home_pic
home travel world_heritage airlines hotel map weather contact_us tb_blue
 
 

 

expert

เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน Inner Mongolia

มองโกเลียใน 內蒙古 Nèiměnggǔ เมืองเอกโฮฮอท (ฮูเหอเฮ่าเท่อ) เขตปกครองตนเองมองโกเลียในตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจีน มีพื้นที่ 11 ตารางกิโลเมตร 90% เป็นชนเผ่ามองโกล นอกจากนี้ยังมีชาวฮั่น หนี่เจิน (เผ่าเดิมของแมนจู) ก็ได้ เติร์ก ทาท่า เป็นต้น ค.ศ. 1206 ปู่เอ่อจื่อจิน-เตมูจิน ได้รวบรวมเผ่าต่างๆเป็นหนึ่งเดียว พร้อมขยายอาณาเขตไปถึงมอสโก ฮังการี ค.ศ. 1260 หลานเจงกิสข่าน-กุบไลข่านเข้ายึดจีนและสถาปนาราชวงศ์หยวน ภายหลังมองโกลตะวันตกค่อยๆ เสื่อมอำนาจแตกแยกไป หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ถูกรัสเซียแยกมองโกลเหนือออกเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย ส่วนชนเผ่ามองโกลอีกส่วนที่อยู่ในจีน เรียกว่ามองโกลเลียใน
 
panorama_inner_mongolia_1_01panorama_inner_mongolia_1_02panorama_inner_mongolia_1_03panorama_inner_mongolia_1_04
 
panorama_inner_mongolia_2_01panorama_inner_mongolia_2_02panorama_inner_mongolia_2_03panorama_inner_mongolia_2_04
 
panorama_inner_mongolia_3_01panorama_inner_mongolia_3_02panorama_inner_mongolia_3_03panorama_inner_mongolia_3_04
 
ชนเผ่ามองโกลมีสาขาเผ่าต่างๆมากมายสลับซับซ้อน แยกกันอยู่เป็นเผ่ากลุ่มตามสายเลือดของตระกูล (รวมทั้งประเทศมองโกเลียในปัจจุบันนี้) เป็นชนเผ่าเก่าแก่เผ่าหนึ่งของจีน ปี ค.ศ. 1206 ปู่เอ่อจื่อจิน-เตมูจิน รวบรวมเผ่าต่างๆ เป็นหนึ่งเดียวกัน ตั้งเป็นก๊กมองโกล และเริ่มปรับปรุงการปกครองระบอบศักดินา มีประมุขเป็น “ข่าน” (ข่าน = เจ้าเมือง) พร้อมทั้งขยายอาณาเขตไปทางภาคตะวันออก และตะวันตกเฉียงเหนือ แถบทาจิกิสถาน คาซัคสถาน อุซเบกิสถานส่วนหนึ่งของอัฟกานิสถาน และขยายไปถึงมอสโก ฮังการี ปี ค.ศ.1260 หลานของเจงกิสข่าน-กุบไลข่านเข้ายึดครองประเทศจีน สถาปนาราชวงศ์หยวน ภาคตะวันตก เนื่องด้วยการปกครองการทหาร จึงค่อยๆ เสื่อมอำนาจ และถูกกลืนชาติเป็นอิสลามไปในที่สุด และแตกแยกเป็นหลายก๊กโดยปกครองด้วยลูกหลานเจงกิสข่าน หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกอุเบกิสถาน ทาจิกิสถาน ถูกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซีย เผ่ามองโกลเลียเหนือ เมื่อปี ค.ศ.1921 และ วันที่ 11 พฤศจิกายน ปี ค.ศ.1924
ถูกรัสเซียยุให้ปฏิรูปเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาชนมองโกเลีย แยกตัวออกจากจีน ชนเผ่ามองโกลอีกส่วนหนึ่งอยู่ในการปกครองของจีน เรียกว่ามองโกลใน – เขตปกครองตนเองชนเผ่ามองโกลใน โดยมี “ฮูเหอเฮ่าเท่อ” เป็นนครเอก มีฐานะเท่ากับมณฑล
 
panorama_inner_mongolia_4_01panorama_inner_mongolia_4_02panorama_inner_mongolia_4_03panorama_inner_mongolia_4_04
 
ฮูเหอเฮ่าเท่อ
เป็นเมืองเอกของมองโกลใน ตั้งอยู่ที่ใจกลางของเขตปกครองตนเองมองโกลใน เนื้อที่กว่า 600 ตารางกิโลเมตร

เมืองเปาโถว
ตั้งอยู่ห่างออกไปจากฮูเหอเฮ่าเท่อไปทางตะวันตกประมาณ 130 กิโลเมตรเป็นเมืองที่สร้างใหม่เฉพาะอุตสาหกรรมการถลุงเหล็กกล้า 1 ใน 5 ของประเทศจีน พลเมือง 2 ล้านคนเศษ พื้นที่ 300 ตารางกิโลเมตร ครอบครัว 1 ใน 4 มี อาชีพเกี่ยวกับโรงงานถลุงเหล็ก โรงงานถลุงเหล็กเปาโถวเป็นโรงงานทันสมัย ที่สามารถถลุงเหล็กพิเศษที่ประเทศจีนต้องการถึง 1 ใน 4 ของประเทศ
 

วัดต้าเจาซื่อ

dazaosi_1
 
 
dazaosi_2
 
วัดต้าเจาซื่อตั้งอยู่ที่เมืองเก่าของฮูเหอเฮ่าเท่อ ภาษามองโกลเรียก “อีเค่อเจา” หมายความว่า วัดใหญ่สมัยราชวงศ์หมิง ศักราชหลงชิ่ง ปี ค.ศ. 1567 หัวหน่าเผ่ามองโกล  “ทุม้อเธ่อ-อาเรอไท่” (อานตาข่าน) หลังจากได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมื้องสุ้นอี้โดยราชวงศ์หมิง ร่วมกับภรรยาจัดสร้างเมือง (เก่า) ฮูเหอเฮ่าเท่อและวัดปีค.ศ. 1580 ประดิษฐานพระพุทธรูปเงินหนึ่งองค์ วัดมีบริเวณกว้างใหญ่ จึงเรียกง่ายๆว่า “อีเค่อเจา”-วัดใหญ่
 

เจดีย์ 5 ยอด-จินกังจั่วเซ่อหลีถ่า

jingang
 
“เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุวิเศษบานเพชร” ตั้งอยู่ที่เมืองเก่า สร้างในสมัยพระเจ้ายงเจิ่งแห่งราชวงศ์ชิง ปี ค.ศ.1729 เจดีย์สูง 13 เมตร ฐานเพชรรูป 4 เหลี่ยมผืนผ้า ตั้งบนฐานอิฐทรงบัวคว่ำบัวหงายรัดเอว บริเวณรอบๆมีลวดลาย สิงห์ ช้าง กงจักร นกและวัชระ ช่วงล่างของฐานมีคาถาเป็นอักษรมองโกล ทิเบต สันสกฤต ทั้ง 4 ด้านมีประตูสามารถสัญจรไปมา วงกบคิ้วประตู 4 ทิศเขียนเป็นอักษรมองโกล ทิเบต สันสกฤต และฮั่น บนแท่นสร้างเป็นเจดีย์ 5 องค์ องค์กลางสูง 7 ชั้น เจดีย์ 4 มุมสูง 5 ชั้น ในเจดีย์เป็นกุฏิ ประดับพระพุทธรูป ด้านหลังเจดีย์มีอักษรมองโกลและภาพลายโคจรของดวงดาว ซึ่งเป็นภาพดาราศาสตร์ดบราณของชาวเผ่ามองโกลที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่ค้นพบ
 

สุสานหวังเจาจวิน

wangzhaojun_1
 
 
wangzhaojun_3
 
สุสานหวางเจาจวิน ตั้งอยู่ภาคใต้ห่างจากตัวเมืองฮูเหอเฮ่าเท่อไป 9 กิโลเมตร ณ ที่ราบลุ่มปากแม่น้ำเฮยเหอ มองจากระยะไกลเห็นสุสานเป็นสีหมึก จึงนิยมเรียกกันว่า “ชิงจัง” –สุสานดำ หวางเจาจวิน เดิมชื่อ “เฉียง” คนสมัยซีฮั่น เมืองจื่อกุย อำเภอชิงซาน มณฑลหูเป่ย เข้าวังเมื่อก่อน ค.ศ.30 ปี และอภิเษกสมรสกับ “ฮูหานฉานหยี” เผ่าซงหนู (เผ่าฮง) ตอนที่มาสู่ขอธิดาของฮั่นเป็นคู่ครอง และได้รับการแต่งตั้งเป็นมเหสี หลังจากหวางเจาจวินแต่งไปครองราชย์ที่ซงหนู ได้ช่วยพระสวามีบริหารงานบ้านเมืองจนรุ่งเรือง และอบรมสั่งสอนราชโอรสที่ค่อนข้างจะเกเร ให้สามารถสืบราชสมบัติต่อจากพระราชบิดา ทำให้ทั้งสองเผ่าหลีกเลี่ยงจากสงคราม 80 กว่าปี จนเป็นที่รักใคร่นับถือของชาวฮั่นและชาวซงหนู และสร้างสุสานตามขนบธรรมเนียมประเพณีของชาวฮั่นอย่างสมเกียรติ แตกต่างกับสาวงามในประวัติศาสตร์อีก 3 คนเช่นไซซี เตียวเสี้ยนและหยางกุ้ยเฟย ที่ชีวิตตอนปลายไม่ค่อยจะสมหวัง
 

วัดอู่ตังเจา

wudangzhao_1
 
 
wudangzhao_2
 
“อู่ตัง” หมายความว่าต้นหลิว “เจาะ หมายความว่าวัด สร้างเมื่อสมัยพระเจ้าคังซี ปี ค.ศ. 1668 บูรณะใหม่เมื่อสมัยพระเจ้าเฉียนหลง ปี ค.ศ. 1749 ภาษาฮั่นทั่วไปเรียก กว่างเจียะซื่อ วัดสร้างตามไหล่เขาอุโบสถและวิหารสร้างบนดอยเล็กๆในหุบเขา กินเนื้อที่ 300 กว่าโหม่ว (185 ไร่ไทย) มีอาคารน้อยใหญ่กว่า 2,500 หลัง อุโบสถมีชื่อว่า “ซูกู่ชิ่งตู๋กง” เป็นวัดลามะที่ใหญ่และรักษาเป็นอย่างดี ห่างจากตัวเมืองเปาโถวประมาณ 70 กิโลเมตร ภายในอุโบสถประดิษฐานพระพุทธรูปปางสมาธิทองเหลืองสูง 10 เมตร วิหาร “ต้งคว่อเออตู๋กง” ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมสูง 9 เมตร บริเวณรอบๆเป็นภูเขา ลำธาร ป่าไม้ ทุ่งหญ้า ไม่มีขอบกำแพงกั้นอย่างชัดเจน ดูสวยงามแปลกตาเป็นธรรมชาติกว่าที่วัดอื่นในบริเวณเปาโถว ยังมีวัดที่น่าสนใจเช่นวัดเหมยไต้เจา ผู่ฮุ่ยซื่อไป๋หลิงเมี่ยว เป็นต้น
 

สุสานเจงกิสข่าน

jengkrikan_1
jengkrikan_3
 
 
สุสานเจงกิสข่าน ตั้งอยู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ไปจากอำเภออีจินฮั่วลั่วฉี (อำเภอของมองโกลเรียกว่าฉี) 15 กิโลเมตร เนื้อที่ปลูกสร้าง 1,500 ตารางเมตร แผนผังเป็นตัว T สถาปัตยกรรมของชาวมองโกล ทรงกลมหลังคาและฐาน 8 เหลี่ยม สูง 20 เมตร ลักษณะกระโจมมองโกล ตรงกลางมีรูปแกะสลัก จอมจักรพรรดิเจงกิสข่านด้วยหินอ่อนขาว ภายนอกตกแต่งด้วยลวดลายมองโกล มุงหลังคากระเบื้องสีลายครามสวยสดงดงาม สองข้างเป็นลักษณะกระโจม เชื่อมด้วยระเบียงยาว ด้านหลังเป็นกระโจม 4 หลัง เชื่อมด้วยระเบียงเป็นแถวตอนเป็นมุมฉากกับแถวหน้ากระดาน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งโลงพระศพของจักรพรรดิเจงกิสข่านและมเหสี สนมตามลำดับ

เจงกิสข่านเป็นชาวมองโกล เผ่าเอ๋อร์ตอซือ ตระกูล ป๋อเออร์จื่อจิน –เตมูจิน ปี ค.ศ. 1206 รวบรวมมองโกลเป็นปึกแผ่น และสถาปนาประเทศมองโกล พร้อมทั้งบุกรุกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ปี ค.ศ. 1221 ปราบราชวงศ์เหลียว ปี ค.ศ. 1227-ปราบซีเซี่ย ปี ค.ศ.1232 ปราบราชวงศ์จิน ปี ค.ศ. 1278 หลานของเจงกิสข่าน-กุบไลข่านปราบราชวงศ์ซ่ง ยึดครองประเทศจีนสถาปนาราชวงศ์หยวน ฝ่ายตะวันตกค่อยๆ เสื่อมอำนาจและถูกกลืนชาติไปในที่สุด แตกเป็นประเทศหลายประเทศเช่น อุซเบกิสถาน ทาจิกิสถาน เป็นต้น

หลังเจงกิสข่านสิ้นพระชนม์ ชาวมองโกลได้ฝังพระศพเจงกิสข่านตามขนบธรรมเนียมประเพณีของมองโกลที่ทะเลทราย และใช้ฝูงม้าจำนวนตามฐานะเหยียบย่ำพื้นผิวให้เรียบเหมือนทะเลทรายเพื่อไม่ให้ผู้คนสามารถมาทำลายในภายหลัง เป็นการคืนชีวิตให้กับธรรมชาติ ดังนั้น ปัจจุบันนี้สุสานเจงกิสข่านเป็นเพียงแต่หอระลึกมากกว่าสมัยราชวงศ์หมิง ประมาณ ปี ค.ศ. 1436 ชาวมองโกลเผ่าเออร์ตอซือเข้ามาอาศัยที่กลางลุ่มแม่น้ำฮวงโห อำเภออีจินฮั่วลั่ว และตั้งโลงศพของเจงกิสข่านเพื่อกราบไหว้บูชา สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เคลื่อนศพไปที่กานซู่ ปี ค.ศ. 1956 ย้ายกลับมาสร้างเป็นสุสานและหอระลึกถาวรทรงปัจจุบันนี้
 
 
 
 
company_profile thai chinese english