left_menu_01left_menu_02left_menu_03left_menu_04left_menu_05left_menu_06
left_menu_07tv12_09left_menu_09
left_menu_10
 
 
hometravelmapworld_heritageairlinehotelweathercontact_us


กันยายน

 
        ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุดประเทศหนึ่ง โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถค้นคว้าได้บ่งชี้ว่าอารยธรรมจีนมีอายุถึง 5,000 ปี
ประเทศจีนมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลายแตกต่างกันไป ทำให้อุดมด้วยทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ครบทุกรูบแบบ สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะมีความสวยงามหลากหลายแตกต่างกันไปตามฤดูกาล บางแห่งสวยงามที่สุดยามดอกไม้เปลี่ยนสี บางแห่งงดงามสุดในช่วงดอกไม้บาน ฉนั้นการไปให้ได้ชมบรรยากาศที่ดีที่สุด ก็ต้องมีการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ในช่วงเดือนกันยายนจัดว่าเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศเย็นสบายเหมาะสำหรับไปท่องเที่ยวเกือบทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามแหล่งธรรมชาติ ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี เป็นทิวทัศน์ที่มีสีสรรงดงามยิ่งนัก สถานที่ที่เหมาะสมแก่การไปเยือนได้แก่
 

หมู่บ้านเหอมู่ชุน มณฑลซินเจียง / Hemu Village

tv12_hemu886

hemu_1
 
hemu_2
 
หมู่บ้านเหอมู่ชุน ตั้งอยู่ในหุบเหวเจียเติง ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบคานาสกับแม่น้ำเหอมู่ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,100-2,300 เมตร ที่นี่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ทุ่งหญ้าเขียวครึ้ม อุณหภูมิของน้ำที่ไหลผ่านเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ จึงทำให้มีผึ้งและแมลงที่สามารถนำมาสกัดเป็นยาที่มีคุณภาพดีอยู่ทีนี่
หมู่บ้านเหอมู่ชุนจัดว่าเป็นหมู่บ้านที่ได้รับความนิยมจากบรรดาช่างภาพที่รักการถ่ายภาพธรรมชาติ ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต เพราะที่นี่สามารถเก็บภาพวิถีชีวิตของชาวพื้นเมือง และความลงตัวของธรรมชาติและสิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์ได้อย่างลงตัวที่สุด ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ที่นี่จะเปลี่ยนสีอย่างสวยงาม เหมือนดั่งภาพวาดของศิลปินเอกอย่างหาที่ใดไม่ได้ในโลก
 

อุทยานจางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน / Zhangjiajie Forest Festival

ในเดือนกันยายน จางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน เป็นป่าสงวนแห่งแรกของประเทศจีน ภูมิประเทศงดงาม ที่โดดเด่นด้วนเสาหินควอทซ์ 3,103 ต้น ส่องแสงวาววับอยู่เหนือหมอก ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปีเนื่องด้วยมีป่าที่คงสภาพสมบูรณ์ถึง 97 เปอร์เซ็นต์จากเจียเจี้ยจึงเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่านานาพันธุ์ที่หายาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทัศนศึกษาภูมิศาสตร์ ท่องเที่ยวป่า ล่องเรือบนช่องหุบเขา พร้อมทั้งยังเป็นแหล่งชุมชนของ 33 ชนเผ่า เช่น ชนเผ่าถู่เจีย ชนเผ่าไป๋ และชนเผ่าเหมียว สภาพภูมิศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ทำให้วัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆ ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี ความหลากหลายทางภูมิประเทศของเขตธรรมชาติ แต่ละแห่งของจางเจียเจี้ยได้นำมาซึ่งความอุดม สมบูรณ์ด้วยพันธุ์พืช และสัตว์นานาชนิด สภาพภูมิอากาศชุ่มชื้นเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ นอกจากนั้น ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ที่หายากที่ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย สายน้ำได้เพิ่มสีสันให้กับจางเจียเจี้ยเป็นอย่างมากและทำให้จางเจียเจี้ยมี ชีวิตชีวามากขึ้น เล่ากันว่า แค่ในบริเวณสวนป่าจางเจียเจี้ย ก็มีแหล่งน้ำมากถึง 800 แห่ง น้ำตก น้ำพุ ธารน้ำ สระน้ำ และทะเลสาบจำนวนมาก มีภูมิทัศน์ที่แตกต่างกันไป มีธารน้ำจินเปียนซีเป็นความยาวกว่า 10 กิโลเมตร หุบเขาสองฝั่งยืนคุมเชิง กันงามแปลกตายิ่ง ผาสีแดง กับต้นไม้เขียวขจีทอดเงากลับหัว อยู่ในน้ำ ขณะเดินตามทางเล็กๆ ที่อยู่บริเวณ สองข้างธารน้ำ ให้ความเย็นสบาย ซึมซาบเข้าไปในหัวใจตลอดการเหยียบย่างไปบนสะพานไม้ บันไดหิน ชมปลาหลากสีเล่นน้ำนอกจากภูเขา สายน้ำและพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์แล้ว ถ้ำในบริเวณจางเจียเจี้ยมีจำนวนมาก และขนาดใหญ่ ต่างมีเอกลักษณ์ และ ชื่อเรียกต่างกัน เช่น ถ้ำหวงหลงหรือถ้ำมังกรเหลือง ถ้ำกวนอิม ถ้ำเสี่ยงสุ่ย เป็นต้น ในบรรดาถ้ำเหล่านี้ ถ้ำหวงหลงหรือถ้ำมังกรเหลืองในหุบเขาสั่วซีมีความยาว 7.5 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็น 4 ชั้น ภายในถ้ำมีอ่างเก็บน้ำ แห่งหนึ่ง ธารน้ำสองสาย น้ำตกสามแห่ง สระน้ำ 4 แห่ง ห้องโถง 13 แห่งและมีระเบียง 96 สาย จางเจียเจี้ยได้รับการอนุมัติให้เป็นวนอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจีนเมื่อปี ค.ศ.1982 และได้เข้าสู่บัญชีรายชื่อมรดกโลกทางธรรมชาติของสหประชาชาติเมื่อเดือน ธันวาคม ปี ค.ศ.1992
 
zhangjiajie01
 
wh_30a
 
tianzishan_1
 

เขาเทียนจื่อซาน หรือ เขาจักรพรรดิ์ / Tianzi shan

tianzishan_2
 
 
เทียนจื่อซาน เขตหยวนเจียเจี้ย มีเนื้อที่ 65 ตารางกิโลเมตร บนยอดเขาเทียนจื่อซานสูงประมาณ 1,250 เมตร ทางด้านทิศตะวันออก ทิศใต้และทิศตะวันตกของเขาเทียนจื่อซาน เต็มไปด้วยชะง่อนผาอันสูงชัน ลำห้วยลึกและป่าหิน มีหินยักษ์ในรูปลักษณะแปลกตา ยืนตระหง่านค้ำฟ้า จุดเด่นของเขาเทียจื่อซานคือ เทียนเสี้ยตี้อี้เฉียว (สะพานหนึ่งในใต้หล้า) มีทิวทัศน์ที่สวยงามและเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ชื่อดังหลายเรื่อง

สวนสาธารณะจอมพลเฮ่อหลง  สวนแห่งนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1986 เพื่อเป็นเกียรติแก่นายพลเฮ่อหลงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน  ภายในบริเวณสวนสาธารณะจะมีจุดชมวิวซึ่งสามารถชมยอดเขาและหินแปลกนับไม่ถ้วน เช่น เขาพู่กัน เขาจักรพรรดิ เขาสวนสวรรค์ เขานางฟ้าโปรยดอกไม้ ฯลฯ

สะพานเทียนเสี้ยตี้อี้เฉียว หรือ สะพานหนึ่งในใต้หล้า มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง บนสะพานจะมีลูกกุญแจอยู่เต็มไปหมด เป็นความเชื่อของคนหนุ่มคนสาวเอากุญแจไปคล้องไว้ที่สูงๆจะได้ไม่มีใครสามารถพรากคู่รักให้จากกันได้ บางคนก็ทิ้งสู่หุบเหวเบื้องล่าง ก็ให้ความหมายเดียวกันว่าเราจะไม่พรากจากกันตราบชั่วนิรันดร์ โฉมหน้าสะพานเป็นสะพานหินเชื่อมระหว่างเขา 2 ลูก ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

สิ่งที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาดคือ การขึ้นเขาเทียนจื่อซาน ด้วยการโดยสารลิฟฟ์แก้วไป๋หลง หรือ ลิฟฟ์มังกรขาว ที่สร้างเจาะช่องเขาริมหน้าผามีความสูงสามร้อยกว่าเมตร เพื่อขึ้นถึงยอดเขาด้วยเวลาไม่ถึงนาที และยังเป็นลิฟฟ์ขึ้นเขาที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
 

เทียนเหมินซาน หุบเขาประตูสวรรค์ / Tianmen shan

tianmenshan_4
tianmenshan_3
 
tianmenshan_2
tianmenshan_1
 
เขาเหมินซาน ตั้งอยู่ในมณฑลหูหนาน ซื่งในอดีต เทือกเขาแห่งนี้ถูกเรียกว่า "ภูเขาหวินเมิ้งซานหรือซงเหลียวซาน" และในต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น เขาเทียนเหมินซาน สาเหตุที่เรียกว่าเทียนเหมินซานเพราะว่า ภูเขาแห่งนี้ได้เกิดระเบิดขึ้นเอง โดยธรรมชาติ จนกลายเป็นถ้ำหรือ ถ้ำประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของภูเขาที่มีความงดงามที่สุดในประเทศจีน ประตูนี้มีความสูง 131.5 เมตร ความกว้าง 57 เมตร ความลึก 60 เมตร

นักท่องเที่ยวจะต้องนั่งกระเช้าจากตัวเมืองจางเจียเจี้ยไปสูงบนเขา โดยกระเช้ามีระยะทางยาวถึง 7,455 เมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) จัดได้ว่าเป็นเป็นกระเช้าที่มีความทันสมัยมากที่สุด และเป็นกระเช้าขึ้นเขาที่ยาวที่สุดในโลก

การเที่ยวเทียนเหมินซาน คือการที่นักท่องเที่ยวได้มีโอกาส เดินชมทัศนียภาพทื่สวยงามพร้อมกับทางที่สามารถลัดเลาะริมหน้าผา เพื่อชมความสวยงามของทะเลภูเขาที่มีรูปร่างต่างๆแปลกตา บนเขาเทียนเหมินซานนอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแล้ว บนยอดเขายังเป็นที่ตั้งของวัดเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนชาวจีน ทำให้ในแต่ละวัน วัดแห่งนี้ ได้มีนักท่องเที่ยวหลั่งใหล เข้ามากราบไหว้เป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่กวนอิม
 

งานเทศกาลขงจื๊อ มณฑลซานตง / Quifu International Confucian Festival

kongmiao_1
kongmiao_2
 
 
เมืองชวีฝู่ มณฑลซานตง ช่วงปลายเดือนกันยายน ถึง ต้นตุลาคม จะมีงานฉลองวันเกิดของขงจื๊ออันยิ่งใหญ่โดยมีการจัดพิธีบูชาเซ่นไหว้ การแสดงดนตรีร่ายรำ นิทรรศกาลชีวประวัติขงจื๊อ นักท่องเที่ยวยังมีโอกาสได้ชมพิธีแต่งงานตามแบบชวีฝู่ และชิมอาหารตระกูลข่งด้วย

ข่งจื่อ แซ่ข่ง ชื่อชิว นามจ้งหนี คนอำเภอฉีฝู่ เกิดเมื่อก่อน ค.ศ.551-479 ปี สมัยราชวงศ์ชุนชิว เจ้าแห่งสำนักลัทธิหยู่-ลัทธิขงจื่อ (ขงจื่อเป็นชื่อที่เรียกลักษณะให้เกียรติ เท่ากับท่านข่ง) เนื่องด้วยขงจื่อเป็นนักปรัชญา นักคิดและปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของประเทศจีนและโลก ตลอดเวลาส 2,000 ปีที่ผ่านมา เกือบทุกยุคทุกสมัย มักจะยกย่อง แต่งตั้งขงจื่อให้มีตำแหน่งต่างๆ นานา ดังนั้นจึงทำให้ขงจื่อมีชื่อเสียงโด่งดัง ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่และอารยธรรมของจีนรวมทั้งเอเชียอาคเนย์ จึงมีการสร้างเป็นอนุสรณ์สถานที่ระลึก ข่งฝู่-บ้านขงจื่อ ข่งเมี่ยว-ศาลเจ้าขงจื่อ ข่งหลิน-สุสานขงจื่อ เป็นอาทิ

ขงฝู่-บ้านขงจื่อ ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าขงจื่อ ภาคใต้เมืองเก่า อำเภอฉีฝู่ เดิมเป็นสถานที่ทำการของที่ว่าการอำเภอฉีฝู่ สมัยราชวงศ์ฮั่น พระเจ้าฮั่นอู่ตี้ยกให้เป็นสถานอนุสรณ์ระลึกถึงขงจื่อ โดยแต่งตั้งให้ลูกหลานขงจื่อเป็นกวนเน่ยโหว-เจ้าพระยาวังในราชวงศ์ถังราชวงศ์ซ่งตลอดมามีการแต่งตั้งลูกหลานทายาทขงจื่อเช่นเดียวกัน จึงขยายอาคารปลูกสร้างบ้านขงจื่อจนกินเนื้อที่ 240 โหม่ว (100 ไร่ไทย) และสร้างเป็นอาคารน้อยใหญ๋ 483 หลัง บูรณะตกแต่งเป็นลักษณะพระราชวัง ดูใหญ่โตมโหฬาร

ข่งเมี่ยว-ศาลเจ้าขงจื่อ ตั้งอยู่ในตัวเมืองอำเภอฉีฝู่เยื้องไปทางเมืองเก่า เป็นสถานที่ประกอบพิธีระลึกเจ้าสำนัก-ขงจื่อ มีเนื้อที่ปลูกสร้าง 3,00 กว่าโหม่ว (125 ไร่ไทย) เป็นสถานที่ปลูกสร้างรวมทั้งซุ้มประตูหลายชั้น ประตูศาลเจ้า ตำหนักต่างๆลึก 9 ชั้นและอาคารน้อยใหญ่หลายร้อยหลัง ยิ่งใหญ่ตระการตายิ่งกว่าพระราชวัง เช่นตำหนักต้าเฉินเตี้ยน เป็นตำหนักจุดศูนย์กลางที่สร้างในสมัยราชวงศ์ถัง (ปี ค.ศ.645) และมีการสร้างเพิ่มขึ้นมาตลอด ทุกยุคทุกสมัย ตั้งบนแท่นหินสูง 21 เมตร กินเนื้อที่ 1,836 ตารางเมตร ยาว 54 เมตร ลึก 34 เมตร เสาหินแกะสลักมังกรพัน 28 ต้น ดูสวยงามยิ่งใหญ่

ข่งหลิน-สุสานขงจื่อ ตั้งอยู่นอกเมืองอำเภอฉีฝู่ไปทางภาคเหนือประมาณ 1.5 กิโลเมตร เดิมสุสานกว้างประมาณ 1 เฮกแตร์ และแล้ว 2,500 ปีที่ผ่านมา ลูกหลานตระกูลข่งพากันมาฝัง ณ สุสานนี้มากมาย ทั้งแต่ละยุคแต่ละสมัย พระราชวงศ์สำนักได้พระราชทานที่ดินเพิ่มเติมอยู่เสมอ จนมีเนื้อที่กว่า 3,000 โหม่ว (1,250 ไร่ไทยฆ กำแพงสุสานยาวกว่า 7 กิโลเมตร ภายในสวนปลูกต้นสน ต้นพาย ต้นฉำฉาและไม้อื่นๆมากมาย ลูกหลานตรกูลข่งต่างนำเอาพันธุ์ไม้นานาชนิดจากทั่วสารทิศมาปลูกจนเป็นสุสาน-ป่าไม้ที่ร่มรื่นหลากหลายสายพันธุ์รวม 2 หมื่นกว่าต้น ถือเป็นร่องรอยการจัดสวนโบราณแห่งหนึ่งของจีน
 

เทศกาลศิลปะการต่อสู้เส้าหลิน มณฑลเหอหนาน / Shao Lin International Martial Festival

shaolin_3
shaolin_1
shaolin_2
 
เสาหลิน วัดเก่าแก่อายูกว่า 1,500 ปี เป็นสำนักธรรมที่เปิดสอนวิทยายุทธ์ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง มารุ่งเรืองสมัยราชวงศ์หมิง เมืองเติงเฟิงซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดกลายเป็นศูนย์กลางของศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว เทศกาลศิลปะการต่อสู้เส้าหลินจัดขึ้นในช่วงกลางเดือนกันยายนของทุกปี ก็เพื่อเป็นการสืบทอดมรดกอันล้ำค่าของชาติ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจ ในงานมีการแสดงและการแข่งขันศิลปะการต่อสู้แบบเส้าหลิน การแลกเปลี่ยนวิทยายุทธ์ของนักต่อสู้ทั่วโลก และการล่องเรือชมทัศนียภาพตามแม่น้ำเหลือง

วัดเส้าหลินตั้งอยู่ อ.เติงเฟิง มณฑลเหอหนาน ตั้งอยู่กลางกลางระหว่างเมืองเจิ้งโจว(ห่างประมาณ 70 กม.) และเมืองลั่วหยาง(ห่างประมาณ 80 กม.)
เป็นวัดทางพระพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีความเก่าแก่อายุมากกว่า 1,500 ปี วัดนี้สร้างขึ้น ใน ค.ศ. 495 ในสมัยของเซี่ยวเหวินตี้ฮ่องเต้ (ครองราชย์ค.ศ. 471 – 499) แห่งราชวงศ์วุ่ย (เว่ย) เส้าหลินไม่เพียงแค่โดดเด่นเรื่องกังฟูเท่านั้น แต่วัดเส้าหลินยังถือเป็นวัดพุทธนิกายเซ็นอันดับหนึ่งในเมืองจีนอีกด้วย สำหรับจุดประสงค์ของการสร้างวัดเส้าหลินนั้นก็เพื่อให้เป็นที่พำนักของพระภิกษุจากอินเดียที่เดินทาง
มาเผยแผ่พุทธศาสนา

วัดเส้าหลิน มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในประเทศจีนและในต่างประเทศ ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งวิชาการต่อสู้และศิลปะการป้องกันตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน สถาปัตยกรรมภายในวัดเส้าหลินมีเป็นจำนวนมาก บริเวณรอบ ๆ ด้านหน้าของอารามต้าฉงเป่าเทียนประกอบด้วยอารามหลายหลัง ซึ่งล้วนแต่เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่มีความงดงามเฉพาะตัว บริเวณหน้าวัดเส้าหลินมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่และรูปปั้นสัตว์มงคลตามตำนานเทพเจ้าจีนเช่น ปีซีซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวจีน ปีซีนั้นมีร่างกายเป็นเต่าแต่มีส่วนหัวเป็นมังกร มีความแข็งแรง ซุกซน ดื้อดึง ชาวจีนนิยมเดินทางมาวัดเส้าหลินและ
นิยมขอพรจากปีซีด้วยการใช้มือลูบไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเช่น ถ้าลูบบริเวณส่วนหัวของปีซีเชื่อว่าจะโชคดี ถ้าลูบบริเวณลำคอเชื่อว่าจะปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าลูบไปตามซี่ฟันของปีซีจะมีโชคลาภทรัพย์สิน และสำหรับผู้ที่ต้องการจะมีบุตรให้ลูบบริเวณส่วนหลังของปีซี

ไฮไลท์แห่งวัดเส้าหลิน ที่ “วิหารตั๊กม้อ” หรือ “วิหารเจ้าอาวาส” ซึ่งปรากฏเป็นฉากในหนังกำลังภายใน และในยุทธจักรนิยายมากมาย ภายในวิหารนอกจากจะเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปตามแบบมหายานแล้ว หากสังเกตดีๆ ที่พื้นในวิหารจะดูเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งหากใครไม่รู้อาจจะนึกว่าพื้นทรุด แต่จริงๆแล้วที่นี่ในอดีตคือสถานที่ฝึกเพลงยุทธ์ของ 18 อรหันต์ทองคำวัดเส้าหลิน ที่ส่วนใหญ่มีกำลังภายในเหลือล้นจึงกระทืบพื้นวิหารเป็นหลุมเป็นบ่อทั่วไปหมด ส่วนสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 จุดในวิหารตั๊กม๊อ ก็คือทางด้านซ้ายมือสุดจะมีรูปปั้น “หลวงจีนกั๊กเอี้ยง” ยืนโดดเด่น ท่านผู้นี้เป็นยอดหลวงจีน ที่จุดประกายตัวเองด้วย
การเป็นพระพ่อครัว และเป็นผู้คิดค้นกระบวนท่า 18 อรหันต์ ก่อนที่จะพา “เตียซำฮง”อดีตศิษย์ตัวน้อยแห่งเส้าหลิน ออกไปฝึกปรือวิทยายุทธ์ จนท่านเตียซำฮง กลายเป็นยอดจอมยุทธ์ และไปเปิด “สำนักบู๊ตึ้ง” อันลือลั่น (หาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง“ดาบมังกรหยก”ของ”กิมย้ง”) ส่วนทางขวามือสุด ยังมีรูปปั้นของท่านตั๊กม้อที่หน้าตาขึงขัง หนวดเคราครึ้ม ยืนสะพายง้าว และม้วนคัมภีร์โดดเด่นอยู่ ซึ่งข้าพเจ้าเมื่อไปยืนสักการะท่านตั๊กม้อแล้ว รู้สึกว่าท่านจากไปแค่ร่างกายเท่านั้น ส่วนชื่อของท่านและเรื่องราวที่กระทำยังคงอยู่

กังฟูเส้าหลิน ถือเป็นหนึ่งในสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่เคียงคู่มากับความเก่าแก่ และสิ่งที่น่าสนใจภายในวัด จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แห่งมณฑลเหอหนาน ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงเชิงเขาซงซาน บริเวณ ที่ตั้งวัด ก็จะเห็นรูปปั้นสีดำทะมึนของหลวงจีนเส้าหลิน ยืนประสานมือต้อนรับนักท่องเที่ยว ในท่วงท่าที่คอหนังจีนกำลังภายในคงจะคุ้นกันดี

 
 
left_menu_12
 
 
back_to_top
hometravelmapworld_heritageairlinehotelweathercontact_us