left_menu_01left_menu_02left_menu_03left_menu_04left_menu_05left_menu_06
left_menu_07tv12_10left_menu_09
left_menu_10
 
 
hometravelmapworld_heritageairlinehotelweathercontact_us


ตุลาคม

 
       ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีอารยธรรมยาวนานที่สุดประเทศหนึ่ง โดยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถค้นคว้าได้บ่งชี้ว่าอารยธรรมจีนมีอายุถึง 5,000 ปี
ประเทศจีนมีลักษณะภูมิประเทศที่หลากหลายแตกต่างกันไป ทำให้อุดมด้วยทรัพยากรแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย ครบทุกรูบแบบ สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น สถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะมีความสวยงามหลากหลายแตกต่างกันไปตามฤดูกาล บางแห่งสวยงามที่สุดยามดอกไม้เปลี่ยนสี บางแห่งงดงามสุดในช่วงดอกไม้บาน ฉนั้นการไปให้ได้ชมบรรยากาศที่ดีที่สุด ก็ต้องมีการศึกษาข้อมูลเบื้องต้น ในช่วงเดือนตุลาคมจัดว่าเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง อากาศเริ่มหนาวขึ้น เหมาะสำหรับไปท่องเที่ยวเกือบทั่วทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะตามเขตธรรมชาติจะมีใบไม้เปลี่ยนสีให้ได้ชมกันอย่างงดงามเหมือนภาพวาดดุจดินแดนในเทพนิยาย สถานที่ที่เหมาะสมแก่การไปเยือนได้แก่
 

อุทยานแห่งชาติ จิ่วไจ้โกว มณฑลเสฉวน / Jiuzhaigou Valley

tv_sichuan_jiu_01
tv_jiu_04
 
อุทยานแห่งชาติ จิ่วไจ้โกว หรือที่ชาวตะวันตกเรียกขานกันในนาม ‘ดินแดนแห่งเทพนิยาย’ ตั้งอยู่ในพื้นที่จิ่วไจ้ หรือ อำเภอหนันผิง เขตปกครองตนเองของชนเผ่าทิเบตและเผ่าเจียงมณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉินตูทางทิศเหนือประมาณ 440 กม. ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินจากสนามบินชวงหลิว นครเฉินตูไปสนามบินจิ่วไจ้โกว ใช้เวลาบินประมาณ 40 นาที ขณะที่การเดินทางผ่านเส้นทางขุนเขาที่คดเคี้ยว ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ท่ามกลางหุบเขาที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปมา โตรกธารลดเลี้ยวผ่านผาสูงและน้ำตกขนาดใหญ่ ก่อเกิดเป็นทิวทัศน์อันตระการตาโดดเด่นด้วยสีสันของภาพภูมิทัศน์โดยรอบ ‘น้ำ’ ถือเป็นจุดดึงดูดที่สุดในบรรดาสุดยอดความงามของทิวทัศน์จิ่วไจ้โกว ทั้งในด้านรูปลักษณ์ สีสัน ความหลากหลาย อีกทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงามยิ่งใหญ่ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อเลื่องลือระดับชาติของจีน

หากไปจิ่วไจ้โกวในช่วงฤดูหนาว จะเห็นธารน้ำตกแข็งตัว ทะเลสาบสีน้ำเงินผนึกตัวเป็นแผ่นน้ำแข็ง และหิมะปกคลุมยอดเขาและป่าไม้ ดูแปลกตาไปอีกแบบ ปัจจุบัน รัฐบาลจีนได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมจิ่วไจ้โกวทั้งฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาวแล้ว โดยได้จัดทำบันไดไม้ปูลาดเป็นทางยาวเลียบไปกับสายน้ำยาว 49 กม. ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมธรรมชาตอย่างใกล้ชิด อีกทั้งได้จัดรถบัสไว้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเข้าชมอุทยาน และทะเลสาบที่งดงามของจิ่วไจ้โกวที่ไม่ควรพลาดชม คือ ทะเลสาบยาว ทะเลสาบ 5 สี ทะเลสาบหมีแพนด้า ทะเลสาบไม้ไผ่ ทะเลสาบนกยูง ทะเลสาบเสือ ส่วนน้ำตกที่ผมได้ไปชม คือ น้ำตกฝั่งไข่มุก น้ำตกซู่เจิ้น

จิ่วไจ้ หมายถึง 9 หมู่บ้าน โกว หมายถึง อุทยานแห่งชาติ เนื่องจากมีชนกลุ่มน้อยชาวทิเบตตั้งบ้านเรือนอยู่ 9 หมู่บ้าน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3 หมู่บ้าน จิ่วไจ้โกว มีเนื้อที่ทั้งหมด 720 ตร.กม. มีลักษณะเป็นหุบเขามหึมา มีทะเลสาบ น้ำตก และสระน้ำธรรมชาติอยู่เรียงราย ว่ากันว่า สุดยอดความงามของขุนเขาต้องไปดูที่เมืองกุ้ยหลิน มณฑลกว่างสี แต่ถ้าเป็นสุดยอดของความงามของสายน้ำ ทะเลสาบ ต้องจิ่วไจ้โกว ซึ่งความงดงามของสายน้ำที่จิ่วไจ้โกว เกิดจากการสะสมของธาตุแคลเซี่ยมผสมกับซากพืชซึ่งจมอยู่ใต้ท้องน้ำ ทำให้ทะเลสาบและน้ำตกสวยสดใสแปลกตา
 

กวนเหมินซาน มณฑลเหลียวหนิง / Mount Guanmen

guanmenshan_1
 
guanmenshan_2
 
ภูเขากวนเหมินซาน ตั้งอยู่ที่ภาคใต้ของอำเภอเปิ่นซีห่างออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร ในมณฑลเหลียวหนิง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน แต่โบราณกาลก็ได้ฉายาว่า "ภูเขาหวงซานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" หรือ "กุ้ยหลินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ"
มานานแล้ว เนื่องจากมียอดเขาสองลูก หนึ่งกว้างหนึ่งแคบ หนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก ซึ่งมีรูปลักษณ์เหมือนประตู จึงเรียกว่า ภูเขากวนเหมินซาน หรือภูเขา "ปิดประตู" วนอุทยานแห่งชาติกวนเหมินซานในฤดูใบไม้ร่วง หุบเขาจะเต็มไปด้วยแมกไม้ที่ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดง สีเหลือง ทะเลสาบน้ำใสเขียวสะอาดสะท้อนเงาของภูเขาที่หลากหลายสีสัน ลำธารที่ไหลตามหุบเขา เป็นภาพที่สวยเกินจินตนาการ
 

ภูเขาฉางไป๋ซาน มณฑลจี๋หลิน / Mount Chang Bai

changbaishan_1
changbaishan_2
 
 
ภูเขาฉางไป๋ซาน เป็นภูเขาอยู่ทิศตะวันออกของมณฑลจี๋หลิน ระหว่างชายแดนจีนกับเกาหลีเหนือ เป็นแหล่งเกิดโสมป่าที่มีชื่อ บนยอดเขามีหิมะตลอดปี มีทะเลสาบที่เกิดจากภูเขาไฟ น้ำในทะเลสาบไหลทะลักลงมาเป็นน้ำตก สูง 68 เมตร เป็นต้นน้ำของแม่น้ำซงฮัวเจียง ที่ไหลจากภาคใต้ไปบรรจบกับแม่น้ำเฮยหลงเจียงทางภาคเหนือเพียงสายเดียวของจีน บริเวณเชิงเขาใกล้น้ำตก มีบ่อน้ำพุร้อน อุณหภูมิสูงประมาณ 82 องศา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับภาคอีสาน

ทะเลสาบเทียนฉือ หรือ สระสวรรค์ แห่งภูเขาฉางไป๋ซาน มีอีกชื่อหนึ่งว่า ทะเลสาบเทียนฉือ ภูเขาไป๋โถวซาน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกของมณฑลจี๋หลิน เป็นทะเลสาบแบ่ง พรมแดนจีนกับเกาหลีเหนือ โดยด้านเหนือของทะเลสาบอยู่ ในเขตมณฑลจี๋หลิน เป็นภูเขาที่มีลักษณะสง่าเกรียงไกร ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ทิวทัศน์สวยงามมาก ในยุคดึกดำบรรพ์ ภูเขาฉางไป๋ซานเดิมเป็นภูเขาไฟ เอกสารประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่า ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมา ภูเขาไฟเคยพ่นไฟอีก 3 ครั้ง หลังจากภูเขาไฟพ่น หินลาวาเหลวหนืดออกมาแล้ว ตรงปล่องภูเขาไฟกลายเป็น กรวยทรงแอ่งกะทะ เวลานานเข้า น้ำขังก็คั่งค้างเป็นแอ่งน้ำ กลายเป็นทะเลสาบเทียนฉือในปัจจุบัน ส่วนวัตถุหิน Lava ที่ไหล หลั่งจากภูเขาไฟก็กองทับถบที่รอบภูเขาไฟ กลายเป็นยอดเขา 16 ลูกที่เรียงรายอยู่บริเวณใกล้เคียง ยอดเขาเหล่านี้ มี 7 ลูก อยู่ในเขตเกาหลีเหนือ 9 ลูกตั้งอยู่ในเขตจีน ยอดเขาทั้ง 9 ลูก ในแดนจีนต่างมีเอกลักษณ์ของตนเอง เป็นทรรศนียภาพที่ แปลกตาน่าอัศจรรย์ ทะเลสาบเทียนฉือ จะอยู่ตรงกลางซึ่งล้อมรอบไปด้วยยอดทะเลสาบเทียนฉือบนภูเขาฉางไป๋ซาน หยกเขียวท่ามกลางเทือกเขา มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลเพียง 2,194 เมตรเท่านั้นก็ ตาม แต่ก็นับเป็นแอ่งน้ำภูเขาไฟที่สูงที่สุดของจีน สระน้ำมี รูปทรงกลมรี มีเนื้อที่ 9.82 ตารางกิโลเมตร รอบขอบสระยาว 13.1 กิโลเมตร น้ำในสระลึกมาก โดยถัวเฉลี่ยลึก 204 เมตร ที่ลึกที่สุด 373 เมตร จึงนับเป็นทะเลสาบที่มีน้ำลึกที่สุดของ จีน มีปริมาณน้ำทั้งหมดประมาณ 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำในสระไหลออกมาจากปากโหว่เล็กๆ ไหลไปประมาณ 1,000 กว่าเมตร แล้วหลั่งลงไปจากหน้าผา กลายเป็นน้ำตก ใหญ่ภูเขาฉางไป๋ชื่อซานที่ลือชื่อ มีความสูง 60 กว่าเมตร ถือว่าเป็นทิวทัศน์ยิ่งใหญ่มาก น้ำตกส่งเสียงดังสนั่นไปไกลถึง 200 เมตร น้ำของน้ำตกไหลไปสู่แม่น้ำซงฮัวเจียง โดยเป็นต้นน้ำแห่งหนึ่ง ของแม่น้ำซงฮัวเจียง ณ สถานที่ห่างจากน้ำตกไม่ไกลนักยังมี น้ำพุร้อนฉางไป๋ ซึ่งเป็นกลุ่มน้ำพุร้อนที่กระจายอยู่ในเนื้อที่ 1,000 ตารางเมตร มีตาน้ำ 13 จุดพ่นน้ำพุออกมา
 

หยุนไถซาน มณฑลเหอหนาน / Mount Yuntai

tv_yuntaishan_04
tv_yuntaishan_02
 
tv_yuntaishan_03
tv_yuntaishan_07
 
อุทยานสวรรค์ “หยุนไถซาน” อุทยานที่สวยงามที่สุดของมณฑลเหอหนาน มีพื้นที่ประมาณ 190 ตารางกิโลเมตร
จัดเป็นอุทยานธรณีโลกที่ล้ำค่าของจีน และเป็นที่เที่ยวระดับ 4 A ของประเทศจีน อุทยานธรณีโลกหยุนไถซาน เป็นอุทยานที่ธรรมชาติที่ได้บรรจงสร้างขึ้นอย่างงดงามโดยใช้เวลาหลานล้านปีจากการกัดเซาะของน้ำ ลม ตามธรรมชาติ โดยมีโตรกหุบผาหินแดง เป็นโตรกที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของประเทศ มีทางเดินลัดเลาะไปตามผาหินชั้น ที่เรียงซ้อนหลั่นสีแดง ธารน้ำเขียวใสไหลเรื่อยไปตามโตรกสูง พืชพันธุ์อนุรักษ์ที่หาชมได้ยาก สายน้ำที่ยาวร่วม 3 กิโลเมตร และน้ำตกที่มีฟองน้ำใสสะอาดกระจายดุจดังสำลี ตอนกลางวันจะมีแสงสีรุ้งพาดโค้ง ทิวทัศน์เป็นภูเขาสูงตระหง่านเกินเอื้อมถึง เมฆและหมอกลอยหนุนระหว่างยอดเขาตลอดปี ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จะเหมือนอุทยานที่เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้หลากสีสวยงามเต็มพื้นที่ทั่วอุทยานสวรรค์หยุนไถซาน อุทยานหยุนไถซานนอกจากจะมีทิวทัศน์ที่สวยมหัศจรรย์แล้ว น้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานมีความสูงถึง 314 เมตร จัดเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจีน หยุนไถซานสวยและมีเสน่ห์ทุกฤดู โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อุทยานจะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้หลากสีสวยงามเต็มพื้นที่ทั่วอุทยานสวรรค์ และด้วยการลงทุนสร้างลานจอดรถที่ใหญ่ที่สุดในจีนของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอุทธยานธรณีโลกหยุนไถซานที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสิ่งที่รับประกันได้ว่าหยุนไถซานเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวใต้หล้าที่พลาดไม่ได้
 

จิ่งเต๋อเจิ้น-เทศกาลเครื่องปั้นดินเผาระดับนานาชาติ “กังไส” มณฑลเจียงซี / Jingdezhen

tv_jingdezhen_02
 
 
จิ่งเต๋อเจิ้นตั้งอยู่ภาคเหนือของมณฑลเจียงซี เป็นเมืองเครื่องปั้นดินเผาที่ลื่อชื่อของจีนและทั่วโลก สันนิษฐานว่า การทำเครื่องปั้นดินเผาของจีนมีมาเป็นเวลากว่า 6,000 ปีในสมัยสังคมมนุษย์รู้จักเครื่องปั้นดินเผา-เซรามิกในยุคปัจจุบันนี้ก็มีมากกว่า 2,000 ปี และมีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ถัง และ ซ่ง จิ่งเต๋อเจิ้น เป็นเมืองที่มีการทำเครื่องปั้นดินเผาที่ใหญ่และดีที่สุดของจีนในศตวรรษที่ 15 นักวิทยาศาสตร์ของจีนซ่งอินซิงได้เขียนหนังสือ “รวมวิชาฟิสิกส์” อธิบายถึงชาวจิ่งเต๋อเจิ้งนำเอาดินขาวบนภูเขา- “เกาหลิ่งถู่” มาทำเครื่องปั้นดินเผามีคุณภาพดีและสวยงาม ปี ค.ศ. 1715 นักสอนศาสนาชาวฝรั่งเศสได้แนะนำดินขาว “เกาหลิ่งถู่” วัตถุทำเครื่องปั้นดินเผาของจิ่งเต๋อเจินจนเป็นที่นิยมของชาวยุโรป ดังนั้นชาวยุโรปและต่างชาติจึงเรียกดินที่นำมาทำเครื่องปั้นดินเผานี้ว่า “เกาหลิ่งถู่” ดินนี้มีที่เกาหลิงซานห่างจากจิ่งเต๋อเจิ้น 50 กิโลเมตร (ปัจจุบันนี้ดินชนิดนี้มีทุกแห่งในโลกแต่ที่ดีที่สุดก็ยังเป็นดินที่เจียงซี) ชาวไทยส่วนมากรู้จักในนามของ “เครื่องปั้นดินเผากังไส” เมืองจิ่งเต๋อเจิ้งชาวเมือง 85% ประกอบอาชีพเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผา บริเวณรอบๆมีพิพิธภัณฑ์เครื่องปั้นดินเผาหลายแห่งหลายสมัย นั่นก็คือซากเศษเตาเผาและเศษกระเบื้องแต่ละยุคแต่ละสมัย เครื่องปั้นดินเผากังไสเนื้อดี สวยงาม ละเอียด มีทั้งเครื่องใช้ครัวเรือน เช่น ถ้วยชาม กาน้ำ เป็นต้น บุคคลในนวนิยาย อาทิ กวนอู จูล่ง พระต่างๆ เทวดา เป็นต้น สุดยอดเครื่องปั้นดินเผาของกังไสคือ โคมไฟ แจกันและถ้วยชามที่เนื้อบางเท่ากับเปลือกไข่
 
 
 
left_menu_12
 
 
back_to_top
hometravelmapworld_heritageairlinehotelweathercontact_us