแห่งสวยงามที่สุดยามดอกไม้เปลี่ยนสี บางแห่งงดงามสุดในช่วงดอกไม้บาน ฉนั้นการไปให้ได้ชมบรรยากาศที่ดีที่สุด ก็ต้องมีการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ในช่วงเดือนพฤษภาคม เป็นช่วงที่ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในเขตภูเขาที่ราบสูง อากาศอบอุ่นกำลังดี เหมาะสำหรับไปท่องเที่ยวเกือบทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเขตทางทิศตะวันตกของประเทศจีน ที่ยังเป็นเขตธรรมชาติที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี จนได้สมญานามว่าดินแดนธรรมชาติที่บริสุทธิ์แห่งหนึ่งของโลกที่ยังเหลืออยู่ สถานที่ที่เหมาะสมแก่การไปเยือนได้แก่
 

แชงกรีล่า / shangrila

meili_mt
 

หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน แชงกรีล่า / Yading

yading_1
 
 
เขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าดิง หรือที่เรียกขานกันว่า “หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน” จากจงเตี้ยน ต้องผ่านเส้นทางเซียงเฉิง-ต่าวเฉิง ห่างจากเมืองต่าวเฉิง ประมาณ 100 กิโลเมตร สูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 3,600 เมตร มหัศจรรย์ใจกับการชมผืนป่าที่มีใบไม้เปลี่ยนสี ผืนหญ้าดารดาษไปด้วยดอกไม้ป่าสดสวย ลำธารใสไหลเย็น และภูเขาหิมะขาวโพลน ธารน้ำแข็งบนโตรกผาแม่น้ำแยงซีที่สูงที่สุดในโลก โดยใช้ม้าเป็นพาหนะเดินทางเพื่อชื่นชมทัศนียภาพที่ยากจะลืมได้ลง เขตอนุรักษ์ธรรมชาติย่าดิง เป็นที่เรียกขานกันว่า “หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน” ของเมืองจงเตี้ยน ตั้งอยู่ใกล้กับแชงกรีลา เป็นหุบเขาสูงเกิน 4,000 เมตร มีหิมะปกคลุมเกือบทั้งปี

หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงินเป็นหุบเขาที่มีความสวยงาม ล้อมรอบด้วย ทะเลหุบเขาถึง 360 องศา และบริเวณไกลออกไปจะมี ป่าไม้ที่มีใบไม้เปลี่ยนสี ผืนหญ้าดารดาษไปด้วยดอกไม้ป่าสดสวย ลำธารใสไหลเย็น ภูเขาหิมะที่ขาวโพลน ต้นกุหลาบพันปีเรียงราย และธารน้ำแข็งบนโตรกผาแม่น้ำแยงซีที่มีความสูงมากจากระดับน้ำทะเล นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นสู่ยอดสูงสุดของหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงินโดยขึ้นกระเช้าไป 2 ช่วงโดยจุดเปลี่ยนกระเช้าจุดแรก จะมีศูนย์ท่องเที่ยวหุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน พอมาถึงจุดปลี่ยนกระเช้าจุดที่ 2 ก็จะมีหมู่บ้านชาวธิเบตที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โดยรอบ

หุบเขาพระจันทร์สีน้ำเงิน สามารถเดินทางขึ้นไปชมหิมะได้ในฤดูหนาวจนถึงต้นเดือน พฤษภาคม หลังจากนั้นหิมะจะเริ่มละลาย จากนั้นต้นกุหลาบพันปี ซึ่งบานเพียงปีละครั้ง จะเริ่มผลิดอกในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม
 

เต๋อชิง / Deqing

deqing_1
 
 
เต๋อชิง เป้นเมืองทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือสุดของมณฑลยูนนาน ทิศตะวันออกติดกับมณฑลเสฉวน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวทิเบต แหล่งธรรมชาติที่งดงามมากมาย เช่น

ธารน้ำแข็งหมิงหย่ง ธารน้ำแข็งยาว 12 กิโลเมตร ตั้งอยู่ด้านข้างยอดเขากาวาคาโป เป็นธารน้ำแข็งที่อยู่ระดับต่ำสุดในโลกแห่งหนึ่ง บริเวณใกล้เคียงเป็นโตรกแม่น้ำหลันชาง ชาวทิเบตถือว่าเป็นธารน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์

ทะเลสาบปิทาไห่ อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 3,266 เมตร แวดล้อมด้วยเขาสามด้าน มีลำธารมารวม 2 สาย เป็นถิ่นอาศัยของนกกระเรียนคอดำ และ นกเป็ดน้ำหวงยา ซึ่งล้วนเป็นสัตว์พันธุ์หายากที่จะพบเฉพาะเขตที่ราบสูงเท่านั้น

วัดเฟยไหล สร้างราวปี ค.ศ.1816 เป็นวัดที่ประดิษฐานรูปปั้นเทพนาเคอจาซี ผู้สถิตอยู่ ณ ยอดเขาคาเกอโป 1 ใน 8 ยอดเขาเลื่องชื่อของทิเบต วัดแห่งนี้มีความสำคัญเพราะเป็นที่ตั้งสถูปอนุสรณ์ของนักปีนเขาชาวจีน 5 คน และชาวญี่ปุ่น 12 คน ที่พยายาม พิชิตเขาคาวาเกอโปแต่ไม่สำเร็จ

เทือกเขาหิมะเหม่ยลี่ เป็นเทือกเขาหิมะที่กั้นพรมแดนระหว่างยูนนานกับทิเบต มียอดเขาที่สูงเกิน 13 ยอดชาวทิเบตถือว่าเทือกเขาแห่งนี้คือมารดาแห่งขุนเขาอันศักดิ์สิทธิ์
 

ล่องแม่น้ำแยงซีเกียง อี๋ชาง และ เขื่อนเก่อโจวป้า / Yichang and Gezhouba

sanxia_1
sanxia_2
sanxia_6
 
sanxia_3
sanxia_4
sanxia_8
 
อี๋ชาง และ เขื่อนเก่อโจวป้า อี๋ชางเป็นเมืองเล็ก ๆ ตอนกลางของลุ่มแม่น้ำแยงซี ก่อนปี ค.ศ. 1978 ยังเป็นเมืองที่มีพลเมืองประมาณ 3 แสนกว่าคนที่ไม่มีใครรู้จัก เนื้องด้วยรัฐบาลจีนสร้างเขื่อนกักน้ำและโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นเขื่อนกระแสน้ำต่ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นเขื่อนทดลองและเขื่อนตัวอย่าง เพื่อที่จะสร้างเขื่อนซานเสียซึ่งเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่สร้างในระหว่างปี ค.ศ. 1996 – 2009 จึงแล้วเสร็จ เขื่อนเก่อโจวป้าสูง 50 เมตร ยาว 2450 เมตร หมายเหตุ เขื่อนที่กักน้ำต่ำกว่า 50 เมตร เรียกว่า เขื่อนกระแสน้ำต่ำ ปัจจุบันนี้หลังจากสร้างเขื่อนเก่อโจวป้าสำเร็จและได้ทำการสร้างเขื่อนซานเสีย จนสามระกักน้ำได้สูงถึง 135 เมตร และกักน้ำ 175 เมตรในที่สุดเมื่อถึงปี ค.ศ. 2009 เมื่อเขื่อนแล้วเสร็จโดยสมบูรณ์ ซึ่งอยู่ต้นน้ำห่างออกไปจากเก่อโจวป้าประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นเขื่อนที่สูงที่สุด 180 เมตร ถมดินมากที่สุด ใช้เหล็กลวดมากที่สุด ใช้ปูนมากที่สุด กักน้ำสูงที่สุด (175 เมตร) น้ำท่วมขังไกลที่สุด (ประมาณ 800 กิโลเมตร) ผลิตไฟฟ้ามากที่สุด ทดน้ำทำนามากที่สุด อพยพคนมากที่สุด (3 ล้าน 5 แสนคน)

ซานเซีย กู่หลงจง บ้านพักขงเบ้าง ตั้งอยู่ทิศตะวันตก ห่างจากเมืองเซียงหยางไป 15 กิโลเมตร เป็นบ้านพักอาศัยของขงเบ้ง เซ่จูเก๋อ ชื่อเหลียง นามขงเบ้ง (ปีค.ศ. 181-234) คนซานตง ตอนอายุ 17 ตามคุณพ่อ จูเก๋อเสียมาที่เมืองเซียงหยางและเก็บตัวขยันหมั่นเพียร อ่านหนังสือและสังเกตการเมืองภายนอกอย่างใกล้ชิด มีฉายาว่า มังกรหมอบ ปี ค.ศ. 207 เล่าปี่และพี่น้องร่วมสาบาน กวนอูและเตียวหุย มาเชิญตัวที่กระท่อมหลงจงถึง 3 ครั้ง เล่าปี่ได้คุยกับจูเก๋อเหลียง ขงเบ้งอธิบายสภาพการเมืองในเวลานั้น เสนอความคิดเห็พร้อมทั้งวิธีรวบรวมประเทศให้เป็นเอกภาพ รวมทั้งนโยบาย และกลยุทธ์ และยินดีเป็นที่ปรึกษากุนซือของเล่าปี่ ในที่สุดได้สร้างฐานให้เกิดเป็นสามก๊ก เมืองเซียงหยาง ตั้งอยู่ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูเป่ยเป็นเมืองโบราณสมัย 2500 ปีก่อนในสมัยราชวงค์ชุนชิว เป็นเมืองเก่าของเกงจิ๋ว และเป็นเมืองทางยุทธศาสตร์ที่ขงเบ้งยุในยึดครองเป็นฐานที่มั่นจากซุนกวน กำแพงเมืองยาว 6 กิโลเมตร 4 ด้าน 6 ประตู ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำฮั่นสุ่ยซึ่งไหลผ่านประตูเหนือ ภาคใต้มีภูเขาเจี้ยนซาน ฝั่งตะวันออกมีภูเขาฉู่ซาน เป็นกำบัง ซึ่งมีฉายาว่า เมือง “ฟูหยิน” (คุนหมิง) ลือกันว่า สร้างโดยมารดาของพระเจ้า “จูลี่” สมัยราชวงค์ “จิ่น” ยุคจ้านกว๋อ
 

ตามรอยสามก๊กที่ ผาแดง หรือ ชื่อปี้ มณฑลหูเป่ย / Red Cliff

red_cliff_1
red_cliff_2
red_cliff_3
 
 
ตั้งอยู่ห่างจากเมืองชื่อปี้ไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ 36 กิโลเมตร ริมฝั่งแม่น้ำแยงซีด้านใต้ ที่จริงแล้วชื่อเดิมคือเมือง “ผูฉี” อยู่ในมณฑลหูเป่ย เพิ่งได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น “ชื่อปี้” เมื่อปี ค.ศ.1998 ทั้งนี้ เพื่อต้องการให้เชื่อมโยงและสอดคล้องกับประวัติศาสตร์ในสงครามรบนั่นเอง จุดที่ทัพพันธมิตรของซุนกวนและเล่าปี่ผนึกกำลังเข้าสู้รบกับทัพของโจโฉซึ่งนักประวัติศาสตร์ลงความเห็นว่าเป็นบริเวณที่ตรงตามประวัติศาสตร์มากที่สุด สงครามครั้งนั้นทำให้หน้าผาแห่งนี้ปรากฏเป็นสีแดงเพลิง จนได้รับการขนานนามว่า “ผาแดง” หรือชื่อปี้

ปัจจุบันผาแดงแห่งนี้ กำลังพัฒนาให้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทางประวัติศาสตร์มีสิ่งปลูกสร้างตามประวัติศาสตร์ เช่น แท่นเรียกลม ปัจจุบันตรงจุดนี้ถูกสร้างเป็นอาคารขึ้นมาโดยมีรูปปั้นของเล่าปี่ กวนอู เตียวฮุย และขงเบ้ง เป็นอนุสรณ์ , หอบัญชาการรบ , ฐานทัพของง่อก๊ก ส่วนอีกด้านหนึ่งกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเมืองจำลองของเล่าปี่ เริ่มสร้างเมื่อปี 2007 และมีกำหนดเสร็จในเดือนตุลาคม 2009 บนยอดเขา จะมีรูปปั้นขนาดใหญ่ของจิวยี่หันหน้าไปทางแม่น้ำแยงซีเกียง
 

ศึกชื่อปี้ เป็นสงครามที่มีความสำคัญที่สุดสงครามหนึ่งในยุคปลายราชวงศ์ฮั่นในรัชสมัยของพระเจ้าฮั่นเหี้ยนตี้ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสามก๊กในประเทศจีนในเวลาต่อมา ศึกผาแดงนี้เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 751 โดยฝั่งหนึ่งเป็นกองทัพพันธมิตรของเล่าปี่และซุนกวนทางตอนใต้ และอีกฝั่งคือทัพของโจโฉทางตอนเหนือ ซุนกวนและเล่าปี่นั้นได้ชัยชนะเหนือโจโฉ ทำให้ความพยายามในการยึดดินแดนทางใต้ของโจโฉต้องล้มเหลวลง โดยจุดแตกหักเกิดขึ้น ณ ตำบลที่เรียกว่า "เซ็กเพ็ก" ริมแม่น้ำแยงซีเกียง ศึกผาแดงนี้นับว่าเป็นศึกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในสามก๊กและประวัติศาสตร์จีนก็ว่าได้

ในวรรณคดี เล่าปี่ต้องทิ้งเมืองซินเอี๋ยและอ้วนเสียอพยพราษฎรจำนวนมาก เพื่อหนีการตามล่าจากโจโฉไปอยู่ที่เมืองแฮเค้าของเล่ากี๋ จากนั้นจึงส่งขงเบ้งไปเป็นทูตเจรจาขอให้ซุนกวนร่วมกันต้านโจโฉ ขณะที่โจโฉสามารถยึดเกงจิ๋วที่เดิมเป็นของเล่าเปียวได้สำเร็จ เพราะชัวมอคิดทรยศยอมยกเมืองให้โจโฉ ซึ่งภายหลังโจโฉก็สั่งสังหารเล่าจ๋องและชัวฮูหยินเสีย และประหารชัวมอและเตียวอุ๋น ตามแผนของจิวยี่ แม่ทัพใหญ่ฝ่ายง่อก๊ก ฝ่ายขงเบ้งเมื่อไปถึงกังตั๋ง ต้องเผชิญกับที่ปรึกษาของซุนกวนหลายคนรุมถล่มด้วยวาจา แต่สามารถโต้กลับไปได้ทุกคน ในที่สุดซุนกวนและจิวยี่ก็ตัดสินใจรบกับโจโฉเพราะถูกขงเบ้งยั่วจนเกิดโทสะ ทั้ง 2 ทัพตั้งทัพคอยประจัญบานกัน ตลอดเวลาที่ขงเบ้งอยู่ที่นี่
จิวยี่พยายามหาทุกวิถีทางที่จะหาเรื่องสังหารขงเบ้งให้ได้ แต่ขงเบ้งก็สามารถเอาตัวรอดไปได้ทุกครั้ง เช่น สั่งเกณฑ์ขงเบ้งให้ทำลูกธนูแสนดอกให้เสร็จภายใน 10 วัน แต่ขงเบ้งขอเวลาแค่ 3 วัน โดยการใช้เรือเบาบรรทุกหุ่นฟางแล่นไปหาฝ่ายโจโฉในยามดึกหลังเที่ยงคืนขณะที่หมอกลงจัด ทหารฝ่ายโจโฉจึงระดมยิงธนูเข้าใส่ แต่ก็ติดกับหุ่นฟาง ลูกธนูแสนดอกจึงได้โดยไม่ต้องออกแรงอะไร และอีกครั้งเมื่อจิวยี่ต้องการลมสลาตันเพื่อเผาทัพเรือโจโฉ ที่ถูกผูกเป็นแพเดียวกันด้วยอุบายของบังทอง แต่เนื่องจากเป็นฤดูหนาวไม่มีลมสลาตัน จิวยี่เครียดกับเรื่องนี้จนกระอักเลือดล้มป่วยลง ขงเบ้งจึงทำพิธีเรียกลมขึ้น ในที่สุดเมื่อถึงวันที่ต้องแตกหัก ตรงกับวันแรม 5 ค่ำ เดือนอ้าย (ตรงกับวันที่ 10 เดือน 10 ตามปฏิทินจีน) ลมสลาตันก็มา ในที่สุดก็สามารถเผากองทัพของโจโฉให้ราบคาบได้ โจโฉต้องหลบหนีไปอย่างทุลักทุเลเกือบเอาชีวิตไม่รอด และขงเบ้งก็ได้ให้กวนอูดักพบโจโฉเป็นด่านสุดท้าย เพื่อที่จะให้กวนอูไว้ชีวิตโจโฉ เพื่อล้างบุญคุณที่เคยมีต่อกันในอดีตด้วย หลังจากเสร็จสิ้นศึกนี้ ทัพซุนเล่านั้นได้ยึดดินแดนเกงจิ๋วเกือบทั้งหมด โดยทัพจิวยี่สามารถเอาชนะโจหยินยึดเมืองกังเหลงได้ ส่วนเล่าปี่นั้นได้ยึดครองดินแดนเกงจิ๋วใต้ทั้งหมด

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของศึกผาแดงยังคงเป็นที่ถกเถียงมาจนถึงปัจจุบัน แม้แต่สถานที่รบยังกำหนดชี้ชัดลงไปไม่ได้ โดยคาดว่าจะอยู่ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำแยงซี บางแห่งแถบทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองอู่ฮั่นในปัจจุบัน

 
 
 
left_menu_12
 
 
back_to_top
hometravelmapworld_heritageairlinehotelweathercontact_us