home_pic
home travel world_heritage airlines hotel map weather contact_us tb_blue
 
 

 

expert

มณฑลกวางตุ้ง Guangdong

กวางตุ้ง 广东 Guǎngdōng ชื่อย่อ 粤 yuè พื้นที่ 177,900 ตารางกิโลเมตร เมืองเอกกวางโจว (กวางเจา) มณฑลกวางตุ้ง ตั้งอยู่ตอนใต้สุดของประเทศ ทางใต้ติดกับทะเลจีนใต้ จัดอยู่ในกึ่งโซนร้อน อุณหภูมิเฉลี่ย 22-28 องศาเซลเซียส มีประวัติความเป็นมากว่า 2,000 ปี ใกล้กับเกาะฮ่องกงและมาเก๊า เป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ยังเป็นแหล่งเงินทุนจากนอกประเทศโดยเฉพาะจากชาวจีนโพ้นทะเลมากที่สุด ทำให้เขตเศรษฐกิจพิเศษของกวางตุ้ง อย่าง กวางเจา เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถาเจริญรุ่งเรืองอย่างรวดเร็ว มณทลกวางตุ้งมีชายฝั่งทะเลยาว มีแม่น้ำจูเจียงไหลผ่าน และยังมีชื่อเสียงด้านอาหารที่สุดของประเทศ

กวางโจว หรือ กวางเจา
เป็นเมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง กวางโจว เป็นเมืองใหญ่สุดทางภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นมณฑลซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 3 แห่งของจีน คือ เซินเจิ้น จูไห่ และ ซัวเถา

เมืองกวางโจวตั้งอยู่ปากแม่น้ำจูเจียง ตั้งอยู่ใกล้เกาะไหหลำ มาเก๊า และฮ่องกง มีความประวัติศาสตร์ ยาวนานกว่า 2,800 ปี เป็นจุดเริ่มของเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งอดีต และยังเคยเป็นเมืองท่าเสรีแห่งแรกและแห่งเดียวที่เปิดต้อนรับชาวตะวันตกที่เข้ามาติดต่อค้าขาย กวางโจวกลายเป็นเมืองท่าที่มีชื่อเสียงของโลก มีการค้ากับต่างประเทศอย่างมั่งคั่ง ผลิตภัณฑ์จากทางภาคใต้ของประเทศจีน เช่น ผ้าไหม ใบชา กลายเป็นสินค้าส่งออกจากที่นี่ เรือสินค้าของต่างชาติ ก็มาที่นี่จำนวนมากเช่นกัน กวางเจา เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและประตูการค้าที่สำคัญ ได้รับการขนานนามว่าเป็นประตูด้านใต้ของประเทศจีน ปัจจุบันกวางโจวไม่เพียงแต่มีการจราจรทางน้ำที่เฟื่องฟูมั่งคั่ง ยังมีสายการบินนานาชาติ บินเข้าบินออกจำนวนไม่น้อย จึงมีฐานะของเมืองที่สำคัญยิ่งของประเทศจีน ในด้านการค้ากับต่างประเทศ

กวางโจว มีแม่น้ำจูเจียง หรือ แม่น้ำไข่มุก แม่น้ำสายหลักของมณฑลกวางตุ้ง ไหลผ่านกลางเมือง แม่น้ำจูเจียง มีความยาวประมาณ 2,000 กิโลเมตร ยาวเป็นอันดับสามของประเทศจีน ที่เรียกว่าแม่น้ำไข่มุก คนจีนเชื่อว่าเกิดจากหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งใต้แม่น้ำ ที่เชื่อกันว่าเป็นหินไข่มุกทะเลขนาดใหญ่ลักษณะกลมมน ผิวเรียบเนียน ส่องประกายออกมาคล้ายไข่มุก

ตำนาน
มีเรื่องเล่าว่า ในอดีตกวางโจวเป็นเมืองเล็กๆ ชาวบ้านใช้ชีวิตยากลำบาก วันหนึ่งมีเทพ 5 องค์ สวมเสื้อผ้าหลากสีประทับบนแพะ 5 ตัว แพะคาบรวงข้าวไว้ในปาก เหาะผ่านมาเห็นความยากจนของชาวเมือง จึงได้เหาะลงมามอบรวงข้าวให้ชาวบ้านนำไปเพราะปลูกพร้อมอวยพรให้มีความสุข พูดจบแล้วเทพทั้งหมดเหาะจากไป แพะทั้งห้าตัวที่ถูกทิ้งไว้กลายเป็นหิน 5 ก้อน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สัญลักษณ์ของเมืองกวางโจวก็คือ "แพะ"

 

อนุสาวรีย์ 5 แพะ

5gos
 
อนุสาวรีย์ 5 แพะ เป็นสัญลักษณ์เมืองกวางเจา เมืองเอกของมณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ตั้งอยู่ใจกลางเมือง สร้างโดยใช้หินแกรนิตจำนวน 120 ก้อน แกะสลักประกอบเป็นแพะ 5 ตัว แพะตัวใหญ่คาบรวงข้าว 6 รวง ยืนสง่าอยู่บนดอย สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเทพเจ้าที่ดลบันดาลให้เมืองกวางโจวมีความเจริญอุดมสมบูรณ์ทางเกษตรกรรม เมืองกวางเจานี้ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองแพะ” เนื่องจากมีตำนานเล่าขานกันต่อมาว่า ในสมัยราชวงศ์โจว เทพห้าองค์มองเห็นเมืองกวางเจาแห้งแล้งอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง จึงทรงประทับแพะซึ่งคาบรวงข้าวลงมาจากสวรรค์มาให้ชาวบ้าน และได้ดลบันดาลให้เมืองกวางเจามีความเจริญและอุดมสมบูรณ์ จากนั้นเทพทั้งห้าก็หายไป คงเหลือไว้แต่เพียงแพะทั้ง 5 ตัวที่กลายเป็นหิน ดังนั้นชาวเมืองจึงถือว่าแพะเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำเมืองจนทุกวันนี้ กวางเจาจึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “เมืองแพะ”
 

พิพิธภัณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น

guangzhou_sunyatsen
 
 
พิพิธภัณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น ตั้งอยู่ที่เมืองกวางโจว เมืองเอกในมณฑลกวางตุ้ง ของประเทศจีน พิพิธภัณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น ( Dr.Sun Yat Sen Memorial ) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง ดร.ซุนยัดเซ็น ซึ่งถือว่าเป็นบิดาของคนจีนยุคใหม่ ดร. ซุน ยัดเซ็น เป็นผู้ก่อตั้งพรรคก๊กมินตั๋ง และเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสาธารณรัฐจีน เป็นแกนนำคนสำคัญในการโค่นล้มราชวงศ์ชิง เป็นผู้ที่มีพระคุณกับชาวจีนอย่างใหญ่หลวงเพราะเป็นผู้ที่ปลดปล่อยชาวจีน ให้รอดพ้นจากสังคมเดิมที่ล้าหลัง และระบบกษัตริย์ราชวงศ์ชิง พิพิธภัณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น สร้างเสร็จในปี 1972 สร้างเพื่อระลึกวันเกิดร้อยปีของ ดร.ซุนยัดเซ็น สัญลักษณ์ของหอที่ระลึกแห่งนี้คือรูปปั้นเหมือนของตัวท่าน ที่ตั้งอยู่ ทางด้านหน้าของพิพิธภัณฑ์ และแผ่นป้ายที่เขียนว่า “ เทียน เซี้ยะเหวยกง ” ซึ่งท่านก็เป็นผู้เขียนด้วยตัวของท่านเอง

โครงสร้างภายนอกเลียนแบบวังจีน หลังคาปูด้วยกระเบื้องสีเหลือง ภายในหอมีห้องประชุมใหญ่ ห้องสมุด ดร.ซุนยัดเซ็น ห้องภาพ และห้องบรรยาย ในห้องโถงใหญ่มีรูปปั้นดร.ซุนยัดเซ็นที่ทำจากทองแดงแท้ สูง 5.8 เมตร ฐานสูง 3.1 เมตร ลานกว้างหน้าหอเป็นที่ชุมนุม เที่ยวเล่นของชาวไทเป โดยเฉพาะช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ ที่นี่จะคึกคักเป็นพิเศษ ภายในอนุสรณ์สถานนั้นเป็นหอประชุมขนาดใหญ่รูปทรงแปดเหลี่ยม ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเยี่ยม เพราะสร้างขึ้นโดยไม่มีเสากลางห้องที่จะบดบังสายตาของผู้ชม
 

วัดหกไทร

liuyong_temple
 
วัดไทรหกต้น หรือ วัดลิ่วหรงซื่อ แปลว่าวัดต้นไทรหกต้น อยู่ที่เมืองกวางโจว สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1080 (ค.ศ. 537) เป็นวัดเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยถัง มีประวัติความเป็นมา 1,400 กว่าปี เดิมไม่ได้ใช้ชื่อนี้ จนมาถึงราชวงศ์ซ่ง (ราชวงศ์ซ้อง) จึงได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น วัดลิ่วหรงซื่อ โดยกวีที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยซ้อง ท่านได้มาเที่ยวที่วัดแห่งนี้ เห็นภายในวัดมีต้น หรง อยู่หกต้น จึงหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนตัวอักษร 2 ตัว ว่า ลิ่ว หรง (ลิ่ว แปลว่า หก หรง แปลว่า ต้นไทร) จนถึงราชวงศ์หมิง ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้กันว่า วัดลิ่วหรงซื่อ ที่วัดไลิ่วหรงซื่อนี้มีเจดีย์ 9 ชั้น สร้างในเวลาเดียวกันเพื่อบรรลุพระสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากกัมพูชา 1,400 ปีที่ผ่านมาเคยเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง หลังจากถูกไฟไหม้สมัยต้นราชวงศ์ซ่งในศตวรรษที่ 10 ได้ทำการบูรณะอีกครั้งเมื่อ ค.ศ. 1900 และได้พบว่า เจดีย์นั้นสร้างบนขอบ 9 ขอบ ซึ่งคล้ายกับเทคโนโลยีตอกเสาเข็มในปัจจุบัน เนื่องด้วยเจดีย์นี้มีสีสวยสดงดงามแตกต่างจากเจดีย์อื่นๆ ชาวเมืองกวางเจาเรียกเจดีย์นี้ว่า “ เจดีย์ดอกไม้ ” ว่ากันว่ามองเหมือนดอกไม้ หลังคาสีแดงของเจดีย์เป็นลอนโค้งเป็นกลีบดอก ยอดของเจดีย์เป็นเกสร หลังเจดีย์เป็นวิหารใหญ่ มีพระพุทธรูป 3 องค์ สร้างในสมัยราชวงศ์ชิง ในรัชกาลคังซี สูง 6 เมตร คือ องค์อดีต ปัจจุบันและอนาคต ด้านขวามือประตูกำแพงเข้าไปเป็นวิหารไทย มีพระพุทธรูปไทยซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการของไทยมอบให้ เพื่อชาวจีนได้บูชาเมื่อปี ค.ศ. 1985แสดงถึงมิตรภาพ พุทธสมาคมและพุทธศาสนิกชนระหว่างไทย-จีน
 

สุสาน 72 วีรชน  

guangzhou72
 
 
72_2
 
สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรชนที่ลุกขึ้นสู้ ในขบวนการนำของ ดร.ซุนยัดเซ็น และหวางชิง  ที่จะโค้นล้มราชวงศ์ชิง แต่พ้ายแพ้ สุสานประกอบด้วย ซุ้มประตูใหญ่ บนซุ้มประตูมีตัวหนังสือ 4 ตัว อ่านว่า “เฮ้าชี้ฉางฉุน” แปลว่า พลังจิตอันยิ่งใหญ่ยืนยง ทางเข้าสุสาน ประดับด้วยดอกไม้อันสวยงาม มีสระพานทอดข้ามสระบัว สองข้างมีกระถางธูปข้างละหนึ่งใบ
 

จัตุรัสฮัวเฉิง 

huacheng
 
 
huacheng_2
 
จัตุรัสฮัวเฉิง (เมืองแห่งดอกไม้) ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของเมืองกวางเจา มีพิ้นที่ 560,000 ตารางเมตร จัตุรัสนี้รวบรวมสิ่งก่อสร้างหลายแห่งอยู่ในที่เดียวกัน มีมากกว่า 39 ตึกก่อสร้าง อาทิเช่น พิพิธภัณฑ์กวางตุ้ง หอดนตรี หอทีวีที่สูงที่สุดในโลก หอหนังสือกวางเจา วังเยาวชน ซึ่งตอนนี้จัดเป็นสวนจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดของเมืองกวางเจา
 
 
ซัวเถา
เป็นหนึ่งในจังหวัดของจีนที่ตั้งอยู่ในมณฑลกวางตุ้ง มีพื้นที่ 234 ตารางกิโลเมตร จังหวัดซัวเถา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของมณฑลกวางตุ้ง ซัวเถาเป็นหนึ่งในถิ่นฐานของจีนแต้จิ๋ว ที่พูดภาษาแต้จิ๋ว ซึ่งเป็นภาษาที่แยกย่อยมาจากภาษาหมินใต้ (ฮกเกี้ยนใต้) เมืองซัวเถา ในสมัยราชวงศ์ราชวงศ์ซ้อง เคยเป็นเมืองท่าของ เมืองถัวเจียง และ อำเภอเจียหยาง มีชื่อว่า เมืองซ่าหลิ่ง ในสมัยราชวงศ์หยวน ในปีพ.ศ. 2106 เมืองซัวเถาเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอเฉิงไห่ หรือเถ่งไฮ่ ในภาษาแต้จิ๋ว จังหวัดฉาวโจวหรือจังหวัดแต้จิ๋วในปัจจุบัน ในตอนนั้นเมืองซัวเถาถูกเรียกว่า ชาชานปิง ส่วนคำว่าซัวเถานั้นถูกเรียกเมื่อคริศ ตศตวรรษที่ 17 จากเครื่องชามที่เรียกว่า ชาชาน โทวเปาไท และก็ได้มาเป็นเมืองเมื่อ พ.ศ. 2452

เมืองซัวเถา ในอดีตเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ต่อมาถูกยกระดับฐานะขึ้นเป็นเมืองท่านานาชาติในศตวรรษที่ 18 ก่อนจะกลายมาเป็น 1 ใน 4 เมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษของจีน ซัวเถาเป็นบ้านเกิดของชาวจีนโพ้นทะเลที่อพยพไปตั้งถิ่นฐานยัง ประเทศต่าง ๆ กว่า 30 ประเทศทั่วโลก ปัจจุบันลูกหลานชาวจีนโพ้นทะเลเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันให้เศรษฐกิจของเมืองซัวเถาพัฒนา
 

เฮียงบู้ซัว ศาลเจ้าพ่อเสือ

xianwushan
 
 
hiangbushua
 
เฮียงบู้ซัว ศาลเจ้าพ่อเสือ ในบริเวณวัดหยวนซัน ซึ่งเป็นวัดพุทธศาสนาโบราณที่เก่าแก่อายุกว่า 800 ปี มีผู้คนศรัทธามาบูชาอยู่เสมอและมีชื่อเสียงเลื่องลือทั้งในและนอกประเทศเชื่อกันว่าวัดนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก "ขอสิ่งใดก็จะได้สมปราถนา"
 

ศาลเจ้าไต่ฮงกง

dafenggong
daihonggong_1
daihonggong_2
 

หลวงปู่ไต่ฮงหรือไต่ฮงกง ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุอำเภอเตี้ยเอี้ย เมืองแต้จิ๊ว มณฑลกวางตุ้ง ในสาธารณรัฐประชาชนจีน ท่านเกิดที่เมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียง เมื่อพ.ศ.1582 สมัยราชวงศ์ซ้อง จากตระกูลลิ้ม เดิมชื่อหลิงเอ้อ ครอบครัวของท่านสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินได้รับการศึกษาทั้งทางวิชาการและพุทธศาสนา สอบได้เป็นบัณฑิตระดับจิ้นซือ(บัณฑิตชั้นเอก) เมื่อ พ.ศ.1638 (ก่อนสมัยสุโขทัยเกือบ 200 ปี) เข้ารับราชการเป็นนายอำเภอเซียวเฮง ของแคว้นเจียงเจี๊ยะ เมื่ออายุ 54 ปี และมาบวชเป็นพระในพุทธศาสนาปฏิบัติธรรมเผยแพร่ธรรมะเป็นเวลายาวนานในมณฑลฮกเอี้ยน เมื่อท่านเจริญอายุได้ 81 ปี ได้ธุดงค์มาจำพรรษาที่เข้าจำพรรษาที่ "อารามเล่งจั๊วโก๋วยี่" ในเขาปักซัว เขตอำเภอเตี้ยเอี้ย เมืองแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ต่อมาได้จาริกมาจำพรรษาที่ "วัดเมียนอัน" เป็นวัดเก่าๆ อยู่บนเขาปักซัวในเขตอำเภอเตี้ยเอี้ย และได้บูรณะสังขรณ์ใช้เป็นสถานที่เผยแพร่พระธรรมในตำบลฮั่วเพ่ง ซึ่งมักจะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติอยู่เป็นเนืองนิจ ทั้งเวลามีพายุ น้ำท่วม ไฟไหม้ โรคระบาด ภัยแล้ง ซึ่งจะมีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ท่านก็เก็บศพไปฝังให้โดยไม่รังเกียจ ตั้งศาลารักษาโรคที่ริมโขดหินใหญ่ จัดหาอาหารสิ่งของให้ผู้ยากไร้ที่เดือดร้อน ชักชวนชาวบ้านและสานุศิษย์ให้ประกอบกิจกรรมการกุศลกันอย่างกว้างขวาง กล่าวคือ จริยวัตรแห่งเมตตาธรรมของท่านนั้น ช่วยเหลือทั้งผู้มีชีวิตที่ยากไร้และผู้ตายที่ไร้ญาติ และขณะนั้นท่านเห็นผู้คนข้ามแม่น้ำเหลียงเจียงที่กว้างใหญ่ถึง 300 วา สายน้ำเชี่ยวตลอดปี เกิดเรือล่มคนจมน้ำตายเสมอ พระคุณเจ้าได้ชักชวนชาวบ้านบริจาคกำลังกายกำลังทรัพย์ลงมือสร้างสะพานฮั่วเพ้งให้จนท่านมรณะภาพลงในปี 1670 สิริรวมอายุได้ 88 ปี และสะพานได้สร้างเสร็จในปี 1671ซึ่งใช้เวลาสร้างเพียง 1ปีเท่านั้น ส่วนบริเวณที่จะสร้างสะพานนั้นท่านได้เลือกตรงหน้าศาลเจ้าหลักเมือง และดูฤกษ์ยามสำหรับการเริ่มงาน ในวันที่เริ่มสร้างสะพานสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดคือ น้ำในแม่น้ำเกิดลดลงไปจนเกือบแห้งเป็นที่อัศจรรย์ บรรดาประชาชนและช่างต่างก็ก้มลงกราบท่านด้วยความศรัทธา ท่านกลับบอกว่า ให้กราบฟ้าดินเถิด การครั้งนี้น้ำทะเลที่ปากแม่น้ำจะไม่ขึ้นลงเป็นเวลา 7 วัน เมื่อทราบเช่นนั้นพวกช่างจึงทำการสร้างรากฐานสะพานและสร้างถ้ำสำหรับระบายน้ำจำนวน 19 ถ้ำ จนแล้วเสร็จโดยใช้เวลา 7 วันพอดี วันต่อมาน้ำในแม่น้ำเหลียงเจียงก็ขึ้นลงตามปกติ การก่อสร้างสะพานจึงเป็นไปด้วยความราบรื่นจนกระทั่งเสร็จ จัดว่าเป็นสะพานหินที่มีความยาวมาก และตั้งชื่อสะพานนี้ว่า "ฮั่วเพ็ง"หลังจากที่สร้างสะพานเสร็จท่านก็เริ่มอาพาธด้วยโรคชรา และมรณภาพลงด้วยอาการสงบ สิริอายุได้ 85 ปี ชาวเมืองจึงได้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและฝังร่างของท่านไว้ ณ ภูเขาฮั่วเพ็ง และยังสร้างศาลเจ้าประดิษฐานรูปเหมือน ไต้ฮงกงโจวซือไว้สักการบูชา มีนามว่า "ศาลเจ้าป่อเต็กตึ๊ง"มาจนทุกวันนี้ พระคุณของไต้ฮงกงแผ่ไพศาลชาวจีนตอนใต้เลื่อมใสศรัทธาตลอดมา ทุกยุคสมัย สร้างศาลาบุญเพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงพระคุณท่านและสืบทอดกุศลเจตนาของท่าน ในปัจจุบันมีกุศลสถานสนองพระคุณ ในประเทศจีน ๒๓๗ แห่ง และในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ๔๐ แห่ง เช่น ศาลฮั่วเพ้งป่อเต็กโก๋วตึ๊ง ในตำบลฮั่วเพ้ง ซึ่งประดิษฐานพระรูปไต้ฮงกง และภาพวาดของท่านอายุราว ๙๐๐ ปี รวมทั้งแผ่นศิลาจารึกเรื่องราวของท่านในปัจจุบันนี้สุสานของท่านที่ฮั่วเพ้ง ได้รับการบูรณะขึ้นเป็นอุทยานประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในเขตทิวทัศน์สงบและสวยงาม ที่เนินเขาเฉียวเหวิ่ยบนเส้นทางหลวงสายกวางเจา-ซัวเถา อุทยานแห่งนี้มีความสง่า โอ่อ่า งดงามเป็นอย่างยิ่ง ประกอบด้วยหมู่อาคารหลายหลัง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ศาลาไต้ฮงกงซึ่งสร้างอย่างประณีต อยู่เบื้องหน้าสุสานไต้ฮงกง ถัดไปเป็นเนินเขาเขียวชอุ่มและป่าไม้ นอกจากนี้ ยังมีหออนุสรณ์ อาคารป่อเต็ก และศาลาหลายหลัง บรรยากาศและทิวทัศน์ที่สุขสงบชำระจิตใจให้ผ่องใส และรำลึกคุณอันแผ่ไพศาลของไต้ฮงกง กล่าวกันว่า เจตนารมณ์ไต้ฮงกงเปรียบเสมือนสายน้ำ ในแม่น้ำเหลียงเจียงที่ไหลลงสู่ทะเลใต้ แพร่สะพัดไปที่ทุกแห่งหน ศาลเจ้า "ไต้ฮงกงกิมซิง"ที่เมืองฮั่วเพ้งนี้ เดิมเป็นศาลเก่า ๆ เล็ก ๆ มาหลายร้อยปี เพิ่งบูรณะเสร็จสมบูรณ์ หน้าศาลเจ้าเป็นกำแพงทึบตลอดแนว เพื่อกั้นแรงคลื่นจากปากแม่น้ำที่ถาโถมตลอด

 

เจ้าแม่ทับทิม (ม่าโจ้ว) บนเกาะหม่าสือ

mazhu
 
 
mazhu_2
 
เกาะหม่าสือ เป็นเกาะศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจีนทั้งในและต่างประเทศให้ความนับถือ เกาะหม่าสือเป็นเกาะขนาดเล็ก มีเนื่อที่ 0.9 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวซัวเถา เป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่ทับทิมและเจ้าแม่กวนอิม
 

วัดไคหยวน / Kaiyuan temple

kaiyuansi
 
เป็นวัดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองแต้จิ๋ว สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถังราว ค.ศ. 738 สมัยจักรพรรดิถังสวนจง (หมิงตี้) บางส่วนเป็นศิลปะสมัยราชวงศ์ซ่งและหยวนแต่ก่อนเคยมีเนื้อที่ร้อยกว่าโหม่ว  แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 20 โหม่ว ถูกรุกที่บ้าง เอาไปทำอย่างอื่นบ้าง ประตูใหญ่ที่คนเข้าออก (ซานเหมือน) มีท้าวโลกบาล (เทียนหวัง) อยู่ด้านซ้ายขวาข้างละ 2 องค์ ตรงกลางเป็นรูป พระศรีอาริยเมตไตย อาคารหลักเรียกว่า ต้าฉงอู่เตียน เป็นวิหารกลาง ปลูกบนยกพื้นหินแกรนิตภายในมีพระปฏิมาประธาน 3 องค์ ตรงกลางเป็นพระศากยมุนี ข้างซ้ายเป็นพระไภษัชยคุรุ ด้านขวาเป็นพระอมิตาภะ ริมผนังสองด้านเป็นพระอรหันต์ข้างละ 9 องค์ รวมเป็น 18 ที่เรียกว่า จับโป้ยหล่อฮั่นตรงกลางเป็นพระแม่กวนอิมเหยียบบนปลาหลีฮื้อ เรียกว่า กวนอิมทะเลใต้ ประติมากรรมทั้งหมดนี้สร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากของเดิมถูกทำลายหมดในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรม สร้างเพื่อรำลึกถึงเสนาบดีหันเหวินกงผู้ซื่อตรงและเต็มไปด้วยความสามารถในสมัยราชวงศ์ถัง แต่ถูกพวกกังฉินยุยงฮ่องเต้และโดนเนรเทศลงมาภาคใต้ ซึ่งเป็นเมืองแต้จิ๋วในปัจจุบัน
 
 

เซินเจิ้น

ตั้งอยู่ที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เป็นเมืองชายแดนริมฝั่งตรงข้ามกับเกาะฮ่องกง มีพื้นที่ 2,020 ตารางกิโลเมตร เซินเจิ้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ เขตเมืองเซินเจิ้น เขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น และเขตมณฑลเซินเจิ้น เป็นหนึ่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เมืองเซินเจิ้น มีสถานะเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุด และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่สุด ปัจจุบันนี้เมืองเซินเจิ้นมีสถานะเป็นเมืองในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่ใหญ่ที่สุดเป็นศูนย์กลางด้านการเงินของจีนตอนใต้ มีปริมาณสินค้านำเข้าส่งออกมากเป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องกว่า 7 ปี และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงที่ สุดในประเทศจีนทั้งยังได้รับอิทธพลในด้านต่าง ๆ โดยตรงจากฮ่องกงและได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นเมืองที่มีศักยภาพทางด้านการค้าเศรษฐกิจสูงที่สุดเมือง หนึ่งของประเทศจีนเป็นแหล่งดึงดูดทั้งการลงทุน เทคโนโลยี และ มันสมองจากส่วนต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เซินเจิ้นนับเป็นเมืองที่มีอายุน้อยมากเมื่อเทียบกับเมืองเศรษฐกิจอื่น ๆ ของจีน สภาพการวางผังต่าง ๆ ภายในเมืองได้รับการวางแผนเป็นอย่างดีจึงมีภูมิทัศน์ และ สภาพแวดล้อมที่เป็นระเบียบ สวยงามและร่มรื่นด้วยต้นไม้

สมัยก่อนเมืองเซินเจิ้นเป็นเพียงหมู่บ้านชาวประมง เมื่อปี ค.ศ. 1980 ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษทำให้มีความเจริญ และความทันสมัยภายในเมืองนี้มากขึ้น มีการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ อาคารสำนักงาน โรงแรม และสิ่งปลูกสร้างต่างๆ พร้อมทั้งจำนวนประชากรก็เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ปัจจุบันเซินเจิ้นเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
 

หน้าต่างโลก / Window of the World

window_of_the_world
 
 
win_world
 
บนพื้นที่ประมาณ 0.5 ตารางกิโลเมตร ที่นี่ได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ ของโลกไว้ถึง 118 อย่าง ทั้งในทวีปเอเชีย แปซิฟิก ยุโรป แอฟริกา และอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นทัชมาฮาลของอินเดีย พีระมิดของอียิปต์ นครวัดจากกัมพูชา แกรนด์แคนยอนจากอเมริกา ซิดนีย์โอเปร่าเฮ้าส์จากออสเตรเลีย หรือหอเอนเมืองปิซา แต่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก็คือ หอไอเฟลจากฝรั่งเศสที่มีความสูงถึง 108 เมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวเมืองเซินเจิ้นและเกาะฮ่องกงที่ดีที่สุดนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางขึ้นเก็บภาพวิวเมืองเซินเจิ้นจำลองทั่วโลกได้ ทุกๆ วัน
 

เมืองจำลองจีน / Splendid China

splendid_china
 
 
spendid_china_2
 
ภายในจำลองสถานที่สำคัญๆ ของเมืองจีน ว่ากันว่าเมื่อมาเที่ยวเมืองจำลองจีนเพียงวันเดียวก็สามารถเข้าใจประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 5,000 ปี ของจีนได้ทันที เพราะที่นี่ได้จำลองสถานที่สำคัญ ๆ ของจีนไว้ด้วยกันมากมาย อาทิ กำแพงเมืองจีน กองทหารดินเผาและม้าศึกของของจิ๋นซีฮ่องเต้ พระราชวังฤดูร้อน พระราชวังโปตาลาจากธิเบต รวมถึงสุสานและหลุมฝังศพของบุคคลสำคัญของจีน ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์หวงตี้ เจงกิสข่าน ดร.ซุนยัดเซ็น นอกจากนี้ในพื้นที่อันกว้างขวางของเมืองจำลองยังมีอาหารนานาชนิดจากมณฑลต่าง ๆ ของจีนไว้ให้เลือกลิ้มลอง รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมจีนอันตระการตา และการจัดแสดงงานหัตถกรรมที่สวยงามซึ่งสามารถซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย 
 

พิพิธภัณฑ์ เซินเจิ้น / Shenzhen Museum 

shanzhen_museum_2
 
 
shenzhen_museum
 
ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองเซินเจิ้น มีทั้งโบราณวัตถุ ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วัฒนธรรมและศิลปะ เปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1988
 
 
จูไห่
เมืองจูไห่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ 1 ใน 5 ของประเทศจีน "จูไห่" ได้รับยกย่องจากสหประชาชาติให้เป็น "เมืองมหัศจรรย์ แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน" (Amazing City in China) ผ่านทางประตูบอกเขต หรือประตูพรมแดนระหว่างจีนและโปรตุเกส (มาเก๊า) ซึ่งใช้เป็นด่านพรมแดนสู่ประเทศจีน สร้างในปี ค.ศ. 1849 ผ่านเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ สัญลักษณ์ของเมืองจูไห่ คือ "หวี่หนี่" เป็นรูปปั้นนางฟ้าถือไข่มุก ซึ่งยื่นออกไปในทะเล และยังมีถนนคู่รัก เป็นถนนซึ่งอยู่ริมชายหาดที่รัฐบาลจูไห่ได้ตกแต่งภูมิทัศน์ ได้อย่างสวยงามเหมาะสำหรับพักผ่อน และที่ได้ชื่อว่าถนนคู่รัก ก็เพราะว่าภายในบริเวณถนนริมชายหาดแห่งนี้ได้มีการนำเก้าอี้ หรือ ม้านั่ง ซึ่งทำมาสำหรับ 2 คนนั่งเท่านั้น จึงได้ชื่อว่าถนนคู่รัก

โรงงานผ้าไหม ที่โรงงานผ้าไหมจะมีกระบวนการผลิตเส้นไหมจีน ตั้งแต่ขั้นตอนแรกที่เริ่มเลี้ยงดูตัวไหม ไปจนถึงกระบวนการสุดท้ายที่นำเส้นไหมที่ได้มาถักทอเป็นผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากไหมจีนนานาชนิด อาทิ ไส้ผ้าห่มที่ทำจากเส้นใยไหม, ชุดเครื่องนอน, เสื้อผ้า (มีทั้งของคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง), ผ้าพันคอ, ฯลฯ ลักษณะพิเศษที่สำคัญของไหมจีน ก็คือเวลาสวมใส่จะสบาย ลื่นดี เวลาอากาศร้อนไหมจีนจะเย็น เวลาหนาวไหมจีนจะให้ความอบอุ่น ทำให้ผู้สวมใส่สบาย

จูไห่เป็นเมืองเศรษฐกิจใหม่ของจีนอีกเมืองหนึ่ง มีการลงทุนและการเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จูไห่ยังมีแหล่งช้อปปิ้ง ศูนย์การค้าใต้ดินชื่อ “ตลาดกงเป่ย” ศูนย์การค้าติดแอร์ 5,000 กว่า ร้านค้า มีสินค้าให้ท่านเลือกมากมาย เช่น สินค้าก๊อปปี้แบรนด์เนมชั้นนำต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า นาฬิกา ของเด็กเล่น ฯลฯ ที่นี่มีให้ท่านได้เลือกซื้อหมด
 

วัดไป๋หลิน หรือ วัดดอกบัวขาว

bailinshi
 
 
ตั้งอยู่ที่เมืองจูไห่ ใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมือง ประมาณ 10-15 นาที วัดไป๋หลิน เป็นวัดเล็กๆ ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามมาก ภายในบริเวณวัด จะมีบันไดเดินขึ้นไปกราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวจูไห่ให้ความนับถือ ได้แก่ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ, เทพเจ้ากวนอู, เจ้าแม่กวนอิม ตามบันไดที่ขึ้นไปทั้งสองข้างทางจะมีต้นสนปลูกไว้ตลอดสองข้างทาง บรรยากาศร่มรื่นมาก เมื่อท่านได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดครบหมดแล้ว บริเวณด้านนอกก็จะมีระฆังไว้ให้คนที่ไปขอพรตี เพื่อให้พรที่ขอสมดั่งที่ปารถนา ในการตีเขาบอกให้ตี 3 ครั้ง แล้วพรที่ขอก็จะสัมฤทธิ์ผล สำหรับท่านไหนที่ยังไม่เคยไป ก็ลองไปดูนะคับ ลองไปขอพรดู และลองไปสัมผัสกับบรรยากาศของ เมืองจูไห่ ดู อากาศดีมาก ๆ เลย
 

พระราชวังหยวนหมิง

zhuhai_yuanmingyuan
 
 
พระราชวังหยวนหมิงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นแทนพระราชวังใหม่หยวนหมิง ณ กรุงปักกิ่ง พระราชวังแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง ณ ใจกลางของ "ภูเขาชิลิน" ในเมือง "จูไห่" ทำให้สวนแห่งนี้โอบล้อมด้วยขุนเขาที่เขียวชอุ่ม สวนหยวนหมิง มีเนื้อที่ 1.39 ตารางกิโลเมตร มีภูเขาโอบรอบทั้ง 3 ด้าน ด้านหน้าเป็นพื้นที่ราบ สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ สร้างขึ้นเท่าของจริงในอดีตทุกชิ้น ภายในสวนมีทะเลสาปขนาด 80,000 ตารางเมตร ซึ่งมีขนาดเท่ากับสวนเดิมในกรุงปกกิ่ง เป็นศูนย์กลางล้อมรอบด้วยสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ กว่าร้อยชิ้น อาทิ เสาหินคู่ สะพานข้ามธารทอง ประตูต้ากง ตำหนังเจิ้งต้ากวางหมิง สะพานเก้าเลี้ยว

สิ่งที่ทำให้ สวน "หยวนหมิงหยวน" มีความแตกต่างกับสวนเก่าที่ปักกิ่ง คือการเพิ่มเติมและตกแต่งสวนที่เป็นศิลปแบบตะวันตกผสมกับศิลปะจีน "สวนหยวนหมิง" จึงถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งจำลองมาจากสถานที่ในประวัติศาสตร์ มีคุณค่าทั้งในแง่วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธุรกิจการท่องเที่ยว สวนแห่งนี้เปิดให้บุคคลเข้าชมตั้งแต่ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1997 เป็นต้นมา
 

ตลาดก๊งเป่ย

gongbei_market
 
 
ตลาดก๊งเป่ย เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงของเมืองจูไห่ (ตลาดใต้ดิน) คือ ตลาดที่ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของเมือง สินค้าของที่นี่มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า, รองเท้า, กางเกง, นาฬิกา, ของเด็กเล่น, ฯลฯ หรือพูดได้ว่า สินค้าของที่นี่มีเกือบทุกอย่าง ในการเลือกซื้อสินค้าของที่นี่จะต้องเลือกดูให้ดี ให้ละเอียดก่อน เพราะสินค้าส่วนมากจะเป็นของก๊อปปี้ และของจีน

สินค้าของที่นี่สามารถต่อรองราคาได้ ถ้าต่อรองราคาดีๆ อาจจะได้ในราคาครึ่งต่อครึ่งเลยที่เดียว เหมาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ชอบช้อปปิ้ง และที่สำคัญราคาก็ไม่ค่อยแพง
 
 
 
 
company_profile thai chinese english