home_pic
home travel world_heritage airlines hotel map weather contact_us tb_blue
 
 

 

expert

มณฑลหูหนาน Hunan

หูหนาน 湖南 Húnán ชื่อย่อ 湘 xiāng มีพื้นที่ 211,800 ตารางกิโลเมตร เมืองเอกฉางชา คำว่า หู แปลว่า ทะเลสาบ หนานแปลว่า ใต้ รวมกันหมายถึง บริเวณด้านใต้ของทะเลสาบต้าถิง ซึ่งเป็นที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่มีพื้นที่ปลูกข้าวใหญ่ที่สุด หูหนานยังเป็นบ้านเกิดของบุคคลสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน อาทิ ประธานเหมาเจ๋อตุง หลิวเส้าฉี เผิงเต๋อเหว่ย เป้นศูนย์กลางการศึกษาและวิจัยทางการแพทย์ มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย ในอดีตสมัยชุนชิวเป็นก๊กฉู่ สมัยราชวงศ์ฉินเป็นมณฑลฉางซา สมัยราชวงศ์ฮั่นตั้งเป็นมณฑลเกงจิ๋ว

ฉางซา
เป็นเมืองหลวงของมณฑลหูหนาน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของแม่น้ำเซียง และอยู่ทางตอนเหนือติดกับทะเลสาบต้งถิง พรหมแดนด้านตะวันออกติดกับภูเขาลัวเซียว พรหมแดนด้านตะวันตกติดกับภูเขาอูหลิง ด้านใต้ติดกับภูเขาเฮิงชาน นครฉางซาเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งหนึ่งของจีน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และ วัฒนธรรมของมณฑลหูหนานด้วย นครฉางซามีประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานมากกว่า 3,000 ปี  ในสมัยราชวงศ์ฉิน ในราวศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล  ราชสำนักได้สั่งการให้มีการจัดตั้งเขตฉางซา เป็นลักษณะเขตการปกครอง  และต่อมาเปลี่ยนชื่อเขตฉางซาเป็นรัฐฉางซา (State of Changsha)ในสมัยราชวงศ์ฮั่น   หลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในนครฉางซาได้แสดงถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมาอันยาวนานของนครฉางซา เช่น เมื่อปี 2515-2517  นักโบราณคดีได้ขุดพบโบราณวัตถุจำนวนมากที่สุสานของราชวงศ์ฮั่น ที่หม่าหวางตุย ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกของเขตชานเมืองนครฉางซา เป็นต้น  ช่วงระหว่างสงครามต่อต้านญี่ปุ่น ในปี 2480-2488 นครฉางซาได้ถูกไฟไหม้ทำลายเสียหายมาก หลังจากที่จีนได้เปลี่ยนแปลงการปกครองใน 2492 จนปัจจุบันหรือตลอดระยะเวลาประมาณ 50 กว่าปีที่ผ่านมา นครฉางซาได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาขึ้นโดยลำดับ จากเดิมที่เป็นเฉพาะการพาณิชย์ จนมาเป็นเมืองอุตสาหกรรมใหม่แบบครบวงจร ทั้งภาคอุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมสิ่งทอ อุตสาหกรรมก่อสร้าง และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ นครฉางซาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 เขต และ 4 อำเภอ
 

หม่าหวางตุย / Mawangdui

mawangdui_2
mawangdui_1
 
 
เมื่อปี ค.ศ. 1972 นักโบราณคดีของจีนได้ขุดค้นพบศพสมบูรณ์ศพหนึ่งโดยบังเอิญในระหว่างการขุดสุสานที่มีอายุในประวัติศาสตร์กว่า 2,000 ปีที่เขตหม่า หวังตุย ชานเมืองฉางซา ศพนี้เป็นศพของสตรีในตระกูลดี มีอายุประมาณ 50-60 ปี ห่อด้วยผ้าแพรไหมหลายชั้น ใส่ไว้ในหีบศพที่มี 6 ชั้น ขณะที่ถูกขุดขึ้นมานั้น ผิวหนังทั้งตัวยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ยังมีขนและผมอยู่ ลายนิ้วมือและนิ้วเท้ายังเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อยังมีความยืดหยุ่น ทำให้ผู้ขุดค้นตื่นเต้นมาก ศาสตราจารย์ทางประวัติศาสตร์ ซ่าน เซียน จิ้น ของมหาวิทยาลัยครุศาสตร์หูหนานที่ได้เข้าร่วมงานขุดค้นครั้งนั้นหวนนึกว่า ในฐานะผู้ทำงานด้านโบราณคดี เขาเคยขุดค้นสุสานหลายแห่ง แต่ไม่เคยพบศพโบราณที่รักษาไว้ได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งถึงขนาดศาสตราจารย์ซ่านวิเคราะห์ว่า เวลาฝังศพนั้น คนโบราณเอาผ้าไหมห่อศพหลายชั้น และห่อด้วยถ่านไม้กว่า 5,000 กิโลกรัม และดินขาวชนิดหนึ่งอีกจำนวนมาก เพื่อกันน้ำและเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่หีบศพ และเขตเมืองฉางซาไม่ได้เกิดแผ่นดินไหวร้ายแรงตลอดเวลากว่า 2,000 ปีที่ผ่านมา จึงทำให้ศพนี้ได้รักษาไว้อย่างดี นอกจากนี้ ในหีบศพยังมีของเหลวชนิดหนึ่ง ศาสตราจารย์ซ่านกล่าวว่า สิ่งที่รักษาศพไว้ไม่ได้เน่าเปื่อยนั้น ก็คือของเหลวชนิดนี้เอง "ในศพมีของเหลวสีน้ำตาลชนิดหนึ่ง มีน้ำหนักกว่า 80 กิโลกรัม มีลักษณะเป็นกรด มีส่วนประกอบคือ แอลกอฮอล์ กรดน้ำส้ม และปรอทกำมะถัน ซึ่งล้วนเป็นสารกันเสีย" วิธีการรักษาศพโบราณที่ดีที่สุดเลียนแบบภาวะแวดล้อมให้เหมือนกับสภาพที่เพิ่งถูกขุดค้น เนื่องจากในหีบศพชื้นมาก ผู้เชี่ยวชาญจึงได้ประกอบน้ำยากันเสียอย่างหนึ่งเพื่อเอาไปแช่ตัวศพ แล้ววางไว้ในหีบผลึกที่ไล่อากาศออกหมด นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังปรับปรุงอุณหภูมิให้อยู่ระหว่าง 0-4 องศา ความชื้นอยู่ระหว่าง 70%-80% เท่ากับสภาพเดิม เวลาผ่านไปกว่า 30 ปีแล้ว ศพหญิงศพนี้ยังรักษาไว้ได้เหมือนกับสภาพเดิม

ศาสตราจารย์ หลัว สุย ก่าง ผู้เชี่ยวชาญของสถาบันแพทยศาสตร์ เซียง หย่า ของหูหนานที่เข้าร่วมงานดูแลรักษาศพหญิงนี้ได้กล่าวว่า "รูปร่างของศพไม่มีการเปลี่ยนแปลงมาก ในขณะที่ขุดศพนี้ขึ้นมานั้น เราได้ถ่าย X-ray ศพ พบว่า กระดูกรักษาไว้อย่างดี และหลอดเลือดก็ยังไม่แตก" นี่เป็นการจำลองสุสานที่ค้นพบ ที่มีหลายชั้นทำจากไม้แผ่นใหญ่ๆชิ้นเดียวที่หาได้ยากในปัจจุบัน มีระบบกันอากาศเข้า มีระบบกันแมลงสัตว์ต่างๆที่จะไปทำลายศพ.... ช่องด้านข้าง หัว ท้าย มีการใส่ข้าวของเครื่องใช้ที่หาค่ามิได้  สำหรับผู้ตายเอาไปใช้ในภพหน้าตามความเชื่อของคนโบราณ ...ปัจจุบัน ศพหญิงที่หม่าหวังตุยยังคงรักษาไว้ในห้องใต้ดิน ที่พิพิธภัณฑ์หูหนานขุดขึ้นมาโดยเฉพาะ ห้องนี้ลึกจากพื้นดินลงไป 8 เมตร เลียนแบบสภาพเดิมของสุสาน ในห้องนี้มีเครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้น ที่เชื่อมกับระบบควบคุม มีพนักงานเฝ้าดูตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบัน ฝ่ายพิพิธภัณฑ์กำลังลงมือติดตั้งอุปกรณ์กรองอากาศ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ปลอดเชื้อโรคเสมือนกับห้องผ่าตัด เป็นการป้องกัน ไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่หีบศพ บรรดาผู้เชี่ยวชาญแสดงเจตจำนงว่า จะพยายามดูแลรักษาศพหญิงศพนี้ ให้คงอยู่ในสภาพเดิมเป็นเวลานานที่สุดเท่าที่จะทำได้
 

เสาซาน บ้านเก่าของเหมาเจ๋อตง / Shaoshan

mao_house
 
 
เสาซาน บ้านเก่าของเหมาเจ๋อตง เสาซานห่างจากเมืองเซียงถานไปทางตะวันตก 40 กิโลเมตร และห่างจากฉางซาไป 104 กิโลเมตร ตั้งอยู่รอยต่อของอำเภอเซียงเซียง หนิงเซียง และเซียงถาน บริเวณภูเขาสลับซับซ้อน 1 ใน 71 ยอดเขาหนานเยียะ ภูใต้ (เหิงซาน) เชื่อกันว่า สมัย 5,000 ปีก่อน พระเจ้าซุ่นตี้เสด็จผ่านที่นี่และบรรเลงเพลง “เสา” จึงเรียกกันว่าเสาซาน เป็นบ้านเกิดของอดีตประธานเหมาเจ๋อตง เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี ค.ศ.1893 ปี ค.ศ.1910 เหมาไปเรียนหนังสือที่ต่างจังหวัดปี ค.ศ.1925 กลับบ้านเดิมและดำเนินการเคลื่อนไหวชาวนา และจัดตั้งพรรคคอมมิวนิสต์สาขาเสาซาน ปี ค.ศ.1927 ทำการสำรวจการเคลื่อนไหวของชาวนา และเรียนกประชุมเจ้าหน้าที่ชาวนา ปี ค.ศ.1929 บ้านเก่าเหมาเจ๋อตงถูกทหารเจียงไคเช็กกลุ่มก๊กมินตั๋งทำลาย ปี ค.ศ.1950 มีการบูรณะขึ้นใหม่ให้คงสภาพเดิม เป็นบ้านชาวนาทั่วไปของเสาซาน มีห้องกำเนิดของเหมาเจ๋อตง ห้องอ่านหนังสือ และห้องคุณพ่อคุณแม่ ภายในบ้านจัดวางสิ่งของบ้างส่วนที่เหมาเจ๋อตงเคยใช้มาก่อนในอดีต บริเวณบ้านมีนาและลานตากข้าวที่เหมาเคยทำ สระน้ำที่เหมาเคยเล่นน้ำข้างบ้าน ปี ค.ศ.1964 จัดเป็นบ้านเก่าที่ระลึกเหมาเจ๋อตงเป็นทางการและเปิดให้เข้าชมแสดงของเก่า สถานที่ที่เหมาทำการปฏิวัติและชีวประวัติของเหมาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นสถานอนุสรณ์ศูนย์อบรมความรักชาติของเยาวชนรุ่นหลัง
 

เหิงซาน / Hengshan

hengshan
 
 
เหิงซาน ภูใต้ เป็นภู 1 ใน 5 ทางศาสนาเต๋าของจีน ตั้งอยู่ใจกลางมณฑลหูหนาน มีบริเวณหลายร้อยตารางกิโลเมตร รวม 72 ยอด จู้หยางเฟิงเป็นยอดสูงสุด สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,290 เมตร เชื่อกันว่า ซุ่นตี้และเหยียนตี้เคยเสด็จผ่านที่ภูนี้ ตามพงศาวดารจดบันทึก พระเจ้าฮั่นอู่ตี้ เป็นต้นมา ฮ่องเต้แต่ละราชวงศ์ก็เสด็จมาทำพิธีบวงสรวง ณ ภูใต้นี้ บนภูมีศาลเจ้าเต๋า ซุ้มประตูเหนือใต้ เก๋งจีนต่างๆ รวมทั้งวัดของพุทธศาสนา ผสมผสานกันมากมายหลายสิบแห่ง ความสูงของยอดเขาจู้หยางเฟิง ความงามของวิหารพระไตรปิฏก ความกว้างของวัดฟางกว่างซื่อ และความแปลกของถ้ำม่านน้ำตก (สุ่ยเหลียนต้ง) เป็น4 สุดยอดของภูใต้-เหิงซาน บริเวณต้นไม้นานาชนิดปกคลุมร่มเย็นเขียวชอุ่มทั้งปีไม้ดอกส่งกลิ่นหอม 4 ฤดู ควันธูปในวัดไม่ขาดสาย วัดพุทธศาสนาภูใต้ (เหิงซาน)มีการติดต่อสมาคมกับชาวญี่ปุ่นและเอเชียอาคเนย์ตลอดมาเป็นอย่างดี
 

สุสานเหยียนตี้ / Yandi Tomb

yandiling
 
สุสานเหยียนตี้ หรือเหยียนตี้หลิง ห่างจากอำเภอหลิงเซี่ยนไป 15 กิโลเมตร เหยียนตี้เป็นกษัตริย์โบราณ 1 ใน 5 ของจีน เชื่อกันว่า เหยียนตี้กับหวางตี้ร่วมกันปฏิรูปชนเผ่าและสังคมจีน สอนชาวจีนทำนา ชิมยานานาชนิด เป็นผู้ผลิตยาสมุนไพรจีน บริเวณสุสานมีศาลเจ้าเหยียนตี้ ตำหนักฟ้า สระล้างยา เชื่อกันว่าเป็นสระที่เหยียนตี้ใช้ล้างยาสมุนไพร ริมสระมี “หินหัวมังกร” ซึ่งมีลายเป็นเล็บ หัว ซึ่งเป็นลายธรรมชาติของมังกร

เทพเหยียนตี้ มีอีกนามหนึ่งว่า เทพเสินหนง ชาวจีนเชื่อว่าเทพเหยียนตี้ แซ่เจียง มีฉายาว่า เลี่ยนซานซื่อ ส่วนร่างของเทพเหยียนตี้นั้นแตกต่างจากเทพทั่วไป คือมีกายเป็นมนุษย์ แต่มีศีรษะเป็นหัววัว กล่าวกันว่าเทพเหยียนตี้เป็นเทพผู้บุกเบิกให้มนุษย์เรารู้จักการเพาะปลูก อีกทั้งลองกินพืชทุกชนิด เพื่อให้รู้ว่าพืชชนิดใดมีพิษ พืชชนิดใดใช้รักษาโรคได้ นอกจากนี้แล้ว เทพเหยียนตี้ยังสอนให้มนุษย์ผลิตเครื่องปั้นดินเผา ให้รู้จักการแลกเปลี่ยนสินค้า และเป็นผู้คิดค้นพิณ 5 สาย ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีจีนที่ยังใช้แสดงในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เอง เทพเหยียนตี้จึงกลายเป็นมหาเทพที่ชนชาติจีนให้ความเคารพนับถืออย่างสูงตราบจนปัจจุบัน

จางเจียเจี้ย 
ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของมณฑลหูหนาน ในภาคกลางของจีน เป็นประตูเชื่อมภาคกลางกับภาคตะวันตกของประเทศจีนจางเจียเจี้ย เป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของจีนซึ่งลือชื่อด้วยทรัพยากรการท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ของตนเอง แหล่งท่องเที่ยวสำคัญในเมืองจางเจียเจี้ยเป็นพื้นที่ป่าไม้ถึง 98% ซึ่งนับเป็นออกชิเจนบาร์ธรรมชาติ และเนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ห่างไกลที่น้อยคนจะเดินทางไปถึง อีกทั้งชาวจางเจียเจี้ยผู้ซึ่งรักในธรรมชาติ ได้ดำเนินนโยบายอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างมีประสิทธิผล เมืองจางเจียเจี้ยจึงประดุจดั่งดินแดนบริสุทธิ์ของโลกนอกจากนี้แล้ว ณ ที่แห่งนี้ยังเป็นแหล่งชุมชนของ 33 ชนเผ่า เช่น ชนเผ่าถู่เจีย ชนเผ่าไป๋ และชนเผ่าเหมียว สภาพภูมิศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ทำให้วัฒนธรรมของชนเผ่าต่างๆ ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี ความหลากหลายทางภูมิประเทศของเขตธรรมชาติ แต่ละแห่งของจางเจียเจี้ยได้นำมาซึ่งความอุดม สมบูรณ์ด้วยพันธุ์พืช และสัตว์นานาชนิด สภาพภูมิอากาศชุ่มชื้นเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ นอกจากนั้น ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืช และพันธุ์สัตว์ที่หายากที่ใกล้สูญพันธุ์อีกด้วย สายน้ำได้เพิ่มสีสันให้กับจางเจียเจี้ยเป็นอย่างมากและทำให้จางเจียเจี้ยมี ชีวิตชีวามากขึ้น เล่ากันว่า แค่ในบริเวณสวนป่าจางเจียเจี้ย ก็มีแหล่งน้ำมากถึง 800 แห่ง น้ำตก น้ำพุ ธารน้ำ สระน้ำ และทะเลสาบจำนวนมาก มีภูมิทัศน์ที่แตกต่างกันไป มีธารน้ำจินเปียนซีเป็นความยาวกว่า 10 กิโลเมตร หุบเขาสองฝั่งยืนคุมเชิง กันงามแปลกตายิ่ง ผาสีแดง กับต้นไม้เขียวขจีทอดเงากลับหัว อยู่ในน้ำ ขณะเดินตามทางเล็กๆ ที่อยู่บริเวณ สองข้างธารน้ำ ให้ความเย็นสบาย ซึมซาบเข้าไปในหัวใจตลอดการเหยียบย่างไปบนสะพานไม้ บันไดหิน ชมปลาหลากสีเล่นน้ำนอกจากภูเขา สายน้ำและพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์แล้ว ถ้ำในบริเวณจางเจียเจี้ยมีจำนวนมาก และขนาดใหญ่ ต่างมีเอกลักษณ์ และ ชื่อเรียกต่างกัน เช่น ถ้ำหวงหลงหรือถ้ำมังกรเหลือง ถ้ำกวนอิม ถ้ำเสี่ยงสุ่ย เป็นต้น ในบรรดาถ้ำเหล่านี้ ถ้ำหวงหลงหรือถ้ำมังกรเหลืองในหุบเขาสั่วซีมีความยาว 7.5 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็น 4 ชั้น ภายในถ้ำมีอ่างเก็บน้ำ แห่งหนึ่ง ธารน้ำสองสาย น้ำตกสามแห่ง สระน้ำ 4 แห่ง ห้องโถง 13 แห่งและมีระเบียง 96 สาย จางเจียเจี้ยได้รับการอนุมัติให้เป็นวนอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของจีนเมื่อปี ค.ศ.1982 และได้เข้าสู่บัญชีรายชื่อมรดกโลกทางธรรมชาติของสหประชาชาติเมื่อเดือน ธันวาคม ปี ค.ศ.1992

zhangjiajie01
 
wh_30a
 
tianzishan_1
 

เขาเทียนจื่อซาน หรือ เขาจักรพรรดิ์ / Tianzi shan

tianzishan_2
 
 
เทียนจื่อซาน เขตหยวนเจียเจี้ย มีเนื้อที่ 65 ตารางกิโลเมตร บนยอดเขาเทียนจื่อซานสูงประมาณ 1,250 เมตร ทางด้านทิศตะวันออก ทิศใต้และทิศตะวันตกของเขาเทียนจื่อซาน เต็มไปด้วยชะง่อนผาอันสูงชัน ลำห้วยลึกและป่าหิน มีหินยักษ์ในรูปลักษณะแปลกตา ยืนตระหง่านค้ำฟ้า จุดเด่นของเขาเทียจื่อซานคือ เทียนเสี้ยตี้อี้เฉียว (สะพานหนึ่งในใต้หล้า) มีทิวทัศน์ที่สวยงามและเคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนต์ชื่อดังหลายเรื่อง

สวนสาธารณะจอมพลเฮ่อหลง  สวนแห่งนี้ได้รับการจัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี ค.ศ. 1986 เพื่อเป็นเกียรติแก่นายพลเฮ่อหลงแห่งพรรคคอมมิวนิสต์จีน  ภายในบริเวณสวนสาธารณะจะมีจุดชมวิวซึ่งสามารถชมยอดเขาและหินแปลกนับไม่ถ้วน เช่น เขาพู่กัน เขาจักรพรรดิ เขาสวนสวรรค์ เขานางฟ้าโปรยดอกไม้ ฯลฯ

สะพานเทียนเสี้ยตี้อี้เฉียว หรือ สะพานหนึ่งในใต้หล้า มีทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง บนสะพานจะมีลูกกุญแจอยู่เต็มไปหมด เป็นความเชื่อของคนหนุ่มคนสาวเอากุญแจไปคล้องไว้ที่สูงๆจะได้ไม่มีใครสามารถพรากคู่รักให้จากกันได้ บางคนก็ทิ้งสู่หุบเหวเบื้องล่าง ก็ให้ความหมายเดียวกันว่าเราจะไม่พรากจากกันตราบชั่วนิรันดร์ โฉมหน้าสะพานเป็นสะพานหินเชื่อมระหว่างเขา 2 ลูก ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

สิ่งที่ผู้มาเยือนไม่ควรพลาดคือ การขึ้นเขาเทียนจื่อซาน ด้วยการโดยสารลิฟฟ์แก้วไป๋หลง หรือ ลิฟฟ์มังกรขาว ที่สร้างเจาะช่องเขาริมหน้าผามีความสูงสามร้อยกว่าเมตร เพื่อขึ้นถึงยอดเขาด้วยเวลาไม่ถึงนาที และยังเป็นลิฟฟ์ขึ้นเขาที่สูงและใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
 

ระเบียงภาพเขียนสิบลี้ / Shili Gallery

shilihuanlang
 
 
hunan_10lihualang_2
 
ระเบียงภาพเขียน 10 ลี้ หรือ สือหลี่หว่าหลาง (10 ลี้ ประมาณ 5 กิโลเมตร) คือช่องเขาด้านล่างของเทียนจื่อซาน ที่ถูกบีบด้วยภูเขาและแท่งหินขนาดใหญ่ประมาณ 200 แท่ง เรียงรายเป็นแนวทิวเขาที่ประกอบด้วยยอดเขารูปร่างแปลกตาเรียงรายกัน โดยมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านตามแนวทิวเขา ก่อให้เกิดเป็นภาพที่สวยงามราวกับภาพเขียน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องสามสาว ขุนพลผู้เกรียงไกร หมอเก็บยา ฯลฯ ล้วนเป็นภาพที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
 

ธารน้ำแส้ทอง หรือ จินเปียนซี / Jinbian Stream

jinbianxi
 
 
jinbianxi_2
 
ธารน้ำแส้ทอง หรือ จินเปียนซี เป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งในวนอุทยานจางเจียเจี้ย โดยจัดอยู่ในเขตหวงสือจ้าย เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์พืชและสัตว์ป่าพันธุ์หายากมากมาย รวมทั้งวาวาหยู หรือ ซาลามานเดอร์ ลำธารแส้ทองมีความยาวทั้งหมด 8 กิโลเมตร และมีขุนเขารูปลักษณ์ตระการตากว่า 400 ลูก ก้าวหนึ่งมีวิวหนึ่ง วิวหนึ่งมีภาพหนึ่ง เป็นภาพที่ไม่ซ้ำกัน เดินท่องไปตามริมธารน้ำแส้ทอง ธารน้ำแส้ทองมีภูหินผาสูงจากพื้นกว่า 350 เมตร รูปลักษณ์ของหินผาลูกนี้เหมือนแส้ซึ่งเป็นอาวุธโบราณชนิดหนึ่ง จึงได้ชื่อว่า หินผาแส้ทอง เนื่องจากมีซิลิกอนไดอ็อกไซด์ผสมอยู่ในเนื้อ หิน เมื่อแสงแดดสาดส่อง จะมีแสงสะท้อนเป็นสีทอง"
 

เทียนเหมินซาน / Tianmen shan

tianmenshan_4
tianmenshan_3
 
tianmenshan_2
tianmenshan_1
 
เขาเหมินซาน ตั้งอยู่ในมณฑลหูหนาน ซื่งในอดีต เทือกเขาแห่งนี้ถูกเรียกว่า "ภูเขาหวินเมิ้งซานหรือซงเหลียวซาน" และในต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น เขาเทียนเหมินซาน สาเหตุที่เรียกว่าเทียนเหมินซานเพราะว่า ภูเขาแห่งนี้ได้เกิดระเบิดขึ้นเอง โดยธรรมชาติ จนกลายเป็นถ้ำหรือ ถ้ำประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ของภูเขาที่มีความงดงามที่สุดในประเทศจีน ประตูนี้มีความสูง 131.5 เมตร ความกว้าง 57 เมตร ความลึก 60 เมตร

นักท่องเที่ยวจะต้องนั่งกระเช้าจากตัวเมืองจางเจียเจี้ยไปสูงบนเขา โดยกระเช้ามีระยะทางยาวถึง 7,455 เมตร (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที) จัดได้ว่าเป็นเป็นกระเช้าที่มีความทันสมัยมากที่สุด และเป็นกระเช้าขึ้นเขาที่ยาวที่สุดในโลก

การเที่ยวเทียนเหมินซาน คือการที่นักท่องเที่ยวได้มีโอกาส เดินชมทัศนียภาพทื่สวยงามพร้อมกับทางที่สามารถลัดเลาะริมหน้าผา เพื่อชมความสวยงามของทะเลภูเขาที่มีรูปร่างต่างๆแปลกตา บนเขาเทียนเหมินซานนอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามแล้ว บนยอดเขายังเป็นที่ตั้งของวัดเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนชาวจีน ทำให้ในแต่ละวัน วัดแห่งนี้ ได้มีนักท่องเที่ยวหลั่งใหล เข้ามากราบไหว้เป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าแม่กวนอิม
 

ทะเลสาบเป่าเฟิงหู / Baofeng Lake

baofenghu
 
 
baofenghu_2
 
ทะเลสาบเป่าเฟิงหู เป็นทะเลสาบบนช่องเขาสูง โดยที่ทะเลสาบจะถูกรายล้อมด้วยยอดเขา การเที่ยวชมอาศัยการล่องเรือ โดยระหว่างทางก็จะพบแพ และมีชาวพื้นเมืองคอยร้องเพลงตอบโต้เป็นการต้อนรับ ภูเขาที่นี่มีรูปร่างแปลกตาสวยงามไม่แพ้ที่ใด จุดเด่นอยู่ที่หินที่รูปร่างเหมือนหน้าผู้หญิง น้ำในทะเลสาบที่นี่ใสสอาดจนยากที่จะแยกได้ว่าภูเขาอยู่ในน้ำ หรือ น้ำอยู่ในภูเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างไว้โดยไม่มีการตกแต่งเพิ่มเติมแต่อย่างใด ความงามของทะเลสาบเป่าเฟิงหูยังสภาพเหมือนเมื่ออดีต เพราะการเอาใจใส่ในการรักษาคุณภาพน้ำของที่นี่โดยการใช้แบตตารี่ในเรือโดยสารที่ใช้ล่องแทนน้ำมัน ทำให้ไม่ก่อมลภาวะทางน้ำ ด้านเชิงเขายังมีน้ำตกจากทะเลสาบไหลลงมาเป็นภาพที่สวยมาก
 

ถ้ำพญามังกร หรือ หลงหวังต้ง / Longwang Cave

longwang_cave
 
 
dragon_cave_2
 
ถ้ำพญามังกร หรือ หลงหวังต้ง เป็นถ้ำที่มีความงดงามและใหญ่ที่สุดในจางเจียเจี้ย มีความสูง 50 เมตร กว้าง 80 เมตร และยาวถึง 30 กิโลเมตร แต่เปิดให้ชมแค่ประมาณ 4.5 กิโลเมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยที่มีความวิจิตรงดงาม มีเสาหลักมังกรขนาด 10 คนโอบ ภายในยังมีสระน้ำพญามังกร มีพื้นที่ประมาณ 400 ตารางเมตร ส่วนความลึกของสระนี้ยังเป้นปริศนาอยู่ ยังไม่มีผู้ใดสามารถวัดได้ ในช่วงเช้าตรู่และกลางคืนจะมีหมอกปกคลุมบางๆ เปรียบเสมือนท่านอยู่บนสวงสวรรค์บนพื้นพิภพ ซึ่งผู้คนที่ได้มาต่างประทับใจจนไม่สามารถหาคำบรรยายถึงความสวยงานและดูน่าเล้นลับนี้ได้จึงได้ขนามนามสระแห่งนี้ว่า  สระน้ำมหัศจรรย์
 

โชว์จิ้งจอกขาว / The love story of a woodman and a fairy fox (Tianmenhushen)

fox_show_1
 
 
white_fox_show
 
โชว์จิ้งจอกขาว หรือ เทียนเหมินหูเสิน การแสดงที่ถือว่าครบครันด้วยอารมณ์ต่างๆ ชวนให้เคลิบเคลิ้มไปกับการแสดง เป็นการแสดงบทเกี่ยวกับความรักของนางพญาจิ้งจอกขาวที่มีต่อชายผู้เป็นที่รัก ต้องพลัดพรากจากกันทั้งที่ยังรักกัน ถือเป็นบทตำนานแห่งความรักที่น่ายกย่องยิ่งนัก ท่านจะเพลิดเพลินไปกับการแสดงจนลืมกระพริบตายิ่งใหญ่กว่า โชว์หลิวซานเจี่ยที่หยางซั่ว ด้วยนักแสดงคุณภาพกว่า 600 คน แสดงภายใต้สะพานคู่เชื่อมเขาสองลูก สะพานคู่รักใต้หล้า อลังการณ์กว่าโชว์ใดใดทั้งแสง สี เสียง และ เทคนิคตระการตาที่สุดชุดหนึ่งของจีน
 

เมืองโบราณเฟิ่งหวง / Phoenix Town

fenghuang
fenghuang_2
fenghuang_1
 
เมืองโบราณเฟิ่งหวง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกของมณฑลหูหนาน สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ชิง มีประวัติกว่า  400 ปี เนื่องจากเขาหนานหัวที่อยู่ทางใต้ของเมืองมีรูปร่างเหมือนหงส์ จึงได้ชื่อว่า "เฟิ่งหวง" แปลว่า "หงส์" ปัจจุบัน เมืองเฟิ่งหวงมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าถู่เจียและชาวม้ง เวลาเดินอยู่ในตัวเมือง มักจะพบหญิงสาวชาวม้งหรือชาวถู่เจียในชุดชนชาติที่ประดับด้วยลายดอกไม้ เพิ่มความงดงามให้เมืองโบราณแห่งนี้ไม่ใช่น้อย เฟิ่งหวงเป็นเมืองขนาดเล็ก แบ่งเป็นเมืองเก่ากับเมืองใหม่ เมืองเก่าสร้างขึ้นตามเชิงเขาและมีลำน้ำถัวเจียงไหลผ่าน มีถนนที่ปูด้วยหินสีเขียว 20 กว่าสาย มีกำแพงเมืองโบราณตั้งอยู่ริมน้ำ มีหงเฉียวซึ่งเป็นสะพานเก่าแก่ที่มีหลังคาคลุมเชื่อมสองฟากฝั่งให้เป็นหนึ่งเดียว 

เตี้ยวเจี่ยวโหลว คือจุดเด่นของเฟิ่งหวง เป็นบ้านที่ยกพื้นสูงเรียงรายกันตามริมน้ำที่ใสสะอาดจนมองเห็นทุกสรรพสิ่ง เป็นทัศนียภาพที่สวยงามและเป็นที่นิยมชมชอบทั้งชาวจีนและชาวต่างประเทศ เฟิ่งหวงเป็นเมืองที่กำเนิดอัจฉริยะบุรุษหลายคน นอกจากเสิ่นฉงเหวินซึ่งเป็นนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว สง ซีหลิง อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสาธารณรัฐจีน และนายหวาง หย่งยู่ว์ จิตรกรทีมีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศก็เป็นชาวเฟิ่งหวง บ้านเดิมของเสิ่นฉงเหวิน นักประพันธ์ นักประวัติศาสตร์และนักการศึกษาค้นคว้าโบราณคดีนามอุโฆษของจีน เป็นบ้านที่มีลานบ้านล้อมรอบทั้งสี่ด้าน ก่อด้วยอิฐทนไฟที่มีสัญลักษณ์ประจำท้องถิ่นในภาคตะวันตกของมณฑลหูหนาน ซึ่งตกทอดมาจากรุ่นปู่ของเสิ่นฉง เหวิน อดีตผู้บัญชาการทหารประจำมณฑลกุ้ยโจวในสมัยราชวงศ์ชิง ต่อมาจึงสร้างเป็นบ้านเรือนดังกล่าวเนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว บ้านเรือนเก่าแก่ของเฟิ่งหวงจึงใช้เป็นสถานที่เปิดบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยว บาร์เบียร์ และร้านค้าที่มีเอกลักษณ์ต่างๆ บาร์เบียร์เป็นสถานที่ที่พลาดไปไม่ได้หากไปเฟิ่งหวง เพราะส่วนใหญ่ตั้งอยู่สองข้างของลำน้ำ นั่งชมทิวทัศน์ที่สวยงามท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติก มีการตกแต่งที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติ ไปนั่งอ่านหนังสือ จิบชา จิบเบียร์ หรือเล่นเน็ตก็ได้ พอพลบค่ำ โคมไฟสีแดงของแต่ละร้านที่อยู่สองฝากฝั่งลำน้ำก็สว่างไสว ประดับให้เมืองเก่าแก่แห่งนี้มีความสวยงามยิ่ง บนถนนสายต่างๆของเมืองเก่า มีหญิงชราชาวม้งในชุดประจำชนชาติออกมาตั้งแผงลอยขายผ้าปักข้างๆกำแพงเมืองเก่า ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบโบราณและสดชื่นทุกเช้าพอฟ้าสว่างขึ้น ตามขั้นบันไดลงไปถึงริมลำน้ำ มีหมอกจางๆลอยเรี่ยอยู่บนผิวน้ำ แม่บ้านที่ขยันตื่นแต่เช้ามาซักเสื้อในลำน้ำโดยใช้ไม้ทุบแบบคนสมัยก่อน โคมไฟสีแดงที่แขวนตามร้านทั้งสองฝั่งลำน้ำพริ้วไหวไปมาเบาๆท่ามกลางสายลมที่เย็นสบาย ทุกสิ่งทุกอย่างประกอบเป็นภาพเขียนจีนแบบคลาสสิค คนท้องถิ่นบอกเราว่า แต่ละปี มีนักศึกษาวิชาเขียนภาพซึ่งรวมทั้งคนที่ชอบวาดภาพมาเฟิ่งหวงเป็นจำนวนมาก คิดดูซิ นั่งเรือแจวชมบ้านเรือริมน้ำ ล่องตามลำน้ำถัวเจียง สนุก ตื่นเต้น และปลอดภัย ชมบ้านเรือนสองฟากฝั่งแม่น้ำ สะพานโบราณ ถนนที่ปูด้วยหินสีเขียว และ ต้นไผ่ที่สูงสะโอดสะอง รวมทั้งหญิงสาวชาวถู่เจียและชาวม้ง เมืองนี้เหมือนภาพเขียนที่สวยงามไหมคะ ที่เมืองเฟิ่งหวง สิ่งที่น่าซื้อไปฝากเพื่อนน่าจะเป็นน้ำตาลขิง เพราะเมืองเฟิ่งหวงมีร้านขายน้ำตาลขิงหลายสิบเจ้า เราไปถึงร้านหนึ่งชื่อ "ถางซื่อเจียงถาง" เจ้าของร้านบอกเราว่า น้ำตาลขิงใช้วัตถุดิบคือน้ำตาลแดง ขิงสด งา และน้ำแร่ น้ำตาลขิงไม่เพียงแต่ทำให้กระเพาะอาหารมีความอุ่น ช่วยให้โลหิตหมุนเวียนดี แก้ไอและขับเสมหะเท่านั้น หากยังมีรสชาติหวานกรอบอร่อยด้วย
 
 
 
 
 
company_profile thai chinese english