home_pic
home travel world_heritage airlines hotel map weather contact_us tb_blue
 
 

 

expert

มณฑลชานซี Shanxi

ชานซี 山西 Shānxī ชื่อย่อ 晋 jìn มีพื้นที่ 156,800 ตารางกิโลเมตร เมืองเอกไท่หยวน เนื่องด้วยซานซีเป็นแหล่งเกิดของแม่น้ำจิ้น และ ไหลผ่านทั่วทั้งมณฑล จึงมีชื่อย่อตามแม่น้ำสายนี้ ด้านเหนือของมณฑลติดกับมองโกเลียใน ด้านใต้จดมณฑลเหอหนาน ตะวันตกกับส่านซี ด้านตะวันออกติดเหอเป่ยใกล้เมืองหลวงปักกิ่ง ทั่วมณฑลเป็นพื้นที่ลมหอบ ด้านตะวันออกสูง ตะวันตกต่ำ ทรัพยากรที่เด่นที่สุดคือถ่านหิน มีปริมาณเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ ซานซีถือเป็นแหล่งอารยธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของจีนตั้งแต่สมัยหวางตี้ 5,000 ปีก่อน และเป็นศูนย์กลางการปกครองสมัยชุนชิวจ้านกว๋อ ก่อน ค.ศ.2,500 กว่าปี
 

ศาลเจ้าจิ่นฉือ และ ศิลาจารึกจิ่นฉือ

jingci_temple
 
ศาลเจ้าจิ่นฉือ ตั้งอยู่ที่ด้านตะวันตกเฉียงใต้ไปจากตัวเมืองประมาณ 10 กิโลเมตร ที่เชิงเขาเวิ่งซานต้นแม่น้ำจิ่น สร้างในสมัยเว่ย (ประมาณปี ค.ศ.200-260) เพื่อระลึก “หลี่จื่อหยี” โอรสองค์ที่ 2 ของพระเจ้าโจวอู่หวาง ที่แต่งตั้งมาเป็นเจ้าเมืองจิ่น ในสมัยโจวก่อน ค.ศ. 1,048 ปี จิ่นฉือมีเนื้อที่ก่อสร้างกว้างใหญ่อลังการ กลุ่มก่อสร้างมากมาย อาทิ “เสิ่นหมู่เตี้ยน” ศาลเจ้าแม่สะพานน้ำพุ “หยีเจาเฟยเหลียง” และอื่นๆอีกมาก

ศิลาจารึกจิ่นฉือ ศิลาจารึกศาลเจ้าจิ่นฉือ เขียนโดยลายพระหัตถ์ของพระเจ้าหลี่ซื่อหมิน เมื่อปี ค.ศ. 630 เนื่องด้วย หลี่ซื่อหมินและพระราชบิดาหลี่ยวน ทำการลุกขึ้นสู้และได้ชัยชนะในเมืองไท่หยวน และปฏิรูปราชวงศ์ถังตั้งราชธานีที่ฉางอาน (ซีอานในปัจจุบันนี้) จึงเขียนข้อความชมเชยการปกครองของราชวงศ์โจวและราชโอรสหลี่สู้อี๋ แสดงถึงราชวงศ์ถังเลียนแบบการปกครองของโจวและประสบความสำเร็จของราชวงศ์ถังที่มีสังคมมั่นคงรุ่งเรือง ศิลาสูง 190 เซนติเมตร กว้าง 120 เซนติเมตร หนา 27 เซนติเมตร มีอักษร 1,203 ตัว เป็นตัวอักษรบรรจงสวยงาม จนเป็นต้นแบบเรียนคัดพู่กันของจีนมาเป็นเวลากว่า 1,300 ปีที่ผ่านมา
 

ต้าฝอซื่อ หรือ วัดพระโต

dafoshi
 
 
อำเภอจิ้งเอินซึ่งตั้งอยู่ภาคจะวันตกเฉียงเหนือของไท่หยวนไปประมาณ 20 กิโลเมตร ณ เชิงเขาเจี้ยเหวยซานริมแม่น้ำจิ่นสุ่ย ซึ่งร่มรื่นด้วยต้นสนใหญ่น้อย ในสมัยราชวงศ์ฮั่น ก่อน ค.ศ. 140 ปีเกิดดินที่ภูเขาถล่มเป็นโพรงถ้ำ ในถ้ำคงเหลือดินหลายสิบเมตร ลักษณะเป็นพระพุทธรูป จึงเกิดคำว่า “เขาถล่มปรากฏพระ” ซี่งถือเป็นวาสนาของวัด เลยตั้งชื่อวัดเป็นวัดจิ่งเอินหมายความว่าวัดที่มีวาสนา ชาวบ้านนิยมเรียกตามลักษณะของพระว่า วัดพระโต

วัดพระโต สร้างเมื่อปี ค.ศ.1205 สมัยราชวงศ์จิน สมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง มีการบูรณะหลายครั้ง ในอุโบสถ (ในถ้ำ) มีพระพุทธรูปปางสมาธิ สูง 9 เมตร และ “พระโต” อยู่ในห้องโถงเดียวกัน บริเวณรอบๆมีต้นสนนับพันปีลักษณะแปลกๆมากมาย เป็นอีกทิวทัศน์หนึ่งของวัดดูแปลกตาน่าชม นอกจากนี้ บริเวณรอบๆไท่หยวนยังมีถ้ำแกะสลักพระพุทธรูป “เทียนหลงซาน” “เจดีย์ฝาแฝดสี่เหลี่ยม” “เจดีย์คู่” เป็นต้น
 

ถ้ำผาหยุนกัง / Yungang Grottoes

yungang01
 
 
ถ้ำผาหยุนกัง คือแหล่งมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองต้าถง มณฑลซานซี ประเทศจีน
อยู่ห่างจากเมืองต้าถงไปทางตะวันตกประมาณ 16 กิโลเมตร ตั้งแต่มีการขุดเจาะถ้ำผาที่เชิงเขาอู่โจวซันจนกระทั่งทุกวันนี้ "ถ้ำผาหยุนกัง" ได้ผ่านกาลเวลามานานกว่า 1,500 ปีแล้ว ถ้ำผาหยุนกังใช้เวลาในการขุดเจาะถ้ำและช่องเขาทั้งที่ปรากฏเป็นคูหาใหญ่และเล็กรวมทั้งสิ้น 60 ปี อาณาบริเวณทั้งหมดแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ ถ้ำผาตะวันออก กลาง และตะวันตก ประติมากรรมรูปสลักนูนที่ถ้ำผาหยุนกังเกิดขึ้นจากการเจาะสกัดหินบนผนังเขา มีความยาวจากทิศตะวันออกจรดทิศตะวันตกราว 1 กิโลเมตร ประกอบด้วยถ้ำผาใหญ่ 53 คูหา และช่องเขาใหญ่น้อยซึ่งเป็นแท่นบูชาพระพุทธรูปที่สำคัญ 254 แท่น รูปสลักนูนที่ปรากฏอยู่ทั้งภายในและภายนอกมากกว่า 51,000 ชิ้น รูปสลักขนาดใหญ่สุดสูงถึง 17 เมตร เล็กสุดสูง 2 เซนติเมตรเท่านั้น รูปสลักพระโพธิสัตว์ ยักษ์ และนางฟ้าอ่อนช้อยมีชีวิตชีวา งานสลักบนยอดเจดีย์วิจิตรตระการตา เป็นสถานที่ที่มีถ้ำน้อยใหญ่จำนวนกว่า 252 ถ้ำ ถ้ำผาแห่งนี้ได้แสดงถึงยุคทองทางพุทธศาสนาของจีนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 และ 6 ได้อย่างชัดเจน ถ้ำผาหยุนกังจัดว่าเป็น 1 ใน 3 แหล่งปฏิมากรรมโบราณที่มีชื่อเสียงที่สุดในจีน อันประกอบด้วย ถ้ำผาม่อเกา ถ้ำผาหลงเหมิน และถ้ำผาหยุนกัง
 

เสียนคงซื่อ หรือ วัดลอยฟ้า / Xuankong Temple

xiankongsi_1
 
 
xiankongsi_2
 
เสียนคงซื่อ หรือ วัดลอยฟ้า ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของอำเภอฮุยหยวนประมาณ 5 กิโลเมตร ห่างจากต้าถง 75 กิโลเมตร เป็นวัดที่สร้างแขวนบนหน้าผาของภูเขาเหิงซาน (ภูเหนือ) ในสมัยราชวงศ์เป่ยเว่ย ประมาณ ปี ค.ศ.518 บริเวณวัดเป็นระยะแถวหน้ากระดาน 700 เมตร มีอาคาร วิหาร อุโบสถน้อยใหญ่ 40 กว่าหลัง แต่ละอาคารใช้ไม้กระดานปูเชื่อมกัน เป็นทางสัญจรไปมา อุโบสถใหญ่สองหลังกว้าง 5 ลึก 4 สูงสามชั้นหลังคาซ้อน ในวัดรวมประพุทธรูปน้อยใหญ่ ทั้งทองเหลือง เหล็ก หิน ไม้และปั้นด้วยดิน 80 องค์ หนักนับร้อยตัน เป็นสถาปัตยกรรมที่แปลงตาและเด่นเป็นหนึ่งเดียวในโลก
 

เหิงซาน หรือ ภูเหนือ / Hengshan

hengshan_1
 
 
hengshan_2
 
เหิงซาน หรือ ภูเหนือ เป็นภูเขาทางศาสนาเต๋า 1 ใน 5 รวมทั้งภูตะวันออก-ไท่ซาน ภูตะวันตก-หวาซาน ภูกลาง-ซงซาน ภูใต้-เหิงซาน (ในที่นี้มีเหิงซานสองครั้งไม่ใช่ผู้เขียนพิมพ์ผิด แต่เหิงเป็นอักษรสองตัวและสองความหมาย) บริเวณหลายร้อยตารางกิโลเมตร ยอดสูงสุด 2,017 เมตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญทางยุทธศาสตร์โบราณ มีเรื่องราวเล่ากันมาว่า เมื่อ 5,000 ปีก่อน พระเจ้าซุ่นตี่มาล่าสัตว์ที่ภูเขานี้ เห็นขุนเขาใหญ่โตมโหฬาร ตั้งชื่อเป็นภูเหนือ และเรียกกันมาจนทุกวันนี้ บนเขาเต็มไปด้วยวัดทางศาสนาเต๋า อาทิ สำนักเซียนวังสวรรค์ชั้น 9 แท่นดีดขิม โต๊ะเล่นหมากล้อม ถ้ำเมฆ เป็นต้น มณฑลไห่หนาน
 

อู่ไถซาน / Mount Wutai

wutai01
 
 
อู่ไถซาน หรือ เขาอู่ไถ คือแหล่งมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในเขตภูเขา มณฑลชานซี ประเทศจีน เป็นหนึ่งในสี่ภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาของจีน (ประกอบด้วยอู่ไถซาน จิ่วหัวซาน เอ๋อเหมยซานหรือง้อไบ๊ และผู่ถัวซาน) ณ อู่ไถซานแห่งนี้เป็นที่สถิตอยู่ของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์ ธรรมราชกุมารในคติของพระพุทธศาสนามหายาน
อู่ไถซาน อยู่ทางใต้ของเมืองต้าถง หนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของชาวจีนพุทธ ซึ่งพุทธศาสนิกชนทั้งหลายต่างนิยมไปแสวงบุญ อู่ไถซานมีวัดมากมายกว่า 200 วัด ตั้งอยู่ใจกลางซึ่งแวดล้อมไปด้วยป่าทิวเขาใหญ่น้อยซึ่งมีทัศนียภาพบรรดายอดเขาทั้งหมดของอู่ไถซานนั้น ยอดที่สูงที่สุดจะมีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 3,058 เมตร โดยยอดที่สำคัญที่สุดก็คือ ยอดเหนือ สูงจนถูกยกให้เป็นหลังคาของจีนตอนเหนือ

อู่ไถซานได้ชื่อเป็นหนึ่งในสี่ยอดภูพุทธจริงๆ เพราะ ตัวเลขบอกว่า ในบริเวณเขาทั้ง 5 ลูกนี้มีวัดพุทธอยู่มากถึง 47 แห่ง โดยแบ่งเป็น ส่วนในอ้อมกอดของเทือกเขา 39 แห่ง และด้านนอก อีก 8 แห่ง
 

เมืองโบราณผิงเหยา / Ancient City of Pingyao

pingyao01
 
 
เมืองเก่าผิงเหยา เป็นเมืองหนึ่งในมณฑลชานซี อยู่ห่างจากกรุงปักกิ่งประมาณ 715 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองไท่หยวน เมืองเอกของมณฑล 80 กิโลเมตร ในสมัยราชวงศ์ชิง ผิงเหยาเป็นศูนย์กลางทางการเงินของจีน มีชื่อเสียงมาจากกำแพงเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี และได้รับการประกาศให้เป็นเมืองมรดกโลก
ผิงเหยายังคงมีโครงสร้างของเมืองเช่นเดียวกับสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิง ภายในเมืองและบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของโบราณสถานมากกว่า 300 แห่ง มีอาคารบ้านเรือนสมัยราชวงศ์หมิงและราชวงศ์ชิงเกือบ 4,000 หลังได้รับการอนุรักษ์ให้คงลักษณะเช่นเดิม ถนนต่างๆยังคงมีลักษณะเช่นเดียวกับสมัยโบราณ
ใน ปี ค.ศ.1986 รัฐบาลจีนได้ประกาศให้เมืองผิงเหยาเป็นเมืองประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมประจำชาติ และต่อมาในปี ค.ศ.1997 องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองผิงเหยาให้เป็นมรดกโลก
กำแพงเมืองผิงเหยาสร้างขึ้นในปีที่ 3 ของรัชสมัยหงหวูฮ่องเต้ (ค.ศ. 1370) มีประตูเมืองอยู่ 6 ประตู โดยกำแพงด้านทิศเหนือและทิศใต้มีประตูด้านละ 1 ประตู ส่วนด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกมีด้านละ 2 ประตู ทำให้กำแพงเมืองมีลักษณะเหมือนเต่า ตัวกำแพงสูงประมาณ 12 เมตร ความยาวโดยรอบ 6,000 เมตร นอกกำแพงมีคูเมืองกว้าง 4 เมตร และลึก 4 เมตร บนกำแพงมีป้อมปราการตั้งที่มุมกำแพงทั้งสี่ และหอสังเกตการณ์ 72 หลังเมื่อ ค.ศ. 2004 กำแพงเมืองด้านทิศใต้ส่วนหนึ่งพังลง แต่ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมจนเรียบร้อย ขณะที่กำแพงส่วนอื่นๆยังคงทนแข็งแรงอยู่ ถือได้ว่าเป็นกำแพงเมืองโบราณที่ยังสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง ทำให้กำแพงเมืองนี้เป็นจุดเด่นที่สำคัญในเมืองมรดกโลกแห่งนี้
 
 
 
 
company_profile thai chinese english