home_pic
home travel world_heritage airlines hotel map weather contact_us tb_blue
 
 

 

expert

มณฑลเหอหนาน Henan

เหอหนาน 河南 Hénán ชื่อย่อ 豫 yù เมีพื้นที่ 167,000 ตารางกิโลเมตร เมืองเอกเจิ้งโจว เหอหนานตั้งอยู่ฝั่งใต้ตอนกลางของลุ่มแม่น้ำฮวงโห ลักษณะภูมิประเทศมึครึ่งหนึ่งอยู่ในเขตอบอุ่น และ อีกครึ่งหนึ่งอยู่ในเขตกึ่งโซนร้อน แต่เพราะอยู่ใจกลางแผ่นดินใหญ่จีน ลมมรสุมพัดไม่ถึง จึงมีลักษณะพิเศษ ฤดูหนาวค่อนข้างหนาว ฤดูร้อนค่อนข้างร้อน ฝนตกน้อยต้องอาศัยน้ำในแม่น้ำฮวงโหที่ค่อนข้างขาดแคลนและไม่ได้เป็นไปตามฤดูกาล สถานที่มีหลายแห่งตามเมืองต่างๆริมแม่น้ำฮวงโห อาทิ ฮัวหยวนโข่ว ศาลไคเฟิง วัดเส้าหลิน เจดีย์เหล็ก ถ้ำหลงเหมิน วัดม้าขาว ศาลเจ้ากวนอู อุทยานธรณีโลกหยุนไถซัน

เมืองเจิ้งโจว
เมืองหลวงมณฑลเหอหนาน มีพื้นที่ 7,446.2 ตร. กม.เจิ้งโจว คือหนึ่งในเมืองแห่งอุตสาหกรรมหลักในจีนตั้งแต่ พ.ศ. 2492 อุตสาหกรรมหลักของเมืองคือสิ่งทอ ผลิตผลอื่นๆของเมืองได้แก่ รถแทรกเตอร์ หัวรถจักร บุหรี่ ปุ๋ย เนื้อสัตว์ที่ผ่านกรรมวิธี เครื่องจักรกลทางการเกษตร และอุปกรณ์ไฟฟ้า

ลั่วหยาง
นครลั่วหยางตั้งตระหง่านอยู่ริมฝั่งด้านทิศใต้ของแม่น้ำฮวงโห ทิศเหนือพิงภูเขาหมางซาน ทิศใต้อยู่ติดกับแม่น้ำลั่วสุ่ย ทิศตะวันออกใกล้กับเมืองหู่เหลา ทิศตะวันตกเป็นด่านหันหู่กวน รอบด้านปรากฎภูเขาล้อมรอบ กึ่งกลางเป็นที่ราบ นครลั่วหยางมีแม่น้ำสี่สายไหลผ่าน ทั้งตั้งอยู่ในภูมิประเทศอันตราย ทั้งมีทิวทัศน์งามสดใส ผืนดินอุดมสมบูรณ์ การคมนาคมสะดวกยิ่ง ดอกโบตั๋น ได้รับการยกย่องว่า เป็นดอกไม้ประจำเมือง เมื่อ 1,000 ปีก่อน ดอกโบตั๋นลั่วหยางมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว ตั้งแต่ปี ค.ศ.1983 เป็นต้นมา ลั่วหยางก็มีการจัดงานชมดอกโบตั๋นขึ้นทุกปี

 

ถ้ำหลงเหมิน หรือ หลงเหมินสือคู / Longmen Grottoes

longmen_1
longmen01
 
ถ้ำหลงเหมิน เป็นถ้ำพุทธศาสนา มรดกโลก 1 ใน 4 ของประเทศจีน ข้อมูลของสถาบันวิจัยถ้ำหลงเหมิน พบว่า ทั้งภูเขาแห่งนี้มีถ้ำเป็นจำนวนทั้งสิ้นถึง 2,345 ถ้ำ ถ้ำหลงเหมิน หรือ 'ประตูมังกร' มีความวิจิตรแห่งพุทธศิลป์ เป็นวัดโบราณในพุทธศาสนาที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของจีน อยู่ห่างจากเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนานไปราว 12 กิโลเมตร อยู่ที่บริเวณเทือกเขาเซียงฉาน (Xiangshan) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า 'เนินเขาตะวันออก' และตั้งประจันหน้าพื้นที่เนินเขาหลงเหมินฉาน (Longmen Shan) การเจาะสลักหน้าผาแห่งนี้ เริ่มขึ้นในปี ค.ศ.493 เมื่อจักรพรรดิซวนอู่ (Xaowen) นับมรดกของโลกที่แสดงถึงความเจริญ การเผยแพร่ทางศาสนาพุทธในประเทศจีนที่ยังมีให้พวกเราได้เห็นจนถึงทุกวันนี้ มีแม่น้ำอี๋สุ่ยไหลผ่านตรงกลาง มองดูเสมือนประตูที่มีมังกรโลดแล่นขนาบอยู่ จึงได้ชื่อว่า หลงเหมินคือ ประตูมังกร อยู่ระหว่างภูเขาเซียงซานทางทิศตะวันออก และภูเขาหลงเหมินทางทิศตะวันตก หันหน้าออกสู่ริมฝั่งแม่น้ำอี้ พื้นที่บริเวณกลุ่มถ้ำมีความยาวจากทิศเหนือจรดทิศใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร จัดว่าเป็น 1 ใน 3 แหล่งปฏิมากรรมโบราณที่ประกอบด้วย ถ้ำผาม่อเกา ถ้ำผาหลงเหมิน และถ้ำผาหยุนกัง ที่มีชื่อเสียงที่สุดในจีน สถานที่นี้เป็นช่องทางสำคัญทางการคมนาคมที่มีภูเขาสีเขียว และน้ำใสอีกทั้งอากาศก็ดี จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังของนักเขียนและปัญญาชนจีน ในสมัยต่างๆ นอกจากนี้ หินในสถานที่นี้ก็มีคุณภาพดีเหมาะสำหรับการแกะสลัก ฉะนั้นคนจีนในสมัยโบราณจึงเลือกสถานที่นี้ขุดเจาะถ้ำหิน

ถ้ำหินหลงเหมิน มีอายุราว 1,500 ปี เริ่มก่อสร้างในรัชสมัยเว่ยเหนือ ค.ศ. 494 ใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง บูรณะ และต่อเติมยาวนานถึง 400 กว่าปีจนถึงยุคราชวงค์ถังและซ่ง มีความยาวตั้งแต่เหนือจรดใต้ประมาณ 1 กิโลเมตร ปัจจุบันยังคงหลงเหลือถ้ำผาแกะสลักอยู่จำนวน2,100 กว่าคูหา โพรงแท่นบูชา 2,345 ช่อง ศิลาจารึกสลักอักษรจีนและหมายเหตุบันทึกต่างๆ อีก 3,600 กว่าหลัก รวมถึงเจดีย์พุทธ 50 กว่าแห่ง พระพุทธรูปสลักมากกว่า 100,000 องค์ องค์ใหญ่สูงสุด 17 เมตร องค์เล็กสุดเพียงแค่ 2 ซ.ม.

ถ้ำผาลงเหมิน ได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 24 เมื่อปี พ.ศ. 2543 เป็นถ้ำหิน 1 ใน 3 ถ้ำใหญ่ ที่มีการแกะสลักของประเทศจีน
 

ศาลเจ้ากวนอู

henan_guanwu_1
henan_guanwu_2
 
กวนอู เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก เกิดเมื่อวันที่ 24 เดือน 6 จีนศักราชเอี่ยงฮี ปี พ.ศ. 703 ในรัชสมัยของพระเจ้าฮั้นฮวนเต้ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 เดือนที่ 7 จีนศักราชเคี่ยงเซ้ง ปี พ.ศ. 762 ในรัชสมัยของพระเจ้าฮั่นเหี้ยนเต้ เป็นชาวอำเภอไก่เหลียง ลักษณะตามคำบรรยายในวรรณกรรมสามก๊ก กวนอูเป็นผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ 9 ฟุตจีนหรือประมาณ 6 ศอก ใบหน้าแดงเหมือนผลพุทราสุก นัยน์ตายาวรี คิ้วดั่งหนอนไหม หนวดเครางามถึงอก มีง้าวรูปจันทร์เสี้ยว ยาว 11 ศอก หนัก 82 ชั่ง เป็นอาวุธประจำกายเรียกว่า "ง้าวมังกรเขียว" หรือ "ง้าวมังกรจันทร์ฉงาย" เชี่ยวชาญและเก่งกาจวิทยายุทธ จงรักภักดี กตัญญูรู้คุณ มีคุณธรรมและซื่อสัตย์เป็นเลิศ

ศาลเจ้ากวนอู ตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองลั่วหยางออกไป 7 กิโลเมตร เล่าขานกันว่าเป็นที่ฝังศีรษะของกวนอู แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ในสมัยสามก๊ก และเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งของชาวจีน ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจีน ภายในศาลเจ้าประกอบไปด้วยตำหนักสามตำหนัก ตำหนักหลักของศาลเจ้ากวนอูตั้งอยู่ภายใน ระยะทางผ่านจากประตูใหญ่เข้าไปประมาณ 50 เมตร มีสิงโตหินจำนวน 104 ตัวเรียงรายสองข้างทาง ที่บริเวณตำหนักใหญ่ มีรูปปั้นกวนอูขนาดใหญ่เพื่อให้ผู้คนที่เคารพนับถือสักการบูชา ตำหนักที่สอง หันหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของลัวหยาง ตามเรื่องของสามก๊ก กวนอูแพ้สงครามจึงถูกจับตัดหัว เพื่อยุให้โจโฉและเล่าปี่เกลียดแค้นกัน ซุนกวนได้นำศีรษะของกวนอูส่งไปให้โจโฉ โจโฉซึ่งชื่นชอบในตัวกวนอู ได้นำศีรษะของกวนอูไปฝังอย่างสมเกียรติ บริเวณรอบๆ ปลูกต้นสนมากมายจนเป็นป่าสน จึงมีชื่อว่า “กวนหลิน”

กวนอูเป็นเทพเจ้าที่ชาวจีนและคนไทยเชื้อสายจีนให้ความเคารพบูชาและศรัทธาเลื่อมใสเป็นอย่างมาก กวนอูเปรียบเสมือนเทพเจ้าที่ชาวจีนให้ความเคารพกราบไหว้บูชาในฐานะที่เป็นเทพเจ้าแห่งความสัตย์ซื่อ ไม่เพียงแต่ยกย่องให้กวนอูเป็นเทพเจ้าแห่งความสัตย์ซื่ออย่างเดียวเท่านั้น แต่กวนอูยังได้รับสมญานามให้เป็นถึงคือมหาเทพกวนอูผู้ยิ่งใหญ่แห่งความจงรักภักดี คุณธรรมและความกล้าหาญ
 

วัดม้าขาว หรือ ไป๋หม่าซื่อ

baimashi
 
ตั้งอยู่ที่เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน สร้างขึ้นเมื่อสมัยราชวงศ์ฮั่น วัดม้าขาวถือว่าเป็นปฐมสังฆาราม หรือ วัดพุทธแห่งแรกในประเทศจีน โดยกว่า 2,000 ปีที่ผ่านมา วัดแห่งนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมาย ผ่านยุคสมัยรุ่งเรือง และร่วงโรยของพุทธศาสนาในประเทศจีนมาก็มาก กระทั่งปัจจุบัน อารามที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนั้นต่างก่อสร้างขึ้นในสมัยหมิงและชิงทั้งสิ้น โดย วิหารพระใหญ่ เป็นสิ่งก่อสร้างหลักของวัด แผนผังวัดม้าขาว เป็นรูป 4 เหลี่ยม มีพื้นที่กว้าง 4 หมื่นตารางเมตร

ปัจจุบันมีอาคารศาลาต่างๆ เพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปฝ่ายมหายานมากมาย สร้างสมัยแตกต่างกัน ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ราชวงศ์หยวน มีห้องโถงต่างๆ เช่น ห้องเทพเจ้าแห่งสวรรค์ ห้องประดิษฐานพระพุทธเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ ห้องพระไวโรจนะ ห้องแนะทางสวรรค์ ในแต่ละห้องมีพระพุทธรูปและพระโพธิสัตว์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพระโพธิสัตว์ทั้งห้าพระองค์ มีหอพระไตรปิฎก ภายนอกวัดมีพระเจดีย์อิฐ เรียกว่า จวิ๋นหยุน เป็นพระเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในจีน ยังมีศิลาจารึกตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง รวมแล้วกว่า 40 หลัก ด้านหน้าวัดทั้งสองข้าง มีรูปม้าแกะสลัก 2 ตัวขนาดเท่าตัวจริง แกะสลักจากหินทรายสมัยราชวงศ์ซ่ง วัดม้าขาวยังคงเป็นสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ที่พุทธศาสนิกชนประเทศต่าง ๆ จำนวนมากไปนมัสการ
 

วัดเส้าหลิน / Shao Lin Shi

shaolin_1
shaolin_2
shaolin_3
 
ตั้งอยู่ อ.เติงเฟิง มณฑลเหอหนาน ตั้งอยู่กลางกลางระหว่างเมืองเจิ้งโจว(ห่างประมาณ 70 กม.) และเมืองลั่วหยาง(ห่างประมาณ 80 กม.)
เป็นวัดทางพระพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีความเก่าแก่อายุมากกว่า 1,500 ปี วัดนี้สร้างขึ้น ใน ค.ศ. 495 ในสมัยของเซี่ยวเหวินตี้ฮ่องเต้ (ครองราชย์ค.ศ. 471 – 499) แห่งราชวงศ์วุ่ย (เว่ย) เส้าหลินไม่เพียงแค่โดดเด่นเรื่องกังฟูเท่านั้น แต่วัดเส้าหลินยังถือเป็นวัดพุทธนิกายเซ็นอันดับหนึ่งในเมืองจีนอีกด้วย สำหรับจุดประสงค์ของการสร้างวัดเส้าหลินนั้นก็เพื่อให้เป็นที่พำนักของพระภิกษุจากอินเดียที่เดินทาง
มาเผยแผ่พุทธศาสนา

วัดเส้าหลิน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเทือกเขาซงซานซึ่งเป็นหนึ่ง ในจำนวนห้ายอดเขาอันศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อในประเทศจีน เทือกเขาซงซานเป็นเทือกเขาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศจีน ทั้งในด้านของประวัติศาสตร์และในแวดวงยุทธภพ ประกอบไปด้วยยอดเขาใหญ่น้อยจำนวน 72 ยอด ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็นสองกลุ่มคือในกลุ่มของเขาไท่ซื่อ จำนวน 36 ยอด และกลุ่มของเขาเส้าซื่อ จำนวน 36 ยอด อยู่กึ่งกลางระหว่างเมืองเจิ้งโจวและเมืองลั่วหยาง บริเวณรอบ ๆ วัดเส้าหลินเป็นพื้นที่โล่งกว้าง สำหรับใช้ในการฝึกวิทยายุทธของหลวงจีน รายล้อมด้วยป่าเจดีย์หรือถ่าหลิน ซึ่งเป็นสุสานของเจ้าอาวาสและหลวงจีนในวัดเส้าหลิน ซึ่งมีมาตั้งแต่ในยุคสมัยของราชวงศ์ถัง

วัดเส้าหลิน มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในประเทศจีนและในต่างประเทศ ได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งวิชาการต่อสู้และศิลปะการป้องกันตัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีน สถาปัตยกรรมภายในวัดเส้าหลินมีเป็นจำนวนมาก บริเวณรอบ ๆ ด้านหน้าของอารามต้าฉงเป่าเทียนประกอบด้วยอารามหลายหลัง ซึ่งล้วนแต่เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่มีความงดงามเฉพาะตัว บริเวณหน้าวัดเส้าหลินมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่และรูปปั้นสัตว์มงคลตามตำนานเทพเจ้าจีนเช่น ปีซีซึ่งเป็นหนึ่งในสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของชาวจีน ปีซีนั้นมีร่างกายเป็นเต่าแต่มีส่วนหัวเป็นมังกร มีความแข็งแรง ซุกซน ดื้อดึง ชาวจีนนิยมเดินทางมาวัดเส้าหลินและ
นิยมขอพรจากปีซีด้วยการใช้มือลูบไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกายเช่น ถ้าลูบบริเวณส่วนหัวของปีซีเชื่อว่าจะโชคดี ถ้าลูบบริเวณลำคอเชื่อว่าจะปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าลูบไปตามซี่ฟันของปีซีจะมีโชคลาภทรัพย์สิน และสำหรับผู้ที่ต้องการจะมีบุตรให้ลูบบริเวณส่วนหลังของปีซี

ไฮไลท์แห่งวัดเส้าหลิน ที่ “วิหารตั๊กม้อ” หรือ “วิหารเจ้าอาวาส” ซึ่งปรากฏเป็นฉากในหนังกำลังภายใน และในยุทธจักรนิยายมากมาย ภายในวิหารนอกจากจะเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปตามแบบมหายานแล้ว หากสังเกตดีๆ ที่พื้นในวิหารจะดูเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งหากใครไม่รู้อาจจะนึกว่าพื้นทรุด แต่จริงๆแล้วที่นี่ในอดีตคือสถานที่ฝึกเพลงยุทธ์ของ 18 อรหันต์ทองคำวัดเส้าหลิน ที่ส่วนใหญ่มีกำลังภายในเหลือล้นจึงกระทืบพื้นวิหารเป็นหลุมเป็นบ่อทั่วไปหมด ส่วนสิ่งที่น่าสนใจอีก 2 จุดในวิหารตั๊กม๊อ ก็คือทางด้านซ้ายมือสุดจะมีรูปปั้น “หลวงจีนกั๊กเอี้ยง” ยืนโดดเด่น ท่านผู้นี้เป็นยอดหลวงจีน ที่จุดประกายตัวเองด้วย
การเป็นพระพ่อครัว และเป็นผู้คิดค้นกระบวนท่า 18 อรหันต์ ก่อนที่จะพา “เตียซำฮง”อดีตศิษย์ตัวน้อยแห่งเส้าหลิน ออกไปฝึกปรือวิทยายุทธ์ จนท่านเตียซำฮง กลายเป็นยอดจอมยุทธ์ และไปเปิด “สำนักบู๊ตึ้ง” อันลือลั่น (หาอ่านเพิ่มเติมได้ในเรื่อง“ดาบมังกรหยก”ของ”กิมย้ง”) ส่วนทางขวามือสุด ยังมีรูปปั้นของท่านตั๊กม้อที่หน้าตาขึงขัง หนวดเคราครึ้ม ยืนสะพายง้าว และม้วนคัมภีร์โดดเด่นอยู่ ซึ่งข้าพเจ้าเมื่อไปยืนสักการะท่านตั๊กม้อแล้ว รู้สึกว่าท่านจากไปแค่ร่างกายเท่านั้น ส่วนชื่อของท่านและเรื่องราวที่กระทำยังคงอยู่

กังฟูเส้าหลิน ถือเป็นหนึ่งในสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่เคียงคู่มากับความเก่าแก่ และสิ่งที่น่าสนใจภายในวัด จนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง แห่งมณฑลเหอหนาน ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงเชิงเขาซงซาน บริเวณ ที่ตั้งวัด ก็จะเห็นรูปปั้นสีดำทะมึนของหลวงจีนเส้าหลิน ยืนประสานมือต้อนรับนักท่องเที่ยว ในท่วงท่าที่คอหนังจีนกำลังภายในคงจะคุ้นกันดี
 

ศาลไคเฟิง

kaifeng_1
kaifeng_2
 
อำเภอไคเฟิง หรือไคฟง (Kaifeng) มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน นับเป็นหนึ่งในนั้น เพราะเมืองนี้ในอดีตนอกจากจะเคยเป็นเมืองหลวงแล้ว ยังมี"ศาลไคฟง" ที่เป็นถิ่นพำนักอาศัยของ "เปาบุ้นจิ้น"ยอดคนคุณธรรมแดนมังกร ซึ่งเคยใช้ศาลไคฟงตัดสินคดีความจนมีชื่อเสียงโด่งดังกระฉ่อนโลก

เปาบุ้นจิ้น หรือชื่อจริงในภาษาจีนว่า "เปาเจิง" เป็นชาวเมืองเหอเฝย (ปัจจุบันเหอเฝยเป็นจังหวัดหนึ่งในมณฑลอันฮุย) มีชีวิตอยู่ในรัชสมัยของเจินจงฮ่องเต้และเหรินจงฮ่องเต้ แห่งราชวงศ์ซ่งเหนือ (ค.ศ.960-1127) เคยรับราชการเป็นนายอำเภอ เป็นเจ้าเมือง เป็นผู้ตรวจราชการแผ่นดิน และดำรงตำแหน่งสูงสุดเป็นรองประธานเมืองจีน ช่วงที่มีชีวิตอยู่ ท่านเปาฯนับเป็นยอดขุนนางตงฉินที่ฉลาดปราดเปรื่อง ซื่อสัตย์สุจริต และเต็มเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม
โดยไม่เกรงกลัวอิทธิพลขุนนางกังฉินและเชื้อพระวงศ์ จนคนจีนยุคนั้นยกย่องว่า "ยมราชเปาบุ้นจิ้น สินบนซื้อไม่ได้"

ศาลไคฟง
สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1984 บนเนื้อที่ 4,000 ตร.ม. โดยสร้างตามแบบสมัยราชวงศ์ซ้อง เป็นสถานที่ที่ใช้ในการพิพากษาคดีของท่านเปาบุ้นจิ้น ขุนนางผู้ที่มีความซื่อสัตย์ยุติธรรมจนเป็นที่เลื่องลือแห่งราชวงศ์ซ่ง ปัจจุบันอยู่ในอำเภอไคฟงหรืออดีตคือกรุงไคฟง จังหวัดเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เดิมจมน้ำพังทลายไปหมดสิ้น ต่อมารัฐบาลจีนได้บูรณะขึ้น ปัจจุบันในเวลาเก้านาฬิกาของทุก ๆ วัน จะมีผู้แต่งกายเป็นเปาบุ้นจิ้นออกมาเปิดศาลไคฟงรับเรื่องราวร้องทุกข์และพิจารณาคดี นอกจากนี้ ที่ศาลใหม่ดังกล่าวมีการจัดแสดงไว้ที่หน้าห้องว่าความซึ่งชุดเครื่องประหารของเปาบุ้นจิ้น ด้านในห้องมีหุ่นขี้ผึ้งของคณะเปาบุ้นจิ้น ด้านมี "ชิงซินโหลว" หรือ "บ้านใจบริสุทธิ์" เชื่อกันว่าเป็นจวนของเปาบุ้นจิ้น โดยเป็นหอสูงสี่ชั้น ชั้นที่หนึ่งปัจจุบันมีรูปปั้นเปาบุ้นจิ้นอยู่ รูปปั้นนี้หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ สูง 3.8 เมตร หนัก 5.6 ตัน นับเป็นรูปปั้นที่หนักที่สุดในเมืองจีน

เปาบุ้นจิ้นนั้นเป็นที่เลื่องลือกันทั่วไปถึงความเข้มงวดในการปฏิบัติราชการ ความกตัญญูกตเวที และการปฏิเสธความอยุติธรรมและการทุจริตในหน้าที่ราชการชนิดหัวชนฝา ชื่อเสียงดังกล่าวทำให้เปาบุ้นจิ้นกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความบริสุทธิ์ยุติธรรม และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วกระทั่งต่อมาได้รับความนับถือเลื่อมใสถึงขนาดยกย่องเสมอเทพเจ้า
 

หลงถิง หรือ เก๋งมังกร / Dragon Pavllion

longting
 
 
longting_2
 
อยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือ เดิมเป็นสวนดอกไม้ของพระราชวงศ์ซ่ง สมัยราชวงศ์หมิงเป็นดอยในสวนองค์ชาย
โจวหวาง ต่อมาในสมัยพระเจ้าคังซีแห่งราชวงศ์ชิง ค.ศ. 1692 ได้สร้างเก๋งจีนบนดอย เมื่อวันเกิดของฮ่องเต้
พวกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของเมืองไคเฟิงพากันมาจัดพิธี ณ ที่เก๋งนี้ ในเก๋งวางแท่นหินแกะสลักมังกร เล่ากันว่าเป็นที่นั่งของเจ้าควางอิ่นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ซ่งเก๋งสร้างโดยการออกแบบของพระราชวังปักกิ่ง หลังคาสองชั้นตกแต่งอย่างสวยงามจึงเรียกเก๋งนี้ว่า “หลงถิง” คือเก๋งมังกร
 

เถียะถ่า หรือ เจดีย์เหล็ก

jd_silver_2
 
 
tieta
 
เถียะถ่าหรือเจดียืเหล้ก ตั้งอยู่ด้านเหนือของเมืองไคเฟิงในบริเวณวัดยิ้วกว้อ สร้างในสมัยราชวงศ์ซ่งปี ค.ศ. 1049 ทรงแปดเหลี่ยม 13 ชั้นสูง 54.66 เมตร วัดถูกทำลายเสียจนหมดสิ้น เหลืออยู่เพียงเจดีย์องค์เดียว เนื่องด้วยเมืองนี้อยู่ริมแม่น้ำฮวงโห น้ำท่วมอยู่เสมอ ฐานเจดีย์ปัจจุบันจมอยู่ในดินเหลือแต่องค์เจดีย์ที่ปิดด้วยกระเบื้องที่มีสีโกโก้ ดูเหมือนสนิมเหล็กซึ่งมีลวดลายเป็นสัตว์มงคล นางฟ้า กิเลน มังกร และไม้ดอก 60 กว่าชนิดอย่างละเอียดประณีต นับว่าเป็นลวดลายของสมัยซ่งและจีน ถึงเคยเกิดแผ่นดินไหวหลายครั้งแต่องค์เจดีย์ตั้งสง่าอยู่ ณ ที่นี้เป็นอย่างดี ภายในเจดีย์ประดิษฐานรูปพระทองสัมฤทธิ์สมัยซ่ง สูง 5.14 เมตร ซึ่งเป็นองค์ที่หาชมได้ยากมาก
 

ฮัวหยวนโข่ว

huayuankou_1
 
ปัจจุบันนี้เป็นสวนสาธารณะแม่น้ำฮวงโหตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮวงโห เดิมเป็นประตูน้ำตอนหลังมีนายพลสมัยราชวงศ์หมิง สร้างสวนดอกไม้ส่วนตัว สวนดอกไม้ได้ถูกน้ำท่วมไป ในภายหลังเนื่องด้วยแม่น้ำเปลี่ยนทิศทางและได้สร้างท่าเรือข้ามฟาก จึงตั้งชื่อว่าฮัวหยวนโข่วแปลว่าท่าข้ามฟากฮัวหยวน 1938 เดือน 6 ญี่ปุ่นก่อสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้บุกรุกเข้ามาในประเทศจีน ยึดเอาเมืองไคเฟิงและจะเดินทัพเข้ายึดเจิ้งโจว ทหารก๊กหมิงตั่งหนีทัพแตกกระจายมาถึงเจิ้งโจวและระเบิดเขื่อนแม่น้ำฮวงโห เพื่อทดน้ำไปท่วมข้าศึก การระเบิดเขื่อนครั้งนี้ทำให้น้ำท่วมมณฑลเหอหนาน มณฑลอานฮุย มณฑลเจียงซีถูกน้ำท่วม 9 ปีเต็มๆ ประชาชนทั้งสามมณฑลได้รับอุทกภัยเสียหายมากและเป็นเวลานาน  ซึ่งเป็นอุทกภัยที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่ข้าศึกทหารญี่ปุ่นไม่ได้เสียหายแม้แต่นิด จนถึงปี 1947 จึงสามารถสร้างเขื่อนใหม่ได้สำเร็จและภายหลังที่สาธารณรัฐประชาชนจีนได้จัดตั้งรัฐบาลขึ้นจึงสร้างสวนสาธารณะ พร้อมทั้งอนุสาวรัย์แม่น้ำฮวงโห เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนี้ ในอนุสาวรีย์มีเรือไฮโดรฟอยล์คอยบริการเที่ยวล่องเรือในแม่น้ำฮวงโห
 

หยุนไถซาน / Yuntai Mt.

yuntaishan_1
yuntaishan_2
 
feitian
 
อุทยานสวรรค์ “หยุนไถซาน” อุทยานที่สวยงามที่สุดของมณฑลเหอหนาน มีพื้นที่ประมาณ 190 ตารางกิโลเมตร
จัดเป็นอุทยานธรณีโลกที่ล้ำค่าของจีน และเป็นที่เที่ยวระดับ 4 A ของประเทศจีน อุทยานธรณีโลกหยุนไถซาน เป็นอุทยานที่ธรรมชาติที่ได้บรรจงสร้างขึ้นอย่างงดงามโดยใช้เวลาหลานล้านปีจากการกัดเซาะของน้ำ ลม ตามธรรมชาติ โดยมีโตรกหุบผาหินแดง เป็นโตรกที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของประเทศ มีทางเดินลัดเลาะไปตามผาหินชั้น ที่เรียงซ้อนหลั่นสีแดง ธารน้ำเขียวใสไหลเรื่อยไปตามโตรกสูง พืชพันธุ์อนุรักษ์ที่หาชมได้ยาก สายน้ำที่ยาวร่วม 3 กิโลเมตร และน้ำตกที่มีฟองน้ำใสสะอาดกระจายดุจดังสำลี ตอนกลางวันจะมีแสงสีรุ้งพาดโค้ง ทิวทัศน์เป็นภูเขาสูงตระหง่านเกินเอื้อมถึง เมฆและหมอกลอยหนุนระหว่างยอดเขาตลอดปี ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี จะเหมือนอุทยานที่เต็มไปด้วยสีสันของใบไม้หลากสีสวยงามเต็มพื้นที่ทั่วอุทยานสวรรค์หยุนไถซาน อุทยานหยุนไถซานนอกจากจะมีทิวทัศน์ที่สวยมหัศจรรย์แล้ว น้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานมีความสูงถึง 314 เมตร จัดเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดอีกแห่งหนึ่งของจีน หยุนไถซานสวยและมีเสน่ห์ทุกฤดู โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี อุทยานจะเต็มไปด้วยสีสันของใบไม้หลากสีสวยงามเต็มพื้นที่ทั่วอุทยานสวรรค์ และด้วยการลงทุนสร้างลานจอดรถที่ใหญ่ที่สุดในจีนของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอุทธยานธรณีโลกหยุนไถซานที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นสิ่งที่รับประกันได้ว่าหยุนไถซานเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวใต้หล้าที่พลาดไม่ได้
 

ยินซู / Yin Xu

yinxu_1
 
 
yinxu01
 
ยินซู คือแหล่งมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในเมืองอันหยาง มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน เป็นเมืองหลวงแห่งสุดท้ายของราชวงศ์ซาง โดยเป็นเมืองหลวงอยู่ 225 ปี มีจักรพรรดิปกครองอยู่ 12 พระองค์
เมืองหลวงเก่าแห่งนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญของสิ่งที่เป็นไปในยุคทองของอารยธรรมจีนยุคสำริด สุสานหลวงและพระราชวังที่เป็นต้นแบบของสถาปัตยกรรมจีน และกระดูกคำทำนายที่จารึกด้วยตัวอักษรจีนโบราณ ที่บ่งบอกเกี่ยวกับวัฒนธรรม และสถานะทางสังคมของคนในยุคนั้นนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ได้ขุดค้นพบในเมืองนี้
ยินซูได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 30 เมื่อปี ค.ศ.2006 ที่กรุงวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย
 
 
 
 
company_profile thai chinese english