home_pic
home travel world_heritage airlines hotel map weather contact_us tb_blue
 
 

 

expert

เขตปกครองตนเองกว่างซี Guangxi

กว่างซีจ้วง (กวางสี) 广西 Guǎngxī ชื่อย่อ 桂 กุ้ย เมืองเอกหนานหนิง มีพรมแดนติดกับมณฑลกุ้ยโจว กวางตุ้ง ยูนนาน และ ประเทศเวียดนาม เป็นเขตปกครองตนเองของชนชาติจ้วง ชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนมากที่สุดในประเทศจีน พื้นที่ส่วนใหญ๋ี่เป็นที่ราบแอ่งกระทะและเทือกเขาขนาดเล็กที่ยาวคดเคี้ยวติดต่อกัน เมืองที่มีชื่อเสียงมากด้านการท่องเที่ยวคือ เมืองกุ้ยหลิน แม่น้ำหลีเจียง เขางวงช้าง เขาตู้ซิ่วเฟิง เขาฝูโป เขาเตี๋ยไช่ สวนเจ็ดดาว ถ้ำขลุ่ยอ้อ เมืองลับแล ถ้ำเงิน ถ้ำปลา และการทำนาขั้นบันไดที่มีชื่อเสียงอย่างหลงเซิ่น รวมทั้งน้ำตกพรมแดน2ประเทศระหว่างจีนกับเวียดนามอย่างน้ำตกเต๋อเทียน

หนานหนิง
เป็นเมืองเอก มีฉายาว่าอุทยานสีเขียว และเป็นเมืองอุตสาหกรรมสิ่งทอ อาหารสำเร็จรูป และผลไม้ จากหนานหนิงมีสายการบินพาณิชย์ถึงฮ่องกงและสิงคโปร์ เมืองนี้ยังเป็นสถานีสุดท้ายก่อนจะถึงด่านชายแดนประเทศเวียดนาม

กุ้ยหลิน
เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในเขตปกครองตนเองกวางสี ตอนใต้ของประเทศจีน มีภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตามากมายกว่า 27,000 ยอด โดยเฉพาะขุนเขา 2 ฟากฝั่งแม่น้ำหลีนี่งดงามจนถูกยกให้เป็นไฮไลท์สำคัญของการเที่ยวเมืองกุ้ยหลิน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาว “จ้วง” ซึ่งถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีจำนวนมากที่สุดของชนกลุ่มน้อยทั้งหมด ชื่อกุ้ยหลินมาจากที่อดีตดินแดนนี้มีป่า (หลิน) ต้น “กุ้ยฮวย” เยอะ (ต้นกุ้ยฮวย ในภาษาจีน แปลเป็นไทยคือ ต้นขี้เหล็ก) คนกุ้ยหลินได้นำดอกของต้นกุ้ยฮวยมาตากแห้งอบพร้อมใบชา กลายเป็น “ชากุ้ยหลิน”

กุ้ยหลิน ถือเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเป็นสถานที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศจีน คนจีนยกให้เป็นดัง “เมืองสวรรค์บนพิภพ”หรือ“ซื่อไหว้เถาหยวน” ด้วยความที่เป็นเมืองแห่งขุนเขา ทำให้เขาหลายๆลูกในเมืองนี้มีลักษณะพิเศษรูปร่างแปลกตา โดยเขาที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองก็คือ “เขางวงช้าง”
(เซี่ยงปี๋ซาน) นอกจากเขางวงช้างแล้ว กุ้ยหลินยังมี “เขาสลายคลื่น” (ฝูโปซาน) เขาที่ว่ากันว่าไม่ว่าคลื่นลมโหมกระหน่ำมาเท่าใด เมื่อมาเจอเขาลูกนี้รับรองคลื่นมลายหายสิ้น ที่ใต้เขายังมี “ถ้ำคืนไข่มุก”เป็นจุดสนใจ ซึ่งว่ากันว่าเคยมีมังกรอาศัยอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้ ภายในถ้ำโดดเด่นด้วยพระพุทธรูปแกะสลักหินที่ผนังถ้ำส่วนทางด้านฝั่งริมแม่น้ำหลีของถ้ำยังมีเสาหินที่ตามตำนานจีนเล่าว่า ยอดขุนพลของจีนคนหนึ่งที่มีรูปปั้นตั้งโดดเด่นอยู่หน้าเขาสลายคลื่นได้แสดงบารมีให้นักรบเวียดนามดู โดยใช้ดาบเดียวฟันฉับลงที่เสาหินจนขาดสะบั้นในดาบเดียว นอกจากขุนเขาและสายน้ำที่งดงามแล้ว กุ้ยหลินยังมีถ้ำอันงดงามอีกมากมายหลายแห่ง สำหรับถ้ำที่ถือเป็นไฮไลท์ของเมืองนี้ ก็คือ“ถ้ำขลุ่ยอ้อ” (หลูตี๋เหยียน) ส่วนที่เด่นที่สุดระดับไฮไลท์ของถ้ำขลุ่ยอ้อก็คือ
“วังบาดาล”
ที่เป็นวังน้ำมีหินงอกหินย้อย ทอดเงาตกสะท้อนลงในวังน้ำ ภายใต้แสงไฟสีน้ำเงินที่ส่องประดับ ท่ามกลางโถงถ้ำขนาดใหญ่

เมืองกุ้ยหลินเป็นเมืองโบราณที่มีประวัติ 2110 ปี มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อันรุ่งโรจน์เป็นเวลานาน ปัจจุบัน เมืองกุ้ยหลินมีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่ต้องอนุรักษ์ไว้ ทั้งระดับชาติ ระดับเขตปกครองตนเองและระดับเมือง 109 แห่ง ปัญญาชนสมัยต่าง ๆ ต่างก็เขียนกวี หรือบทความยกย่องชมเชยภูเขาลำน้ำและพระพุทธรูปในเมืองกุ้ยหลิน ตามผาหรือถ้ำหินต่าง ๆ ทั่วเมืองกุ้ยหลิน ที่มีชื่อดังที่สุดคือ ป่าศิลาจารึกกุ้ยไห่ แกะสลักหินบนผาโหมหยาภูเขาซีซาน
แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อดังในเมืองกุ้ยหลินยังมี ยอดเขาปี้เหลียน สวนสาธารณะชีซิง น้ำพุร้อนหลงเซิ่ง ถ้ำหินหลูตี๋และภูเขาเซี่ยงปี๋ เป็นต้น

ลำน้ำเมืองกุ้ยหลินที่มีลักษณะพิเศษและมีชื่อดังทั้งในจีนและในต่างประเทศที่ว่า เขา เขียว น้ำใส ถ้ำแปลกและหินสวย ทั้งได้รับคำชมว่า ภูเขาลำน้ำในเมืองกุ้ยหลิน เป็นหนึ่งในโลก

 

เขางวงช้าง หรือ เซี่ยงปี๋ซาน / Elephant Trunk Hill

eleven_mt
 
ตั้งอยู่ใจกลางเมืองตรงบริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำหลีเจียงและแม่น้ำถาวฮัวเป็นหนึ่งในภูเขาที่ขึ้นชื่อของกุ้ยหลิน ทางตะวันออกเฉียงใต้สุดเขตเมืองกุ้ยหลิน ริมแม่น้ำหลีเจียง เป็นสัญลักษณ์ของเมืองกุ้ยหลิน ที่ได้ชื่อว่าเขางวงช้างนั้น มาจากรูปร่างของภูเขาหินที่คล้ายกับงวงของช้างที่กำลังโน้มลงเพื่อกินน้ำจากแม่น้ำหลีเจียงที่อยู่เบื้องล่าง บริเวณชายฝั่งแม่น้ำบริเวณนี้ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมาก ที่ใต้เขายังมี “ถ้ำคืนไข่มุก”เป็นจุดสนใจ ซึ่งว่ากันว่าเคยมีมังกรอาศัยอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้ ปัจจุบันถ้ำคืนไข่มุกนับเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในกุ้ยหลิน ที่ภายในถ้ำโดดเด่นด้วยพระพุทธรูปแกะสลักหินที่ผนังถ้ำส่วนทางด้านฝั่งริมแม่น้ำหลีของถ้ำยังมีเสาหินที่ตามตำนานจีนเล่าว่า ยอดขุนพลของจีนคนหนึ่งที่มีรูปปั้นตั้งโดดเด่นอยู่หน้าเขาสลายคลื่นได้แสดงบารมีให้นักรบเวียดนามดู โดยใช้ดาบเดียวฟันฉับลงที่เสาหินจนขาดสะบั้นในดาบเดียว

จุดท่องเที่ยงที่น่าสนใจ ในบริเวณเขางวงช้าง อาทิ ถ้ำจันทร์วารี (สุ่ยเยว์) ผาเนตรกุญชร เจดีย์ผู่เสียน วัดหงเฟิง ซึ่งภายในวัดเป็นที่แสดงหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไท่ผิงเทียนกั๊ว ข้างเตียงยังมีเจดีย์เส้อลี่แห่งวัดไคหยวน ซึ่งเป็นวัดโบราณ ที่เริ่ม สร้างในสมัยราชวงศ์สุย (ค.ศ. 581-617) แต่เสร็จสิ้นในสมัยราชวงศ์ถัง ? (ค.ศ. 618-907) ถ้ำจันทร์วารีอยู่ติดริมแม่น้ำ หลีเจียง สายน้ำไหลทะลุ หินผาและดูเหมือนกับพระจันทร์ลอยอยู่เหนือน้ำ ส่วนหินเหนือถ้ำย้อยลง แม่น้ำเหมือนงวงช้างที่ยื่นลงเพื่อ ดื่มน้ำจากแม่น้ำหลีเจียง แลดูน่าทึ่งและสวยงามยิ่งนัก นักกวีสมัยถังซ่ง เมื่อได้มาเยือนเขางวงช้าง แล้วประทับใจจนบรรยายเป็นบทกลอนดังนี้ใต้น้ำมีจันทราสว่างไสวเหนือน้ำมีจันทราลอยเด่น สายน้ำไหลแต่จันทรายัง จันทร์ลับฟ้าสายน้ำยังคงไหล
 

แม่น้ำหลีเจียง / Li Jiang

lijiang_river
 
แม่น้ำหลีเจียงเป็นแม่น้ำเกิดจากภูเขาเม่าเออซาน มีคลองขุดหลิงฉีชลประทาน ในสมัยราชวงศ์ฉิน เมื่อ 2,200 ปีก่อน เชื่อมแม่น้ำระหว่างหลีเจียงกับเซียงเจียง สาขาแม่น้ำแยงซี และแม่น้ำซีเจียง สาขาแม่น้ำจูเจีย ทำให้เครือข่ายของแม่น้ำทั้งสองเชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกันพร้อมทั้วงนำเอาน้ำอันอุดมสมบูรณ์ใหไหลเข้าเซียงเจียงซึ่งขาดแคลนน้ำ แม่น้ำหลีเจียงยาว 360 กิโลเมตร เนื่องด้วยพื้นที่เป็นหินปูนทำให้น้ำในแม่น้ำหลีเจียงตกตะกอนเป็นน้ำใส ประกอบด้วยบริเวณรอบกุ้ยหลินเป็นภูเขาสูงตรงดิ่งชี้ฟ้าจึงเป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม จุดที่สวยที่สุดคือระยะทางจากกุ้ยหลินสู่หยางซ้อ ระยะทาง 80 กิโลเมตร ตลอดสองฝั่งแม่น้ำเรียงรายด้วยภูเขานับร้อยนับพันที่แปลกและรูปทรงต่างๆ ยามเมื่อเงาส่องลงในน้ำที่แสนใสเกิดเป็นทิวทัศน์วิจิตรพิสดารยิ่งนัก ดั่งโบราณมีกลอนชมกุ้ยหลินว่า “ทิวทัศน์กุ้ยหลินเป็นเอกแห่งใต้หล้า หยางซ้อทิวทัศน์สวนยิ่งกุ้ยหลิน” ภูเขาสองข้างแม่น้ำมีลักษณะต่างๆเช่น ภูเขาพระจันทร์ ภูเขาเจ้าแม่กวนอิม ภูเขาภาพวาดจีน-ม้า 9 ตัว ภูเขาลุงแก่ เป็นต้น ในยามค่ำชาวบ้านจะนำนกกาน้ำหาปลาในแม่น้ำพร้อมจุดตะเกียงที่หัวแพ ดูสว่างตลอดแม่น้ำซึ่งเป็นทิวทัศน์ที่หาชมยากนอกจากที่เมืองกุ้ยหลิน
 

เขาฝูโป / Fuboshan

fubo_mt
 
 
เขาฝูโป เป็นภูเขาริมแม่น้ำหลีเจียงใจกลางเมืองกุ้ยหลิน เนื่องด้วยถูกน้ำในแม่น้ำหลีเจียงกัดเซาะเป็นพระพุทธรูปหลายสิบองค์ เป็นศิลปะในสมัยราชวงศ์ซ่งกลางโพรงถ้ำติดริมน้ำมีเสาต้นหนึ่งยอดติดเพดานแต่ปลายฐานห่างจากพื้นประมาณ 15 เซนติเมตร เล่ากันว่าสมัยราชวงศ์ฮั่นมีแม่ทัพฝูโปผู้เกรียงไกรก่อนที่จะออกศึกไปปราบเผ่าหนานหมาน (เวียดนามในปัจจุบัน) ได้มาประลองดาบ ณ ที่นี้โดยใช้ดาบฟันเสาจนขาด ไม่ติดพื้นจนเป็นลักษณะเสาที่ไม่มีฐานมาจนถึงทุกวันนี้ แต่ที่จริงแล้วเป็นผลงานของน้ำที่กัดเซาะมากกว่า ข้างเขาฝูปอ มีถ้ำอีกแห่งหนึ่งชื่อถ้ำคืนไข่มุก เล่ากันว่าสมัยก่อนในถ้ำนี้มีไข่มุกเรืองแสงของพญามังกร มีเด็กคนหนึ่งเข้าไปเล่นในถ้ำและเอาไข่มุกกลับบ้านอย่างดีอกดีใจ เมื่อพ่อของเด็กรู้เข้าจึงบอกกับลูกของเขาว่า “ ถึงแม้ว่าไข่มุกสวยและดีก็จริงอยู่แต่นั่นไม่ได้เป็นของของเรา จงเอาไปคืนเขาเสีย และขอโทษด้วยที่เอาของเขามา” เด็กนั้นจึงนำไข่มุกไปคืนพญามังกรพร้อมทั้งขอโทษ พญามังกรเห็นเด็กคนนี้เป็นคนดีมีมารยาทจึงบันดาลให้เด็กคนนี้ประสบความสำเร็จทุกประการในภายหลัง ภายในถ้ำยังมีแท่นหินและพระพุทธรูปแกะสลักบนฝาผนังหลายสิบองค์ สันนิษฐานว่าเป็นผลงานในสมัยราชวงศ์ถัง
 

เขาเตี๋ยไฉ่ / Diecaishan

diecaishan
 
 
diecaishan_2
 
เขาเตี๋ยไฉ่ เป็นเขาที่อยู่ใจกลางเมืองกุ้ยหลิน สูงประมาณ 80 เมตร เนื่องด้วยภูเขามีลักษณะหินเป็นชั้นๆแนวนอนสลับกับดิน และไม้ดอกที่งอกตามผาเขา เมื่อดูไกลๆเหมือนเป็นผืนผ้าแพรที่มีสีสันสวยงามพับตั้งอยู่กลางเมืองกองหนึ่ง จึงได้ชื่อว่าเตี๋ยไฉ หรือแพรพับนั่นเองรอบๆเขามีบันได้ขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งเป็นลานไม่กว้างใหญ่นักบนภูเขาสามารถมองเห็นตัวเมืองกุ้ยหลินทุกมุมทุกแห่งและแม่น้ำหลีเจียงแสนใสแสนสวย ไหลผ่านบริเวณรอบๆของตัวเมืองกุ้ยหลิน ซึ่งล้อมรอบด้วยภูเขาที่มีลักษณะต่างๆนับร้อยนับพัน สวยแปลกตายิ่งนัก
 

สวนเจ็ดดาว หรือ เขาอูฐ / Qixing Gongyuan

7star
 
ถ้ำเจ็ดดาวตั้งอยู่ใจกลางเมือง เยื้องไปทางตะวันออกของกุ้ยหลิน บนภูเขาเจ็ดดาว เป็นภูเขาที่มีตำแหน่งคล้ายลักษณะดาวเจ็ดดวงบนท้องฟ้า ภายในภูเขาเป็นถ้ำที่ค้นพบเป็นเวลายาวนานถึง 1,300 ปีมาแล้วนับตั้งแต่สมัยถัง ซ่ง ก็มีนักกวึเข้ามาชม และเขียนบทกลอนชมความงามของถ้ำไว้เป็นอันมาก ภายในถ้ำเป็นหินงอกหินย้อย ม่านหินที่เจริญเติบโตเต็มที่ลักษณะแตกต่างกันไปตามจินตนาการ เช่น สามพี่น้องสาบานกันในสวนท้อในเรื่องสามก๊ก ภาพแกะสลักบนผนัง ปีศาจต้มตุ๋นตือโป๊ยก่ายในเรื่องเห้งเจีย เป็นต้น ระยะทางในถ้ำ 1 กิโลเมตรแยกเป็น 3 ชั้น เดิมถ้ำนี้เป็นธารน้ำ หลังจากน้ำบาดาลลดระดับลง จึงกลายเป็นถ้ำ
บริเวณภูเขาเจ็ดดาวสร้างเป็นสวนสาธารณะเจ็ดดาวในสวนจัดเป็นต้นไม้ ไม้ดอก บอนไซ และเก๋งต่างๆอันสวยงาม ภายในสวนมีเขาอูฐ ซึ่งมีลักษณะเหมือนอูฐหมอบอยู่ตัวหนึ่ง
 

ถ้ำขลุ่ยอ้อ หรือ หลูตี๋เหยียน / Ludi Cave

ludi_cave
 
ถ้ำขลุ่ยอ้อ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของภูเขากวางหมิงในตัวเมืองกุ้ยหลิน ห่างจากตัวเมือง 5 กม. ถ้ำแห่งนี้มีภาพเขียนสีโบราณสมัยราชวงศ์ถัง มีการทำทางเดินและประดับประดาไฟภายในถ้ำ เพื่อให้สามารถชมความงามของหินงอกหินย้อยภายในถ้ำได้อย่างชัดเจน หินงอกหินย้อยภายในถ้ำแห่งนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปตามที่คนในท้องถิ่นตั้งไว้ตามรูปร่างอันวิจิตรตระการตา อาทิ วังแก้วแห่งราชามังกร ที่คล้ายกับเมืองกุ้ยหลินบริเวณแม่น้ำหลีเจียงและหินงอกหินย้อยรูปร่างแปลกๆ อีกมากมายตามแต่จินตนาการ

ส่วนที่เด่นที่สุดระดับไฮไลท์ของถ้ำขลุ่ยอ้อก็คือ “วังบาดาล” ที่เป็นวังน้ำมีหินงอกหินย้อย ทอดเงาตกสะท้อนลงในวังน้ำ ภายใต้แสงไฟสีน้ำเงินที่ส่องประดับ ท่ามกลางโถงถ้ำขนาดใหญ่ ดูแล้ววิจิตรงามดายิ่งนัก ส่วนช่วงสุดท้ายของถ้ำขลุ่ยอ้อก็ถือว่าน่าสนใจยิ่ง เพราะมีกินรูปคล้ายสิงโตตั้งตระหง่านคอยส่งแขก

 

ถ้ำเงิน หรือ อิ๋งจื่อเหยียน / Silver Cave

silver_cave
 
 
silver_cave_2
 
ถ้ำเงินเป็นถ้ำที่ค้นพบใหม่และเปิดบริการใหม่เมื่อปี ค.ศ.1997 ห่างจากหยางโซ่ประมาณ 20 กิโลเมตร มีเส้นทางท่องเที่ยวในถ้ำ 2 กิโลเมตร เนื่องด้วยลักษณะหินงอกหินย้อยในถ้ำเป็นสีขาว และสะท้อนแสงระยิบระยับคล้ายกากเพชรจึงเรียกกันว่าถ้ำเงิน ภายในถ้ำสามารถจินตนาการหินงอกหินย้อยเป็นทิวทัศน์ต่างๆเช่น สระน้ำบนสวรรค์ บอนไซหิมะ ความรักของแม่ ร่มฝังไข่มุก ม่านหินดนตรี เป็นต้น
 

เมืองลับแล / Shiwaitaoyuan

shiwaitaoyuan
 
 
siwaitaoyuan_2
 
ซื่อว่ายเถาหยวน เมืองลับแล ตั้งอยู่ระหว่างทางจากหยางโซ่-กุ้ยหลิน ห่างจากหยางโซ่ประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นเมืองวัฒนธรรมที่จัดขึ้นตามจินตนาการตามบทเขียนของเถาหยวนหมิง นักเขียนโบราณของจีน เป็นบ้านเล็กเมืองน้อยที่ห่างไกลจากชุมชน และเป็นที่ทำไร่ไถนา ทำมาหากินอย่างสงบเรียบ ปัจจุบันชื่อว่ายเถาหยวน-เมืองลับแล จัดเป็นชุมชนวัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆของกว่างซี อาทิ เผ่าจ้วง เผ่าเย้า เผ่าต้งและเผ่าแม้ว เป็นต้น ให้อยู่กันตามธรรมชาติ และมีการแสดงวัฒนธรรมของตน
 

หลงเซิ่น หมู่บ้านเย้าแดง / Longshen

rongsen
  อยู่ห่างจากกุ้ยหลินประมาณ 4 ชั่วโมงทางรถโดยสาร หลงเซิ่งเป็นเมืองชายแดนติดกับมณฑลกุ้ยโจว เป็นเขตที่อยู่อาศัยของชนกลุ่มน้อย ตง จ้วง เย้า และเมี่ยว (หมง หรือแม้ว)  สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของเมืองนี้ ได้แก่ หมู่บ้านของชนกลุ่มน้อยแต่ละกลุ่มที่ต่างก็มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตนเอง เช่น หมู่บ้านชาวจ้วงที่เมืองผิงอัน

หมู่บ้านเย้าแดง อยู่ที่เมืองหลงเซิ่น มณฑลกวางสีบนภูเขาเหนือระดับน้ำทะเล 880 เมตร มีชื่อเสียงในเรื่องทำนาขั้นบันได บ้านแต่ละหลังสร้างขึ้นโดยไม่ใช้ตาปูแต่จะใช้วิธีเข้าเดือยสลักลิ่มแทน หมู่บ้านเย้าแดง ก่อนย่างเข้าหมู่บ้านจะได้เห็น ป้ายหินที่สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง ซึ่งได้จารึกกฎข้อบังคับของหมู่บ้านเย้าแดงไว้ และยังมีเสาหิงเย้าแดง เป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่าเย้าแดง เมื่อเข้าสู่หมู่บ้าน ท่านจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นด้วยเสียงเพลงชาวเขาอันไพเราะ เสนาะหู จากใจสาวเย้าแดงหน้าตาอ่อนช้อย และแต่งกายอย่างสวยสดงดงาย เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตรมิตรภาพ ยังมีโอกาสได้ชมการแสดงระบำพื้นเมือง และการแข่งกีฬาประเพณีประเภทต่างๆ ที่ตกทอดมาช้านาน
 

ปาหม่า หมู่บ้านอายุวัฒนของโลก / Ba Ma Chang Sou Chun

tv_pama01
 
 
tv_pama02
 
ปาหม่า หรือ หมู่บ้านอลาบามา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลกวางสี มีประชากรประมาณ 2 แสน 5 หมื่นคนและประชากรที่อายุมากกว่า 100 ปีขึ้นไปมีถึง 32.9 คนต่อประชากรทุกๆ 1 แสนคน (มาตรฐานสากลคือในประชากรทุกๆ 1 แสนคนมีคนที่อายุมากกว่า 100 ปี 7 คน) ได้รับสมญานามว่า “แดนวิเศษผู้สูงอายุของจีน และหมู่บ้านอายุวัฒนของโลก” องค์กรแพทย์ธรรมชาติสากลได้มอบประกาศนียบัตร“หมู่บ้านอายุวัฒนของโลก”แก่หมู่บ้านอลาบามาเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ 1991 ทำให้อลาบามากลายหมู่บ้านอายุวัฒน 1 ใน 5 ของโลก หมู่บ้านอายุวัฒนอีก 4 แห่งของโลกได้แก่ คาวคาชูสของประเทศ จอร์เจีย ฮันชาของประเทศปากีสถาน บิลคาปันปาของประเทศ เอกัวโตร์ และ เหอเถียน ของเขตปกคลองตนเองซินเจียงของจีน ชาวจีนเชื่อว่าการได้มาเยือนหมู่บ้านอลาบามา จัดได้ว่าเป็นการต่ออายุ ให้มีชีวิตยืนยาวและมีความสุขตลอดไปสำหรับผู้มาเยือน
 

น้ำตกเต๋อเทียน / Detian Waterfall

detian_waterfall
 
 
detian_2
 
น้ำตกเต๋อเทียน ตั้งอยู่บริเวณหลักเขตที่ 53 ของชายแดนจีน-เวียดนาม เป็นน้ำตกที่เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก และจัดเป็นน้ำตกชายแดน 2 ประเทศที่ใหญ่อันดับที่ 2 ของโลก รองจากน้ำตกไนแองกาลาที่อยู่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและแคนาดา เดือนกรกฎาคมเป็นช่วงที่น้ำตกแห่งนี้สวยที่สุด
 
 
 
 
company_profile thai chinese english