home_pic
home travel world_heritage airlines hotel map weather contact_us tb_blue
 
 

 

expert

มณฑลเหลียวหนิง Liaoning

เหลียวหนิง 辽宁 Liáoníng ชื่อย่อ 辽 liáo มีพื้นที่ 145,900 ตารางกิโลเมตร เมืองเอกเฉิ่นหยาง ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นถิ่นฐานเดิมของชาวแมนจู ปัจจุบันกว่าครึ่งหนึ่งของชนเชื้อสายแมนจูทั้งหมดอาศัยอยู่ในมณฑลนี้ และได้รับสิทธิ์เป็นหน่วยปกครองตนเองอยู่หลายแห่ง จัดเป็นสถานที่แสดงวัฒนธรรมพื้นเมืองให้นักท่องเที่ยวเข้าชม เหลียวหนิงยังเป็นเขตอุตสาหกรรมและศูนย์กลางการค้าขายระหว่างประเทศที่สำคัญของภูมิภาค

เมืองเสิ่นหยาง
มีชื่อเรียกในภาษาแมนจูว่า มุคเดน ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเหลียวหนิง ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเมืองศูนย์กลางทางด้านวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การค้า และการคมนาคมทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของประเทศ มีพื้นที่ทั้งหมด 13,000 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นพื้นที่ในเขตเมือง 3,495 ตารางกิโลเมตร ปัจจุบันเป็นหนึ่งในเมืองอุตสาหกรรมที่ใหญ่และสำคัญที่สุด นอกจากนั้นยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตงเป่ย) ของจีน เมืองเสิ่นหยาง ได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือ (Equipment manufacture industry)” เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือในช่วงเริ่มต้นก่อตั้งประเทศจีน ในปี 1950 ปรากฏว่า 1 ใน 3 ของอุปกรณ์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ผลิตในเมืองเสิ่นหยาง เช่น อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ที่ใช้ในอุตสาหกรรมถ่านหิน อุตสาหกรรมการผลิตซีเมนต์ ใช้ในการก่อสร้างทางหลวง หลังจากนั้น เมืองเสิ่นหยางได้มุ่งเน้นพัฒนาอุตสาหกรรมประเภทอื่น ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ติดตั้งชิ้นส่วนรถยนต์ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ อุตสาหกรรมการผลิตยาเคมี และอุตสาหกรรมหนักอื่นๆ
 

พระราชวังโบราณเสิ่นหยางกู้กง

shenyang_gugong
 
พระราชวังโบราณกู้กงเสิ่นหยางอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน (เขตตงเป่ย) เป็นพระราชวังของราชวงค์ชิงตอนต้น โบราณสถานจากสมัยต้นราชวงศ์ชิง ที่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี และมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก กับพระราชวังหลวงที่กรุงปักกิ่ง ภายในกลุ่มสิ่งปลูกสร้างพระราชวังที่ยังมีอยู่ในปัจจุบันของจีนนั้น ความใหญ่โตและสภาพการอนุรักษ์พระราชวังโบราณกู้กงเสิ่นหยางเป็นเพียงรองจากพระราชวังโบราณกู้กงในกรุงปักกิ่งเท่านั้น สิ่งที่ต่างจากพระราชวังโบราณกู้กงของปักกิ่งก็คือ วังกู้กงเสิ่นหยาง เป็นวังที่กษัตริย์ชนชาติแมนจูสร้างขึ้น ประกอบด้วยตำหนักใหญ่น้อยกว่า 300 ห้อง บนพื้นที่กว่า 60,000 ตารางเมตร ภายหลังจากที่ราชวงศ์หมิงถูกโค่นล้มลง (ค.ศ.1368-1644) ชาวแมนจูก็ได้สถาปนาราชวงศ์ชิงขึ้นได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่กรุงปักกิ่ง และใช้เสิ่นหยางเป็นเมืองหลวงแห่งที่สองรวมทั้งใช้พระราชวังแห่งนี้ เป็นที่ประทับขององค์จักรพรรดิหลายพระองค์ เช่น คังซี, เฉียนหลง, เจียชิ่ง ฯลฯ

พระราชวังกู้กงเสิ่นหยาง แห่งนี้สร้างเลียนแบบพระราชวังกู้กงที่ปักกิ่ง แต่ย่อส่วนเล็กลง พระราชวังแห่งนี้สร้างโดย นูรฮาซื่อ ในปี 1625 แต่พระองค์ไม่ได้ประทับที่พระราชวังแห่งนี้ เพราะพระองค์เสด็จสวรรคตก่อนในปี 1626 หลังจากนั้น หวงไท่จี๋ พระราชโอรสของ นูรฮาซื่อ ก็ขึ้นครองเป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์ชิง เป็นพระองค์ที่สอง ต่อจาก นูรฮาซื่อ พระราชบิดา หลังจาก หวงไท่จี๋ ซึ่งเป็นเจ้าชายของ นูรฮาชื่อ สืบต่อพระราชสมบัติแล้ว ก็เปลี่ยนชื่อประเทศเป็นราชวงค์ชิง และได้สร้างวังนี้ให้แล้วเสร็จ ซึ่งก็คือพระราชวังโบราณกู้กงเสิ่นหยาง กษัตริย์องค์ที่สองและสามของราชวงค์ชิงคือ ฮ่องเต้หวงไท่จี๋กับฮ่องเต้ซุนจื้อล้วนได้ขึ้นครองราชสมบัติที่วังนี้ ต่อมา ชิงได้บุกข้ามเขตแดนของชาวฮั่นและล้มราชวงค์หมิง สร้างรัฐบาลรวมอำนาจในส่วนกลางใหม่อีกสมัยหนึ่ง และย้ายเมืองหลวงมากรุงปักกิ่ง ตั้งแต่นั้นมาฮ่องเต้ของราชวงค์ชิงล้วนประทับอยู่ในพระราชวังโบราณกู้กงของกรุงปักกิ่ง เมืองเสิ่นหยางกลายเป็นเมืองหลวงที่สอง ส่วนพระราชวังโบราณกู้กงเสิ่นหยางก็ได้ชื่อว่าเป็นพระราชตำหนักของเมืองหลวงที่สอง
 

สุสานตงหลิง หรือ เจาหลิง / Dongling

beiling_1
beiling_2
 
คำว่า “ตงหลิง” แปลว่า “สุสานตะวันออก” มีสุสานที่ใช้ชื่อว่า “ตงหลิง” อยู่ 2 แห่ง แห่งหนึ่งคือสุสาน ตงหลิงที่อำเภอจุนฮว้า ในมณฑลเหอเป่ย อยู่นอกเมืองปักกิ่งไปทางตะวันออก อีกแห่งหนึ่งคือสุสานตงหลิงที่อยู่ใกล้ๆเมืองเสิ่นหยางอัน สุสานตงหลิง หรือ “สุสานตะวันออก”ที่เสิ่นหยางนี้มีอีกชื่อหนึ่งว่า ฝูหลิงฝู แปลว่าโชคดี หรือความสุข เป็นสุสานของพระเจ้าหนูเอ่อร์ฮาชื่อ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์ชิง และพระมเหสีในราชนิกูลเย่เฮ้อนาลาซื่อ สร้างใน ค.ศ. 1629 เสร็จในปี ค.ศ. 1651 สองข้างทางเดินมีเสาเรียกว่าหัวเปี่ยว เป็นเสามงคล เดิมเป็นหลักบอกทาง ต่อมาเป็นที่สำหรับชาวบ้านมาเขียนข้อความร้องเรียน ในระยะหลังกลายเป็นเสาแสดงอำนาจของจักรพรรดิ นอกจากนั้นมีสัตว์มงคลได้แก่ม้า ชื่อต้าชิงหม่า เป็นม้าประจำพระองค์ของจักรพรรดิ มีเรื่องเล่าว่า ตอนที่พระองค์ต่อสู้กับกองทหารราชวงศ์หมิงประสบความยากลำบาก ตกอยู่ในอันตราย แต่ม้ามาช่วยไว้จนม้าตาย ยังมีบันไดร้อยแปดขั้น เท่าจำนวนดาวสำคัญในท้องฟ้า (ดาวบนฟ้า 36 ดวง ดาวบนพื้นดิน 72 ดวง) แต่พระเจ้าหนูเอ่อร์ฮาชื่อยังสูงกว่าดาวทั้งหมดนี้ ทางเดินนี้เรียกว่าไต้เทียนเฉียว แปลว่า สะพานสวรรค์ คนที่ขึ้นไปก็จะเป็นเซียน เป็นทางเฉพาะพระจักรพรรดิเช่นเดียวกัน เมื่อหลังการปฏิวัติจึงให้ใครๆขึ้นได้ เลข 108 เป็นเลขมงคล ลูกประคำมักจะมี 108 ลูก

สุสานตงหลิงแห่งนี้ภูมิสถานดีที่สุด ถูกตามตำราทำฮวงซุ้ย คือด้านหน้ามีแม่น้ำหุนเหอ ด้านหลังมีเขาเทียนจู้ สองข้างทางเดินมีต้นสน ซึ่งเป็นไม้มงคล หมายถึงอายุยืนยาวและเขียวสดเสมอทั้งปี ภายในยังมี อาคารเปยถิง คือศาลาศิลาจารึก พระเจ้าคังซีเป็นผู้จารึกในปี ค.ศ. 1688 แสดงพระราชกรณีกิจของพระเจ้าหนูเอ่อร์ฮาชื่อ ศิลารึกนี้เขียนเป็น 3 ภาษา คือภาษาจีน ภาษาแมนจู และภาษามองโกล วางอยู่บนหลังของสัตว์มงคลชนิดหนึ่ง รูปร่างเหมือนเต่า เรียกว่า ปี้ซี่ เป็นลูกมังกร อาคารหลักหรืออาคารประธาน ประกอบด้วยพระตำหนัก 3 องค์ ได้แก่ ตงเพ่ยเตี้ยน เป็นที่ประดิษฐานพระป้าย ด้านตะวันตกเรียกว่า ซีเพ่ยเตี้ยน สำหรับพระลามะมาทำพิธี ตรงกลางเรียกว่า หลงเอินเตี้ยน เป็นที่กราบไหว้บรรพบุรุษ ขณะนี้เขาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งรูปจักรพรรดิในราชวงศ์ชิง ข้างในยังมีกำแพงเป็นรูปดอกไม้เชื่อกันว่าดอกไม้เป็นประตูสู่สุสานตัวจริงซึ่งเห็นเป็นเนินเขา และเล่ากันว่ามีวังใต้ดิน แต่ก็ไม่เคยมีใครขุดลงไป สุสานตงหลิงมีอาณาบริเวณกว้างขวาง เป็นโบราณสถานแห่งหนึ่งของจีนที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นพิเศษ
 

ถ้ำน้ำเปิ่นซี / Benxi Cave

benxi_cave_1
 
 
benxi_cave_2
 
ถ้ำน้ำเปิ่นซี อยู่ที่เมืองเปิ่นซี ห่างจากเมืองเสิ่นหยางไปทางใต้ประมาณ 25 กิโลเมตร ถ้ำน้ำเปิ่นซีเกิดจากการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกประมาณ 5  ล้านปีก่อน มีความยาว 5,800 เมตร เปิดให้เที่ยวชม 2,800 เมตร เป็นถ้ำน้ำที่ยาวที่สุดในปัจุบัน น้ำในถ้ำโดยเฉลี่ยแล้วลึก 1.5 เมตร จุดที่ลึกที่สุด 7 เมตร อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 12 องศา ตลอดทั้งปี นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือชมความมหัศจรรย์ และความงดงามของธรรมชาติภายในถ้ำ ซึ่งประกอบด้วย หินงอกหินย้อย ม่านหิน และหินเสา ที่มีรูปร่างสวยวิจิตราการตาตามจินตนาการ ซึ่งเริ่มต้นจากน้ำตกต้อนรับแขก คลื่นทะเล โคมไฟวิเศษ เจดีย์ข้าวโพด ช้างหยก ภูเขาหิมะ นกยูง ฯลฯ นับร้อยจุด ในถ้ำยังมีส่วนที่เป็นทางเดินเท้า สามารถเดินชมความงามของถ้ำที่ยาวถึง 300 เมตร ชมเงาหินย้อยที่สะท้อนในสระน้ำบนพื้น เป็นภาพที่สวยงามหาถ้ำใดเปรียบ
 

กวนเหมินซาน / Mount Guanmen

guanmenshan_1
 
 
guanmenshan_2
 
ภูเขากวนเหมินซาน ตั้งอยู่ที่ภาคใต้ของอำเภอเปิ่นซีห่างออกไปประมาณ 50 กิโลเมตร ในมณฑลเหลียวหนิง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน แต่โบราณกาลก็ได้ฉายาว่า "ภูเขาหวงซานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ" หรือ "กุ้ยหลินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ"
มานานแล้ว เนื่องจากมียอดเขาสองลูก หนึ่งกว้างหนึ่งแคบ หนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก ซึ่งมีรูปลักษณ์เหมือนประตู จึงเรียกว่า ภูเขากวนเหมินซาน หรือภูเขา "ปิดประตู" วนอุทยานแห่งชาติกวนเหมินซานในฤดูใบไม้ร่วง หุบเขาจะเต็มไปด้วยแมกไม้ที่ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีแดง สีเหลือง ทะเลสาบน้ำใสเขียวสะอาดสะท้อนเงาของภูเขาที่หลากหลายสีสัน ลำธารที่ไหลตามหุบเขา เป็นภาพที่สวยเกินจินตนาการ
 

เมืองหลวงและสุสานของอาณาจักรโกคูรยอโบราณ / Capital Cities and Tombs of the Ancient Koguryo Kingdo

wh_021a
 
 
เมืองหลวงและสุสานของอาณาจักรโกคูรยอโบราณ คือแหล่งมรดกโลกที่ประกอบด้วยแหล่งโบราณคดีในเมือง
3 เมือง ได้แก่ เมืองอู๋หนิ่ว ในมณฑลเหลียวหนิง เมืองกั๋วเน่ย (กุกแนซง - ตามภาษาเกาหลี) และหวันตู (ฮวันโด -
ตามภาษาเกาหลี) ในมณฑลจี๋หลิน และสุสานอีก 40 แห่ง ซึ่งเป็นของราชวงศ์ 14 แห่ง และขุนนาง 26 แห่ง ทั้งหมดแสดงถึงร่องรอยวัฒนธรรมโกคูรยซึ่งได้มีอำนาจเหนือบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน
และคาบสมุทรเกาหลีในช่วง 277 ปีก่อน ค.ศ. จนถึง ปี ค.ศ. ที่ 668 แหล่งโบราณคดีในเมืองอู๋หนิ่วได้ทำการขุด
ค้นไปเพียงเล็กน้อย ส่วนเมืองกั๋วเน่ย ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองจี๋หนิงในปัจจุบันนั้นได้ทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงรอง หลังจากเมืองหลวงของโกคูรยอได้ย้ายไปตั้งที่กรุงเปียงยาง และสำหรับเมืองหวันตู หนึ่งในเมืองหลวงของอาณาจักรโกคูรยอนั้น ได้มีร่องรอยของพระราชวังและสุสานจำนวนกว่า 37 แห่ง
 
 
 
 
company_profile thai chinese english