home_pic
home travel world_heritage airlines hotel map weather contact_us tb_blue
 
 

 

expert

มณฑลชานตง Shandong

ชานตง 山东 Shāndōng ชื่อย่อ 鲁 lǔ มีพื้นที่ 156,700 ตารางกิโลเมตร เมืองเอกจี่หนาน ซานตงเดิมมีชื่อว่า หลู่ ฉีหลู่ เป็นก๊กฉี และ ก๊กหลู่ในสมัยชุยชิว-จ้านกว๋อ เมื่อ 2,500 ปีก่อน ตั้งอยู่ตอนกลางค่อนไปทางเหนือด้านตะวันออกที่ชายทะเลป๋อไห่ และ ทะเลหวางไห่ ซานตงมีชื่อเสียงมากมายหลายด้าน ไม่ว่าจะด้านประวัติศาสตร์ เช่น เขาไท่ซาน บ้านเกิดและศาลเจ้าขงจื๊อ นักปรัชญา นักคิดและปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของประเทศจีน สุสานม้าศึก ด้านเมืองตากอากาศ ชิงเต่าเป็นเมืองที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัว และยังมีโรงผลิตเบียร์ที่มีชื่อเสียงระดับชาติอีกด้วย

จี่หนาน
เมืองเอกของมณฑลซานตง เนื้อที่ 4,800 ตารางกิโลเมตร จี่หนาน-นครบ่อน้ำพุ เนื่องด้วยทางธรณีวิทยาของจี่หนานได้เปลือกโลก กส่วนมากเป็นถ้ำหินปูนและลำธารใต้ดิน กล่าวได้ว่าเขตเมืองเก่าของจี่หนานเกือบทุกบ้านทุกครัวเรือนมีบ่อน้ำพุทั้งนั้น ตั้งแต่โบราณมีคำกล่าวถึงบ่อน้ำพุ 72 ตามาเป็นเวลากว่า 2,500 ปี ถึงแม้ว่าชื่อ 72 บ่อจะมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ 72 บ่อนั้นก็เป็นที่กล่าวขวัญ และฝังใจกันมาของคนจี่หนาน  โดยมีบทกวีบทประพันธ์ที่เกี่ยวกับ 72 บ่อน้ำพุมากมายจนไม่สามารถระบุว่าใครเป็นผู้แต่ง

ชิงเต่า
นครแห่งเบียร์ที่ลือชื่อ เป็นเมืองที่มีความสวยงามและลักษณะของธรณีวิทยาที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นแหลมที่ยื่นออกไปในอ่าวทะเลเจียวโจววาน บริเวณรอบทั้งสามด้านเป็นทะเลสีครามสวยแปลกตา ต้นศตวรรษที่ 20 ตกเป็นเขตเช่าของเยอรมนี และได้สร้างเป็นเมืองสไตล์เยอรมัน อาคารบ้านเรือนทรงต่างๆ มุงหลังคาสีแดง เหมือนกลีบดอกไม้นานาชนิด ซ่อนอยู่ในพุ่มไม้อันเขียวชอุ่ม หาดทรายเหลืองอ่อน ทะเลสีคราม ท้องฟ้าสีฟ้า และเมฆสีขาว มากมายด้วยสีสันของธรรมชาติ หรือภาพวาดด้วยสีน้ำมัน ดูน่าอยู่น่าเที่ยวน่าชม  มีเนื้อที่ 4,900 ตารางกิโลเมตร

เยียนไถ
ตั้งอยู่ริมทะเลด้านตะวันออกของซานตง ห่างจากเมืองชิงเต๋าไปทางภาคเหนือประมาณ 250 กิโลเมตร เป็นเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์ที่ผสมผสานกับเมืองใหม่เมื่อได้ทำการขุดเจาะพบน้ำมันปิโตรเลียมเมื่อปี ค.ศ. 1983 มีเนื้อที่ประมาณ 3,985 ตารางกิโลเมตร พลเมืองประมาณ 3 ล้าน 6 แสน 3 หมื่นคน เป็นเมืองท่าที่สำคัญมาตั้งแต่โบราณ
 

บ่อน้ำพุเป้าทู่ฉวน

paotuquan
 
ตั้งอยู่ภาคใต้ของเมืองจี่หนาน เป็นบ่อน้ำพุอันดับหนึ่งในจำนวน 72 บ่อ ถือเป็นน้ำพุอันดับ 5 แห่งใต้หล้า ปัจจุบันตั้งอยู่ที่สวนสาธารณะเป้าทู่ฉวนใน “ทะเลสาบน้ำพุ” มีปริมาณไหล 1,600 ลิตร/วินาที โดยพุ่งออกมาสูงกว่าระดับน้ำประมาณ 1.5 เมตร และมีเสียงพุ่งอันดัง จำนวนหลายตาน้ำ จนกลายเป็นกลุ่มน้ำพุที่มีชีวิตชีวา การไหลเช่นนี้มาเป็นเวลากว่า 2,000 ปี แต่ได้หายไปอย่างลึกลับในปี ค.ศ.1977 และกลับมาอีกครั้งหนึ่งในปี ค.ศ. 2004 การสำรวจพบว่าน้ำใต้ดินมีปริมาณมากขึ้น โดยที่รักษาสิ่งแวดล้อมโดยรวมของมณฑลซานตงที่ดีขึ้นบริเวณรอบๆตาน้ำพุมีศิลาจารึก ชมความงาม ความแปลกของบ่อน้ำพุและศิลาจารึกการเรียกประชุมพันธมิตรระหว่างก๊กต่างๆ ในสมัยชุนวิวในสมัย 2,500 ปีก่อน ในทะเลสาบเป้าทู่ฉวนยังมีน้ำพุเฮยหู่ฉวน (เสือดำ) เจินจูฉวน (ไข่มุก) อู่หลงฉวน (5 มังกร) เป็นต้น
 

วัดเชียนฝอซาน หรือ วัดพระพันองค์

qianfosi_1
 
 
qianfosi_2
 
ห่างตากตัวเมืองจี่หนานออกไปทางภาคใต้ 2.5 กิโลเมตร ลือกันว่าสมัย 5,000 ปีก่อนพระเจ้าสุ้นตี้เคยมาทำไร่ที่นี่ สมัยราชวงศ์สุย (ปี ค.ศ.518-600 )เนื่องด้วยในภูเขาแกะสลักรูปพระมาก จึงเรียนกันว่า  เชียนฝอซาน(เขาพระพันองค์) บริเวณเป็นเขาสลับซับซ้อนเขียวขจี สูงกว่าระดับน้ำทะเล 285 เมตรา ดูสวยงาม สมัยราชวงศ์ถัง (ปี ค.ศ.627-649) สร้างวัดซิงกว๋อซื่อ ในวัดนอกจากมีพระพุทธรูปของสมัยราชวงศ์สุย และถังพร้อม ยังบูชารูปของพระเจ้าสุยและพระราชินีเอ๋อหวาง  เมื่อขึ้นบนยอดเขาสามารถมองเห็นทะเลสาบต้าหมิงหูส่องแสงดังกระจกเงา และแม่น้ำฮวงโหเหมือนเข็มขัดทองคำสวยงามยิ่งนัก
 

จ่านเฉียว หรือ สะพานแพ

zhanqiao_1
 
 
zhanqiao_2
 
จ่านเฉียวเป็นสะพานแพ ที่ตั้งอยู่ในอ่าวชิงเต่า มีความยาว 440 เมตร กว้าง10 เมตร ที่เชื่อมจากฝั่งทะเลไปบนเกาะ มีเนื้อที่ 300 ตารางวา บริเวณรอบมเกาะสร้างเป็นระเบียงที่มีเขื่อนกั้น ใจกลางเกาะสร้างเป็นเก๋งจีนศาลาทรง 8 เหลี่ยม 2 ชั้นเปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสาธารณะ เป็นที่ดินเล่น พักผ่อนของชาวเมืองชิงเต่า ยามเช้าและยามเย็นตลอดจนยามค่ำคืน ทัศนียภาพ 1 ใน 10 ของเมืองชิงเต่า
 

เสี่ยวชิงเต่า

siaoqingdao_1
 
 
siaoqingdao_2
 
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับจ่านเฉียวไปทางภาคเหนือ เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีเนื้อที่ประมาณ 0.25 ตารางกิโลเมตร กลางเกาะสร้างเป็นกระโจมไฟท่าเรือ สูง 15.5 เมตร เกาะและชายฝั่งมีสะสานแพเชื่อมกัน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมืองชิงเต่า
 

เหลาซาน

laoshan
 
 
ตั้งอยู่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ของแหลมซานตง ตะวันออกของเมืองชิงเต่า ในอำเภอเหลาซาน บริเวณเนื้อที่ 300 ตารางกิโลเมตร เป็นภูเขาที่ก่อตัวในยุค Arenean Group (Zr1)องค์ประกอบเป็นหินแกรนิตดำ ลักษณะแข็งทนทาน ภูมิประเทศตะวันออกสูง ตะวันตกต่ำ ยอดเหลาเฝิงสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,133 เมตร ติดกับทะเลตงไห่ (ทะเลเหลือง) ดูองอาจยิ่งใหญ่อลังการมีชีวิตชีวา เขาอื่นๆถึงแม้มีชื่อเสียงแต่ก็เปรียบไม่ได้ ดังมีคำกวีกล่าวไว้ว่า “ภูผาไท่ซานสูงสู่เมฆ แต่ไม่สู้เหลาซานที่ริมทะเลเหลือง” คนโบราณ “ถือเป็นเมืองเซียน แดนเทวดา” ในพงศาวดารของจีนมีบันทึกเรื่องราว พระเจ้าฉินซีฮ่องเต้และพระเจ้าฮั่นอู่ตี้ เคยมาหายาอายุวัฒนะบนภูเขานี้ พระเจ้าถังเสี้ยนจงกิเคยรับสั่งให้หวางปินมาหายาในบริเวณนี้ และตั้งชื่อเป็นภูเขาถังซานหลังราชวงศ์หยวนได้พัฒนามาเป็นภูเขาของศาสนาเต๋า เชื่อกันว่าจางซานเฟิงเคยมาเป็นเจ้าสำนักเต๋าและประดิษฐ์มวยไทเก๊ก ณ ที่นี้บริเวณเหลาซานมีบ่อน้ำแร่ ที่มีชื่อเสียงและเบียร์ชิงเต่าก็ทำจากน้ำแร่นี้
 

สุสานม้าศึกจือป้อ

zhibo_1
 
 
zhibo_2
 
เมืองจือป๋อห่างจากเมืองจี่หนานประมาณ 200 กิโลเมตร ไปทางทิศตะวันออก สำรวจพบว่าเมื่อสมัยชุนชิว (ก่อน ค.ศ. 540 ปี) เมืองจือป๋อเคยเป็นเมืองหลวงของก๊กฉี สุสานม้าศึก (รวมรถม้า) พบซากม้าศึก 225 ตัว แต่เมื่อสำรวจจากความกว้างและยาว – ขนาดของสถานที่ สุสานนี้ควรฝังม้าศึกไม่น้อยกว่า 600 ตัว(บางส่วน ไม่ได้ทำการขุด) และสันนิษฐานว่าเป็นสุสานของเจ้าเมือง แสดงถึงความเข้มแข็งของกองทัพม้าของก๊กฉี ซึ่งมีรถม้าศึกถึง 1,000 คัน
 

เกาะจือฝู่เต่า

zhifudao_1
 
 
zhifudao_2
 
ห่างจากเหยียนไถไป 9 กม. บริเวณรอบๆ เป็นทะเลมีบกยื่นออกไปด้านใต้ คล้ายเห็ดหลินจือ ตามจดบันทึกทางพงศาวดาร ก่อน ค.ศ. 219 ปี พระเจ้าฉินซีฮ่องเต้เคยมาบนเกาะนี้ถึงสองครั้ง และเขียนจดบันทึกคุณงามความดีของเกาะใส่บนแผ่นศิลาจารึก ปัจจุบันยังคงหลงเหลือตัวอักษรเป็นลายพระหัตถ์ของพระเจ้าฉินซี เป็นอักษรเพียง 14 ตัว (นอกนั้นถูกน้ำกัดกร่อนเสียหายหมด) ด้านข้างมีเส้อหยีไถแท่นยิง (ล่า) ปลา พิสูจน์ว่าพระเจ้าฉินซีฮ่องเต้ สั่งให้สีสือมาหายาอายุวัฒนะบนเกาะและล่าปลาวาฬ เพื่อนำเอาไขมันไปทำยาให้พระเจ้าฉินซีฮ่องเต้
 

เป่ยหยางสุยซือถีตู๋สู่

beiyang_1
 
 
beiyang_2
 
กองบัญชาการทหารเรือเป่ยหยาง ตั้งอยู่ทิศตะวันออกของแหลมเวยไห่ บนเกาะหลิวกงเต่า เป็นสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือจีนในทะเลเหนือ ปี ค.ศ.1894 สมัยสงคราม “เจี๋ยอู่” จีนทำสงครามกับญี่ปุ่นในทะเลเหนือ เนื่องด้วยจีนรบแพ้ กองบัญชาการทหารเรือเว่ยไห่ถูกถล่มเสียหายมาก ปัจจุบันขยายสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์สงครามเจี๋ยอู่ แสดงถึงความพ่ายแพ้ที่น่าอับอายในยุคนั้นเพื่อเตือนใจลูกหลานชาววจีนให้รู้ว่า “ชนชาติที่อ่อนแอ ย่อมถูกชนชาติมหาอำนาจรังแก”
 

เขาไท่ซาน / Mount Taishan

taishan01
taishan_1
 
เขาไท่ซาน-ภูตะวันออก (1 ใน 5 ภูในศาสนาเต๋า) เคยมีชื่อไต้ซาน ชื่อปัจจุบัน-ไท่ซาน ตั้งขึ้นในสมัยราชวงศ์ฉิน เป็น 1 ใน5 ของภูเขาทางศาสนาเต๋าของจีน ถือเป็นภูตะวันออก (หวาซานภูตะวันตก เหิงซาน-ภูเหนือ เหิงซาน-ภูใต้ ซงซาน-ภูกลาง เสียง “เหิง” เป็นหนังสือ 2 ตัวสองความหมายแต่ออกเสียงเดียวกัน ตั้งอยู่ที่อำเภอไท่อาน มณฑลซานตง มีเนื้อที่ 426 ตารางกิโลเมตร ยอดที่สูงสุดสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,545 เมตร เนื่องด้วยเป็นภูเขาที่อยู่ภาคตะวันออกของ 5 ภู จึงเรียกว่าภูตะวันออก คนจีนตั้งแต่สมัยโบราณนานนม เชื่อกันว่า ตะวันออก เป็นสถานที่พระอาทิตย์และพระจันทร์ขึ้น เป็นที่เกิดแสงสว่าง เป็นที่เกิดของ 4 ฤดูและการสลับสับเปลี่ยนของกลางวันกลางคืน จึงถือเป็นภูเขาอันดับ 1 ที่น่าสรรเสริญเป็นระดับเอก 

สมัยโบราณ ฮ่องเต้แต่ละองค์ ในเวลาขึ้นครองราชย์หรือยุคเจริญรุ่งเรืองยามร่มเย็นเป็นสุข ส่วนมากจะมาประกอบพิธีราชาภิเษก บวงสรวงเทวดาฟ้าดิน ณ ภูเขาไท่ซาน พระราชทานนาม สร้างวัด สร้างเก๋ง สกัดศิลาจารึก นับตั้งแต่ราชวงศ์โจว (ก่อน ค.ศ.1,500 ปี)เป็นต้นมา มีฮ่องเต้มาประกอบพิธีต่างๆ ถึง 72 องค์ เช่น พระเจ้าฉิสซีฮ่องเต้ พระเจ้าฮั่นเกาจู่ พระเจ้าถังไท่จงล้วนมีร่องรอยที่มาภูตะวันออก-ไท่ซานทั้งนั้น นักกวีจีนส่วนมากก็มีความรักและชื่นชมในความยิ่งใหญ่ ความงามของไท่ซาน แต่งบทกวี บทกลอนเกี่ยวกับไทซานนับร้อยนับพันบทจนมีชื่อเสียงโด่งดังทุกสารทิศ นอกจากนั้นภูเขาไท่ซานยังเป็นภูเขาหินแกรนิตที่เกิดในยุคสมัย Dalaeozoic (Pz)-the Permian Period(P) เมื่อ 2,450 ล้านปีก่อน ดูยิ่งใหญ่ตระการตา รักษาลักษณะทางธรณีวิทยาได้ดี  ดังนั้นไท่ซานจึงเป็นดุจดั่งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์อักษรศาสตร์และกวีรวมทั้งพิพิธภัณฑ์ภูมิศาสตร์และธรณีวิทยา การชม “อุรณรุ้ง” “พระอาทิตย์ตกดิน” “สายน้ำฮวงโห” “ทะเลหมอกและทะเลเมฆ” เป็น 4 สุดยอดของไท่ซาน นอกจากนั้นยังมี ไต้จงฝั่ง-ซุ้มประตู ขึ้นเขาไท่ซานด้านตะวันออก หวางหมู่ฉือ-สระเจ้าแม่สวรรค์ ว่านเชียนโหลว-ตึกเซียนหมื่นองค์ จงเทียนเหมิน-ประตูฟ้าตอนกลาง หนานเทียนเหมิน-ซุ้มประตูฟ้าด้านใต้มากมาย เป็นต้น เขาไท่ซานได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1987
 

ข่งฝู่-บ้านขงจื่อ ข่งเมี่ยว-ศาลเจ้าขงจื่อ ข่งหลิน-สุสานขงจื่อ

kongmiao_1
kongmiao_2
 
ข่งจื่อ แซ่ข่ง ชื่อชิว นามจ้งหนี คนอำเภอฉีฝู่ เกิดเมื่อก่อน ค.ศ.551-479 ปี สมัยราชวงศ์ชุนชิว เจ้าแห่งสำนักลัทธิหยู่-ลัทธิขงจื่อ (ขงจื่อเป็นชื่อที่เรียกลักษณะให้เกียรติ เท่ากับท่านข่ง) เนื่องด้วยขงจื่อเป็นนักปรัชญา นักคิดและปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของประเทศจีนและโลก ตลอดเวลาส 2,000 ปีที่ผ่านมา เกือบทุกยุคทุกสมัย มักจะยกย่อง แต่งตั้งขงจื่อให้มีตำแหน่งต่างๆ นานา ดังนั้นจึงทำให้ขงจื่อมีชื่อเสียงโด่งดัง ควบคู่ไปกับประวัติศาสตร์ ตลอดจนชีวิตความเป็นอยู่และอารยธรรมของจีนรวมทั้งเอเชียอาคเนย์ จึงมีการสร้างเป็นอนุสรณ์สถานที่ระลึก ข่งฝู่-บ้านขงจื่อ ข่งเมี่ยว-ศาลเจ้าขงจื่อ ข่งหลิน-สุสานขงจื่อ เป็นอาทิ

ขงฝู่-บ้านขงจื่อ ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าขงจื่อ ภาคใต้เมืองเก่า อำเภอฉีฝู่ เดิมเป็นสถานที่ทำการของที่ว่าการอำเภอฉีฝู่ สมัยราชวงศ์ฮั่น พระเจ้าฮั่นอู่ตี้ยกให้เป็นสถานอนุสรณ์ระลึกถึงขงจื่อ โดยแต่งตั้งให้ลูกหลานขงจื่อเป็นกวนเน่ยโหว-เจ้าพระยาวังในราชวงศ์ถังราชวงศ์ซ่งตลอดมามีการแต่งตั้งลูกหลานทายาทขงจื่อเช่นเดียวกัน จึงขยายอาคารปลูกสร้างบ้านขงจื่อจนกินเนื้อที่ 240 โหม่ว (100 ไร่ไทย) และสร้างเป็นอาคารน้อยใหญ๋ 483 หลัง บูรณะตกแต่งเป็นลักษณะพระราชวัง ดูใหญ่โตมโหฬาร

ข่งเมี่ยว-ศาลเจ้าขงจื่อ ตั้งอยู่ในตัวเมืองอำเภอฉีฝู่เยื้องไปทางเมืองเก่า เป็นสถานที่ประกอบพิธีระลึกเจ้าสำนัก-ขงจื่อ มีเนื้อที่ปลูกสร้าง 3,00 กว่าโหม่ว (125 ไร่ไทย) เป็นสถานที่ปลูกสร้างรวมทั้งซุ้มประตูหลายชั้น ประตูศาลเจ้า ตำหนักต่างๆลึก 9 ชั้นและอาคารน้อยใหญ่หลายร้อยหลัง ยิ่งใหญ่ตระการตายิ่งกว่าพระราชวัง เช่นตำหนักต้าเฉินเตี้ยน เป็นตำหนักจุดศูนย์กลางที่สร้างในสมัยราชวงศ์ถัง (ปี ค.ศ.645) และมีการสร้างเพิ่มขึ้นมาตลอด ทุกยุคทุกสมัย ตั้งบนแท่นหินสูง 21 เมตร กินเนื้อที่ 1,836 ตารางเมตร ยาว 54 เมตร ลึก 34 เมตร เสาหินแกะสลักมังกรพัน 28 ต้น ดูสวยงามยิ่งใหญ่

ข่งหลิน-สุสานขงจื่อ ตั้งอยู่นอกเมืองอำเภอฉีฝู่ไปทางภาคเหนือประมาณ 1.5 กิโลเมตร เดิมสุสานกว้างประมาณ 1 เฮกแตร์ และแล้ว 2,500 ปีที่ผ่านมา ลูกหลานตระกูลข่งพากันมาฝัง ณ สุสานนี้มากมาย ทั้งแต่ละยุคแต่ละสมัย พระราชวงศ์สำนักได้พระราชทานที่ดินเพิ่มเติมอยู่เสมอ จนมีเนื้อที่กว่า 3,000 โหม่ว (1,250 ไร่ไทยฆ กำแพงสุสานยาวกว่า 7 กิโลเมตร ภายในสวนปลูกต้นสน ต้นพาย ต้นฉำฉาและไม้อื่นๆมากมาย ลูกหลานตรกูลข่งต่างนำเอาพันธุ์ไม้นานาชนิดจากทั่วสารทิศมาปลูกจนเป็นสุสาน-ป่าไม้ที่ร่มรื่นหลากหลายสายพันธุ์รวม 2 หมื่นกว่าต้น ถือเป็นร่องรอยการจัดสวนโบราณแห่งหนึ่งของจีน
 
 
 
 
company_profile thai chinese english