home_pic
home travel world_heritage airlines hotel map weather contact_us tb_blue
 
 

 

expert

มณฑลเสฉวน Sichuan

ซื่อชวน (เสฉวน) 四川 Sìchuān ชื่อย่อ 川 chuān หรือ 蜀 shǔ มีพื้นที่ 485,000 ตารางกิโลเมตร เมืองเอกเฉิงตู เสฉวนตั้งอยู่แถบภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนซึ่งเป็นประตูด้านที่เข้าสู่ตะวันตก ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มแอ่งกระทะที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและที่ราบสูง มีแม่น้ำแยงซี หมินเจียง หย่าหลงเจียง เจียหลิงเจียง รวม 4 สายไหลผ่าน จึงเรียกว่า"เสฉวน" พื้นที่อุดมสมบูรณ์เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ มากมายที่่ท่องเที่ยว และ ยังเป็นถิ่นฐานของหมีแพนด้าด้วย เฉิงตูเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงโด่งดังด้านประวัติศาสตร์ ศูนย์กลางทางเทคโนโลยี การพาณิชย์ การเงิน และ หัวสะพานแห่งการคมนาคมสู่ภาคตะวันตก

มณฑลเสฉวน หรือ ซื่อชวน เป็นภูมิภาคทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ช่วงตอนบนของแม่น้ำแยงซีเกียง ตอนกลางเป็นที่ราบแอ่งกระทะ คือพื้นที่โดยรอบถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูง 4 ด้าน ตรงกลางเป็นที่ราบ ลักษณะภูมิอากาศอบอุ่นไม่ร้อนหรือหนาวเกินไป มีพื้นที่โดยรวมกว่า 485,000 ตร.กม. มีแม่น้ำน้อยใหญ่พาดผ่านมากมาย จึงทำให้เสฉวนเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และมีภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการทำเกษตร อีกทั้งยังเลื่องชื่อในเรื่องความงดงามทางธรรมชาติอันเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนไม่ขาดสาย ไม่เท่านั้นเสฉวนยังประกอบด้วยชนกลุ่มน้อยหลายเผ่าที่มีวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเองที่น่าสนใจ

มณฑลเสฉวน จัดอยู่ในเขตร้อนแถบเอเซีย เนื่องจากความหลากหลายทางภูมิศาสตร์และอิทธิพลลมมรสุมพัดผ่านตามฤดูต่างๆ ทำให้สภาพอากาศมีความซับซ้อนมาก มีตั้งแต่ลักษณะอากาศแบบเขตร้อนชื้นไปจนถึงแบบหนาวเย็นตลอดปี ทั้งนี้มีประโยชน์ต่อการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร
พื้นที่แอ่งกระทะด้านตะวันออกจะมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น มีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี 14-19 องศาเซลเซียส ส่วนที่ราบสูงด้านตะวันตก หนาวเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 8 องศา เขตที่ราบสูงตอนใต้มีสภาพอากาศแบบเขตร้อน ส่วนที่ราบสูงทางตอนเหนือมีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี

 
panorama_sichuan_1panorama_sichuan_2panorama_sichuan_3panorama_sichuan_4
เฉิงตู
เป็นเมืองเอกของมณฑลเสฉวน เป็นเมืองใหญ่ที่น่าท่องเที่ยวติดอันดับของจีน เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลกอยู่หลายแห่ง นอกจากศูนย์อนุรักษ์และเพาะพันธุ์หมีแพนด้าแล้ว ยังเป็นเมืองสามก๊ก มีศาลเจ้าสามก๊กตั้งอยู่ สามก๊กเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเมืองจีน เรื่องราวเริ่มขึ้น ในปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของจักรพรรดิเหี้ยนเต้ เนื่องจากสมัยสามก๊กนั้นเล่าปี่ตั้งราชธานีที่เสฉวน โดยมีขงเบ้งมาช่วยเล่าปี่บริหาร ประชาชนมีความสุข แต่เมื่อสิ้นเล่าปี่แล้วประชาชน นับถือขงเบ้งมากกว่าเล่าปี่ เลยสร้างศาลเจ้าขึ้นมา แต่ไม่นานผู้ปกครองเมืองจีนเห็นว่าไม่ถูกต้อง เลยออกคำสั่งสร้างศาลเล่าปี่ให้มีรูปปั้นขุนนาง 14 ท่าน ศาลเจ้าสามก๊ก สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.223 เพื่อรำลึกถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สามก๊ก หรือสมัย ค.ศ.220-280 ซึ่งสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นผลงานการก่อสร้างที่ปรับปรุงในปีที่ 11 ของจักรพรรดิ์คังซี แห่งราชวงศ์ชิง และศาลเจ้าแห่งนี้ ได้รับการยกย่องเป็นโบราณสถานแห่งชาติของจีน เมื่อปี ค.ศ.1961 และได้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เมี่อปี ค.ศ.1984 ด้วย

เมืองเฉิงตู ตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำหมินใจกลางมณฑล มีพื้นที่ 12,390 ตร. กม. ในปัจจุบันเป็นทั้งศูนย์กลางด้านการเมือง การทหาร และด้านการศึกษาของภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ คำว่าเฉิงตูมีความหมายว่า ค่อยๆ กลายเป็นเมือง เนื่องจากย้อนไปเมื่อราว 2,000 ปีที่แล้ว ในสมัยจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้มีการจัดการชลประทานขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่เกิดเป็นประจำทุกปี เมื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ ชาวนาชาวไร่เพาะปลูกได้ดี ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น คนจึงเริ่มอพยพมาที่เมืองนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงได้ชื่อว่า เฉิงตู เฉิงตูยังเป็นชุมทางคมนาคมสู่แหล่งท่องเที่ยวมรดกโลกที่มีชื่ออย่าง อุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว หวงหลง เขาง้อไบ๊ และที่ตั้งของพระพุทธรูปใหญ่แห่งเขาเล่อซัน ทิเบตดินแดนหลังคาโลก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวโครงการเขื่อนมหึมาที่ซันเสีย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นฐานวิจัยเพื่อการเพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงหมีแพนด้า 'สมบัติล้ำค่า' ของประเทศ
 

ศาลเจ้าสามก๊ก หรือ อู่โหวฉือ / Wuhouchi

wuhouchi
 
ศาลเจ้าสามก๊ก สามก๊กเป็นนิยายอิงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเมืองจีน เรื่องราวเริ่มขึ้น ในปลายสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันออกของจักรพรรดิเหี้ยนเต้ เนื่องจากสมัยสามก๊กนั้นเล่าปี่ตั้งราชธานีที่เสฉวน โดยมีขงเบ้งมาช่วยเล่าปี่บริหารประชาชนมีความสุข แต่เมื่อสิ้นเล่าปี่แล้วประชาชน นับถือขงเบ้งมากกว่าเล่าปี่ เลยสร้างศาลเจ้าขึ้นมา แต่ไม่นานผุ้ปกครองเมืองจีนเห็นว่าไม่ถูกต้อง เลยออกคำสั่งสร้างศาลเล่าปี่ให้มีรูปปั้นขุนนาง 14 ท่าน ศาลเจ้าสามก๊ก สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.223 เพื่อรำลึกถึงบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์สามก๊ก หรือสมัย ค.ศ.220-280 ซึ่ง สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เป็นผลงานการก่อสร้างที่ปรับปรุงในปีที่ 11 ของจักรพรรดิ์คังซี แห่งราชวงศ์ชิง และศาลเจ้าแห่งนี้ ได้รับการยกย่องเป็นโบราณสถานแห่งชาติของจีน เมื่อปี ค.ศ.1961 และได้สร้างเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ เมี่อปี ค.ศ.1984 ด้วย
 

วัดเจ้าเจี่ยซื่อ / Zhaojuesi

zhaojue_1
 
 
zhaojue_2
 
วัดเจ้าเจี่ยซื่อ อยู่ด้านเหนือของเมืองเฉิงตู เดิมเป็นวัดอันดับหนึ่งของเสฉวน สร้างในสมัยราชวงศ์ถัง ปี ค.ศ.629 บริเวณกว้างขวางมีวิหารจตุโลกบาล วิหารใหญ่ และศาลาสงฆ์ ทั้งสวนร่มรื่น วิหารเจ้าแม่กวนอิมเด่นเป็นพิเศษ
 

วัดเป่ากวงซื่อ / Baoguangsi

baoguang_1
 
 
baoguang_2
 
ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเฉิงตู เมืองซินตูไป 19 กิโลเมตร สร้างในสมัยตงฮั่นปี ค.ศ.168 เคยถูกไฟไหม้หลายครั้ง แต่ก็ได้รับการบูรณะใหม่อยู่ตลอดมา มีเนื้อที่ 54 ไร่ เป็นสิ่งปลูกสร้างที่ประกอบด้วย 1 เจดีย์ 5 วิหาร 16 ลาน ซึ่งค้ำด้วยเสาหินกว่า 400 ต้นใหญ่โตมโหฬาร มีเจ้าแม่กวนอิมที่แกะสลักอย่างสวยงามพร้อม 500 อรหันต์
 

ซานซิงตุย หรือ พิพิธภัณฑ์สัมฤทธิ์ / Sanqingdui

sanqingdui
 
 
ซานซิงตุยตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเฉินตูไป 90 กว่ากิโลเมตร เขตเมืองกว่างฮั่น เป็นพิพิธภัณฑ์ทองสัมฤทธิ์ซึ่งเป็นการขุดพบที่ยิ่งใหญ่ที่อีกครั้งหนึ่งของจีนเมื่อปี ค.ศ.1992 เปิดให้เข้าชมเป็นทางการเมื่อเดือนธันวาคมปี ค.ศ.1997 พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บริเวณหลุมขุดพบโบราณวัตถุ เนื้อที่ 125 ไร่ไทย รัฐบาลลงทุน 31 ล้านหยวน พิพิธภัณฑ์ซานซิงตุยได้รวมการจัดแสดงประวัติศาสตร์ผลการวิจัยทางวิชาการ การเรียนการสอน การจัดสวน การท่องเที่ยวในหนึ่งเดียว เป็นสถานที่ทางวัฒนธรรมและโบราณสถานขนาดใหญ่ หลังจากเปิดเป็นทางการเมื่อเดือน ตุลาคม ปี ค.ศ.1997 มีผู้มาใช้บริการนับแสน ดึงดูดความสนใจชาวโลก
                  ปี ค.ศ. 1995            ได้จัดแสดงที่เยอรมนี
                  ปี ค.ศ. 1997            ได้จัดแสดงที่อังกฤษ
                  ปี ค.ศ. 1993            ได้จัดแสดงที่สวิตเซอร์แลนด์
                  ปี ค.ศ. 1998            ได้จัดแสดงที่ญี่ปุ่น
                  ปี ค.ศ. 2001            ได้จัดแสดงที่อเมริกา
 
 

พระพุทธรูปสลักเล่อซาน / Leshan Giant Buddha

leshan
 
 
พระพุทธรูปสลักเล่อซาน ประติมากรรมระดับโลก สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิถังเสวียนจง แห่งราชวงศ์ถัง ต้นรัชสมัยไคหยวน ปี ค.ศ.713 สร้างขึ้น โดยการเจาะสกัดหินบนเขาเป็นพระพุทธรูปประทับนั่งห้อยพระบาท หลังพิงเขา หันหน้าสู่แม่น้ำหมินเจียง มีความสูง 71 เมตร กว้าง 10 เมตร ซึ่งใหญ่กว่าพระพุทธรูปหินสลักที่ถ้ำผาหยุนกัง (ต้าถง) ในมณฑลซันซี (มรดกโลกทางวัฒนธรรม ปี 2001) ถึง 3 เท่า พระพุทธรูปเล่อซันสร้างขึ้นโดยจำลองแบบมาจากพระอาจารย์ไห่ทง แห่งวัดหลิงหยุน ใช้เวลาก่อสร้างนาน 90 ปี จนมาสำเร็จในปี ค.ศ.803 ในสมัยจักรพรรดิถังเต๋อจง แกะสลักขึ้นด้วยฝีมือช่างงามวิจิตร ลายเส้นที่พลิ้วไหวและสัดส่วนขององค์พระที่ได้สมดุล เต็มไปด้วยพลังที่แผ่ขยายออกไปกว้างใหญ่ไพศาล ล้วนสะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมอันเฟื่องฟูในยุคราชวงศ์ถัง

พระพุทธรูปสลักเล่อซาน ตั้งอยู่บริเวณที่มีแม่น้ำไหลผ่านสามสาย คือ ต้าตู้เหอ ชิงอีเจียง และหมินเจียง ในเขตเมืองเล่อซัน อาณาบริเวณโดยรอบยังประกอบด้วย เขาหลิงหยุน สุสานในถ้ำริมผาม๋าเฮ่า เขาอูโหยว และ บริเวณเขาอูโหยวที่เชื่อมต่อกับเขาหลิงหยุนซันและเขากุยเฉิงซัน ยังประกอบขึ้นเป็นทิวทัศน์อันน่าพิศวงรูปพระนอนขนาดใหญ่ซึ่งมีความยาวราว 1,300 เมตร รวมพื้นที่ราว 8 ตร.กม. ซึ่งทั้งหมดรวมอยู่ในเขตทิวทัศน์ของเทือกเขาเอ๋อเหมยซัน

สิ่งหนึ่งที่สามารถอนุรักษ์องค์พระเล่อซานให้คงความสง่างามมาจนถึงวันนี้ได้ คือ การเจาะทางระบายน้ำไหลด้านหลังกรรณทั้งสองและเศียรองค์พระ เพื่อกันการกัดเซาะของน้ำฝนไม่ให้ไหลบนตัวองค์พระ และทำลายทัศนียภาพขององค์พระพุทธรูป ทำให้องค์พระไม่สึกกร่อนเสียหายมาก สามารถคงรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับเมื่อพันกว่าปีก่อน
 

เขาง้อไบ๊ หรือ เขาเอ๋อเหมยซาน / Mount Emei

emeishan01
emeishan_2
 
เขาเอ๋อเหมยซาน เรียกอีกชื่อว่า ต้ากวงหมิงซัน ‘เทือกเขาแห่งแสงสว่าง’ เป็นหนึ่งในสี่ขุนเขาใหญ่ที่เป็นรากฐานของพุทธศาสนาในจีน ( เอ๋อเหมยซานในมณฑลเสฉวน พู่ถัวซานในมณฑลเจ้อเจียง จิ่วหัวซานในมณฑลอันฮุย และอู่ไถซานในมณฑลซานซี ) ตั้งอยู่ทางตอนกลางส่วนใต้ของมณฑลเสฉวน บนพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างที่ราบสูงทิเบต กับที่ราบแอ่งกระทะเสฉวน มียอดเขาพระพุทธรูปหมื่นองค์ วั่นฝอ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดโดยมีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 3,099 เมตร

เขาง้อไบ๊ เป็นภูเขาห่างจากเมืองเฉิงตูราว 160 กิโลเมตร ชื่อของภูเขาแห่งนี้ได้มาจากรูปทรงของภูเขาที่มีลักษณะคล้ายคิ้ว ภูเขาแห่งนี้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนาและ ศาสนาเต๋าในประเทศจีนโดยมีอารามต่างๆ 151 แห่ง แต่ส่วนใหญ่ทรุดโทรม ยังคงเหลือที่เที่ยวชมได้ 20 แห่ง เอ๋อเหมยซาน ยอดเขาสูงถึง 3,077 เมตร ช่วงฤดูหนาวจะมีหิมะปกคลุม ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดหัวจ้วง ศิลปะวัดพุทธที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่ปรากฏบนเขาเอ๋อเหมยซัน ได้รับการโจษขานให้เป็น ‘มงกุฎสุดยอดในปฐพี’ ที่ประดับอยู่ ณ ยอดเขาแห่งพุทธ วัดวาอารามที่อยู่บนเขารวมทั้งสิ้น 30 กว่าแห่ง ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีอาณา
เขตกว้างขวางมีอยู่ถึง 10 กว่าแห่ง และยังประกอบด้วยกลุ่มโบราณสถานสมัยราชวงศ์หมิงและชิงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,000 ปี พระพุทธรูปสลักสมัยถังและซ่ง เจดีย์หยก และกลุ่มสุสานที่หน้าผาสมัยราชวงศ์ฮั่น ยังอุดมด้วยโบราณวัตถุล้ำค่าอีกกว่า 7,000 กว่าชิ้น นอกจากความโด่งดังในฐานะที่เป็นยอดเขาแห่งตำนานของแผ่นดินพระภูผาเซียน และวัฒนธรรมประวัติศาสตร์อันเรืองรองแล้ว เสน่ห์งดงามของธรรมชาติอันตระการตา ยังทำให้ชื่อเสียงของเทือกเขาแห่งนี้ขจรขจายไปทั่วทั้งในและต่างประเทศ

ตามหลักฐานทางโบราณคดี ชี้ให้เห็นว่า เมื่อกลางคริสต์ศตวรรษที่ 1 บรรพบุรุษของชาวจีนรังสรรค์และก่อร่างอารยธรรมแห่งพุทธศาสนา ซึ่งเผยแผ่มาจากดินแดนชมพูทวีปตาม 'เส้นทางสายแพรไหม' ขึ้นบนเขาเอ๋อเหมยซันเป็นครั้งแรก โดยการก่อสร้างวิหารผู่กวงเตี้ยนบนยอดเขาจินติ่ง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่มีการปลูกสร้างโบราณสถาน รูปสลัก การประดิษฐ์สังฆภัณฑ์ งานศิลปะ ดนตรี ตลอดจนริเริ่มพีธีกรรมทางศาสนา ในเวลาต่อๆมา
 

ภูเขาหิมะซีหลิง / Xiling Snow Mountain

xilingxueshan
 
 
ภูเขาหิมะซีหลิง ตั้งอยู่บนที่ราบยอดเขาบนระดับความสูงประมาณ 2,200 - 2,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ครอบคลุมพื้นที่ราว 8 ตารางกิโลเมตร เป็นสถานที่ตากอากาศ ทิวทัศน์งามเด่นแห่งหนึ่งของประเทศจีน อยู่ที่เมืองต้าอี้ มณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉิงตู เมืองหลวงของมณฑล 95 กิโลเมตร ครอบคลุมเนื้อที่ 483 ตารางกิโลเมตร ยอดเขาต้าสวยถัง สูง 5,364 เมตร มีหิมะปกคลุมตลอดปี เป็นยอดภูที่สูงที่สุดในเฉิงตู อุณหภูมิในช่วงฤดูหนาวอยู่ระหว่าง ลบ 10 ถึง 10 องศาเซลเซียส บนลานสกีจะมีความหนาของหิมะประมาณ 60 - 100 เซนติเมตร นับเป็นสกีรีสอร์ทที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเล่นสกีมากที่สุด สถานที่แห่งนี้พรั่งพร้อมไปด้วยอุปกรณ์การเล่นสกีบนลานน้ำแข็งอย่างครบครัน ได้แก่ แผ่นเลื่อนหิมะ สกีหิมะ ม้าลากเลื่อนหิมะ บอลลูน สโนโมบิล เครื่องเล่นสไลด์ รวมทั้งกิจกรรมบนลานน้ำแข็งอีกมากมาย เนื่องจากอยู่ในความสูงระดับเดียวกันภูเขาแอลป์ คุณภาพหิมะและฤดูหิมะเช่นเดียวกับภูเขาแอลป์ ภูเขาซีหลิงจึงได้ชื่อว่า ภูแอลป์แห่งบูรพา
 

เขาชิงเฉิงและระบบชลประทานตูเจียงเอี้ยน / Mount Qingcheng and the Dujiangyan Irrigation System

dujianyan01
qingchengshan
 
เขาชิงเฉิงและระบบชลประทานตูเจียงเอี้ยน คือแหล่งมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน
ระบบชลประทานตูเจียงเอี้ยนซึ่งยังคงใช้ได้อยู่ในปัจจุบันนี้ได้เริ่มก่อสร้างในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3
เพื่อกั้นแม่น้ำหมินและจัดการระบบน้ำในที่ราบสูงเฉิงตู
ระบบชลประทานตูเจียงเอี้ยนเป็นภูมิปัญญาอีกประการหนึ่งของชาวจีน ที่สะสมงานด้านก่อสร้างและต่อสู้กับธรรมชาติมากว่า 5,000 ปี ด้วยความพยายามที่จะเอาชนะธรรมชาติให้ได้ โดยเฉพาะการบังคับ “น้ำ” ชาวจีนเชื่อว่า ผู้ใด กำหนดน้ำได้ ผู้นั้นปกครองประเทศได้ ผลงานวิศวกรรมของชาวจีน ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามนั้นตั้งแต่ยุคโบราณ นั่นคือ เขื่อนตูเจียงเอี้ยน ที่เมืองตูเจียงเอี้ยน ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก เมื่อปี ค.ศ.1999 ถ้านับอายุแล้ว เขื่อนนี้สร้างมากกว่าสองพันปี ตั้งแต่ยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ แสดงถึงความก้าวหน้าด้านงานโยธาโบราณที่ทดน้ำจากแม่น้ำหมินเจียงเข้าสู่ที่ราบมณฑลเสฉวน ปัจจุบันเขื่อนตูเจียงเอี้ยนยังคงใช้งานได้ดี ดังคำกล่าวที่ว่า “ทางเหนือมีกำแพงยักษ์ ทางใต้มีระบบชลประทานตูเจียงเอี้ยน 2 สิ่งมหัศจรรย์ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน”

ผู้ออกแบบก่อสร้าง คือ ท่านหลีปิง ผู้ปกครองมณฑลเสฉวนขณะนั้น ท่านเจ้าเมืองได้เดินทางไปตรวจดูงานในเมืองเฉินตู   พบว่าเมืองนี้มีความอุดมสมบูรณ์มาก แต่มักจะเกิดภัยน้ำท่วม ปริมาณน้ำในฤดูน้ำหลาก ไหลบ่าท่วมไร่นาเสียหาย ท่านจึงเกิดความคิดที่จะบรรเทาทุกข์ชาวบ้าน ด้วยการสร้างเขื่อนแบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ตามลักษณะการใช้งานในแนวคิดแบบ “จระเข้ขวางคลอง” คือ ส่วนหัวเขื่อนเปรียบเสมือนปากจระเข้ กลางเขื่อนคือลำตัวจระเข้ และท้ายเขื่อนคือหางจระเข้นั่นเอง เมื่อเกิดแรงปะทะของสายน้ำที่ปากจระเข้ ปากจระเข้จะแบ่งน้ำออกเป็นสองสาย ส่วนหนึ่งระบายน้ำเข้าสู่เมืองเฉินตู อีกส่วนหนึ่งจะไหลออกไปนอกเมือง น้ำที่ไหลเข้าเมืองนี้จะเพียงพอสำหรับใช้ในการเกษตร ส่วนลำตัวและหางจระเข้นั้นมีหน้าที่ระบายดินทรายและหิน ที่มากับสายน้ำให้เหลืออุดตันเขื่อนให้น้อยที่สุด
 

ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า / Sichuan Giant Panda Sanctuarie

panda01
 
 
ศูนย์อนุรักษ์หมีแพนด้า ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน เป็นสถานที่เพาะพันธุ์และบ้านของหมีแพนด้ากว่าร้อยละ 30 ของหมีแพนด้าทั่วโลก และเป็นบ้านเกิดของช่วงช่วง-หลินฮุ่ย หมีแพนด้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่บ้านเรา หมีแพนด้าเป็นสัตว์ที่พบได้เฉพาะประเทศจีน และเป็นสัตว์คุ้มครอง หมีแพนด้าใช้เวลาส่วนใหญ่กับการนอน แต่ถ้าตื่นขึ้นมาก็จะกินทันที จัดเป็นสัตว์กินจุโดยสามารถกินต้นไผ่ได้วันละ 50 กก. ศูนย์อนุรักษ์มีพื้นที่รทั้งหมด 9,245 ตร. กม. กินอาณาบริเวณ 7 เขตอนุรักษ์ธรรมชาติ และ 9 อุทยานภูมิทัศน์ ศูนย์อนุรักษ์แพนด้าเสฉวน ยังเป็นบ้านของสัตว์ใกล้ศูนย์พันธุ์หลากหลายสายพันธุ์อื่นๆ เช่น เสือดาวหิมะ เสือลายเมฆ และแพนด้าแดงอีกด้วย นอกจากนั้นแล้วยังเป็นสถานที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชพันธุ์นานาชนิด ประมาณ 5,000 ถึง 6,000 สปีชีส์ และคาดว่ามีความใกล้เคียงกับป่ายุคเทอร์เชียร์

ในปัจจุบันนี้ ทางการจีนคาดการณ์ว่าจำนวนหมีแพนด้าที่อยู่ในป่าของประเทศจีนมีเพียงประมาณ 1,590 ตัว และอีกประมาณ 239 ตัวที่ได้รับการดูแลอยู่ในศูนย์อนุรักษ์ในประเทศจีน ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2527 ทั่วโลกเริ่มตระหนักว่า แพนด้าเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ เนื่องจากแพนด้าถูกลอบยิงและการสูญเสียป่าไผ่ ได้คุกคามชีวิตของแพนด้ามาก ณ วันนี้ตลาดฮ่องกง ไต้หวันและญี่ปุ่นซื้อขายหนังแพนด้าในราคาสูงถึง 500,000 บาท เงินมหาศาลเช่นนี้ได้ทำให้คนบุกรุกเข้าไปในที่ที่มันอาศัยอยู่ การตัดป่าไผ่ การสร้างบ้านพักที่ระเกะระกะทำให้ป่าถูกแยกออกเป็นส่วนๆ เมื่อเนื้อที่ป่าถูกจำกัดการผสมพันธุ์ตามธรรมชาติจึงน้อยลง ศูนย์อนุรักษ์แพนด้าเสฉวนได้จดทะเบียนเป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 30 เมื่อปี พ.ศ. 2549 ที่กรุงวิลนีอุส ประเทศลิทัวเนีย
 

อุทยานแห่งชาติหวงหลง / Huanglong

huanglong_3
huanglong01
wh028a
 
"มังกร" ถือเป็นภูมิทัศน์เอกของอุทยานแห่งนี้ จากยอดเขาเสวี่ยเป๋าติ่ง ด้วยความสูง 5,588 เมตร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งนี้ ธารน้ำแข็งไหลผ่านแนวสันเขาหินปะการังสีทองลงมา กลายเป็นน้ำตกน้อยใหญ่ เมื่อถึงไหล่เขา ณ ความสูงราว 3,100 –3,600 เมตรได้กลับมารวมกันที่โตรกธารหวงหลงอีกครั้ง เกิดเป็นสระมรกตหลากสีสันกว่า 3,000 สระ บ้างมีขนาดใหญ่โตนับพันตารางเมตร บ้างก็มีขนาดเพียงไม่กี่ตารางเมตร บ้างลึกบ้างตื้นทับซ้อนกัน เป็นระยะทางกว่า 3.6 กิโลเมตร เมื่อแหงนมองขึ้นไปก็จะเห็น‘มังกรเหลือง’ที่ลดเลี้ยวขึ้นสู่หมู่เมฆบนยอดเขาหิมะ และเมื่อก้มมองเบื้องล่างก็จะพบกับ ‘สระสวรรค์ในแดนดิน’ทอดตัวอย่างสงบท่ามกลางขุนเขาและแมกไม้

อุทยานแห่งชาติหวงหลง อยู่ในอำเภอซงพันในเขตปกครองตนเองของชนเผ่าทิเบตอาป้าและเผ่าเชียง ทางตอนเหนือของมณฑลซื่อชวน (เสฉวน)ของจีนติดต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติจิ่วไจ้โกว ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,340 ตารางกิโลเมตร บนความสูงกว่าระดับน้ำทะเล 3,000 – 5,588 เมตร ประกอบด้วยหุบเขาหวงหลง ช่องแคบหว่างเขาตันหยุน สันเขาหิมะ ยอดเขาหิมะเส่ป่า ผางามหงซินหยง หุบเขาตะวันตกซีโกว หยดถ้ำมังกรติสุ่ย รวม 7 ส่วนด้วยกัน มีเนื้อที่ทั้งหมด 700 ตารางกิโลเมตร

เมื่อถึงสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368 – 1644) ได้มีการก่อสร้างวัดหวงหลงขึ้น เพื่อเซ่นไหว้มังกรเหลือง แต่นั้นมา ความงดงามเป็นเอก ของธารน้ำหวงหลงจึงได้อวดสู่สายตาของชาวโลก จุดชมวิวที่สำคัญอยู่ที่หุบผามังกรเหลือง ซึ่งอยู่หลังวัด จะมีสระขนาดใหญ่เป็นขั้นบันได สลับกับน้ำสีเหลืองจากตะกอนแคลเซียมและเกสรดอกไม้ อยู่บนฉากหลังที่เป็นป่าสน เขาหิมะ น้ำตก ซึ่งเกิดจากธรรมชาติสรรสร้างอย่างวิจิตรพิสดาร เมื่อมองจากด้านบนจะดูเหมือนมังกรสีเหลืองขนาดมหึมา จนได้ชื่อว่า "หวงหลง" (มังกรเหลือง) หวงหลงถูกจัดเป็นมรดกโลกในปี 1992 และต่อมาปี 2000 ก็ขึ้นทำเนียบเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าของโลก และเขตท่องเที่ยว และได้ขึ้นอันดับเป็นจักรวาลสีเขียวแห่งศตวรรษที่ 21 ในปี 2002

โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ของหวงหลงมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ โดยตั้งอยู่บนขอบวงบรรจบของพื้นที่ทางธรณีวิทยาที่แตกต่างกันถึง 3 ลักษณะ ได้แก่ เขตที่ราบสูงของลุ่มน้ำแยงซี เขตทุ่งหญ้าซงพัน และเขตเทือกเขาฉินหลิ่ง (เส้นแบ่งเหนือใต้ทางธรรมชาติของจีน) นอกจากนี้ ยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างเขตที่ราบสูงชิงจั้งในทิเบตและที่ราบต่ำในเสฉวน ก่อให้เกิดภูมิทัศน์แบบขั้นบันได ทับซ้อนกันเป็นชั้นๆ ลักษณะทางธรณีวิทยาดังกล่าว ส่งผลให้หวงหลงกลายเป็นช่วงแนวเขาสุดท้ายและเป็นแหล่งชุมนุมของบรรดาเทือกเขาสูงจากภาคตะวันตก ก่อนจะเข้าสู่เขตที่ราบลุ่มภาคกลางของจีน ก่อเกิดเป็นทัศนียภาพที่น่าตื่นใจของ หุบเหวลึกนับพันเมตร ยอดเขาสูงชันที่ปกคลุมด้วยหิมะตลอดปี โตรกธารน้ำแข็งนับร้อยพันสายที่เลาะเลี้ยวไปตามหุบเขาทุกหนแห่ง อันเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญ 3 สายของจีน ได้แก่ ลำน้ำฝูเจียง หมินเจียง และเจียหลิง (ก่อนบรรจบกันเป็นแม่น้ำแยงซีเกียง) นอกจากนี้ ความแตกต่างที่มาบรรจบกัน ยังส่งผลให้สภาพภูมิอากาศและพืชพันธุ์สัตว์ป่าที่อาศัยในถิ่นนี้ มีการผสมผสานกันระหว่างเขตเหนือใต้ อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่แปลกตาหายากอีกด้วย ระหว่างเส้นทางธรรมชาตินี้ ยังมีแนวหินปะการังที่เกิดจากการสะสมของแคลเซี่ยมหรือหินคาร์สท์ (Kast) ที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดในโลก ปกคลุมอยู่ตลอดแนวสันเขา ผ่านเส้นทางของน้ำตกสายต่างๆ บ้างกลายเป็นสระน้อยใหญ่ ที่รองรับน้ำใสเย็น แล้วส่งผ่านลงมาเป็นชั้นๆ อันเป็นสัญลักษณ์เลื่องชื่อของอุทยานแห่งนี้
อุทยานแห่งชาติหวงหลง มรดกโลกทางธรรมชาติ ปีค.ศ. 1992
 

อุทยานแห่งชาติ จิ่วไจ้โกว / Jiuzhaigou Valley

jiu01
tv_sichuan_jiu_01
 
อุทยานแห่งชาติ จิ่วไจ้โกว หรือที่ชาวตะวันตกเรียกขานกันในนาม ‘ดินแดนแห่งเทพนิยาย’ ตั้งอยู่ในพื้นที่จิ่วไจ้ หรือ อำเภอหนันผิง เขตปกครองตนเองของชนเผ่าทิเบตและเผ่าเจียงมณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉินตูทางทิศเหนือประมาณ 440 กม. ซึ่งปัจจุบันมีเที่ยวบินจากสนามบินชวงหลิว นครเฉินตูไปสนามบินจิ่วไจ้โกว ใช้เวลาบินประมาณ 40 นาที ขณะที่การเดินทางผ่านเส้นทางขุนเขาที่คดเคี้ยว ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ท่ามกลางหุบเขาที่ทอดตัวคดเคี้ยวไปมา โตรกธารลดเลี้ยวผ่านผาสูงและน้ำตกขนาดใหญ่ ก่อเกิดเป็นทิวทัศน์อันตระการตาโดดเด่นด้วยสีสันของภาพภูมิทัศน์โดยรอบ ‘น้ำ’ ถือเป็นจุดดึงดูดที่สุดในบรรดาสุดยอดความงามของทิวทัศน์จิ่วไจ้โกว ทั้งในด้านรูปลักษณ์ สีสัน ความหลากหลาย อีกทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงามยิ่งใหญ่ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อเลื่องลือระดับชาติของจีน

หากไปจิ่วไจ้โกวในช่วงฤดูหนาว จะเห็นธารน้ำตกแข็งตัว ทะเลสาบสีน้ำเงินผนึกตัวเป็นแผ่นน้ำแข็ง และหิมะปกคลุมยอดเขาและป่าไม้ ดูแปลกตาไปอีกแบบ ปัจจุบัน รัฐบาลจีนได้อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมจิ่วไจ้โกวทั้งฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาวแล้ว โดยได้จัดทำบันไดไม้ปูลาดเป็นทางยาวเลียบไปกับสายน้ำยาว 49 กม. ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมธรรมชาตอย่างใกล้ชิด อีกทั้งได้จัดรถบัสไว้บริการรับส่งนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสะดวกสบายในการเข้าชมอุทยานทะเลสาบที่งดงามของจิ่วไจ้โกวที่ไม่ควรพลาดชม คือ ทะเลสาบยาว ทะเลสาบ 5 สี ทะเลสาบหมีแพนด้า ทะเลสาบไม้ไผ่ ทะเลสาบนกยูง ทะเลสาบเสือ ส่วนน้ำตกที่ผมได้ไปชม คือ น้ำตกฝั่งไข่มุก น้ำตกซู่เจิ้น

จิ่วไจ้ หมายถึง 9 หมู่บ้าน โกว หมายถึง อุทยานแห่งชาติ เนื่องจากมีชนกลุ่มน้อยชาวทิเบตตั้งบ้านเรือนอยู่ 9 หมู่บ้าน แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 3 หมู่บ้าน จิ่วไจ้โกว มีเนื้อที่ทั้งหมด 720 ตร.กม. มีลักษณะเป็นหุบเขามหึมา มีทะเลสาบ น้ำตก และสระน้ำธรรมชาติอยู่เรียงราย ว่ากันว่า สุดยอดความงามของขุนเขาต้องไปดูที่เมืองกุ้ยหลิน มณฑลกว่างสี แต่ถ้าเป็นสุดยอดของความงามของสายน้ำ ทะเลสาบ ต้องจิ่วไจ้โกว ซึ่งความงดงามของสายน้ำที่จิ่วไจ้โกว เกิดจากการสะสมของธาตุแคลเซี่ยมผสมกับซากพืชซึ่งจมอยู่ใต้ท้องน้ำ ทำให้ทะเลสาบและน้ำตกสวยสดใสแปลกตา
 

ไห่โหลวโกว / Hailuogou Glacier Park

tv_hailuogou
tv_hailuogou_2
 
ไห่โหลวโกว เป็นกลุ่มธารน้ำแข็งที่มีธารน้ำแข็งใกล้กับเส้นศูนย์สูตรที่สุด มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเลต่ำมากที่สุดและมีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจีน โดยมีธารน้ำแข็งใหญ่เล็กทั้งหมด 110 กว่าสาย สายที่ใหญ่ที่สุดกว้างประมาณ 1,100 เมตร ดูเหมือนน้ำตกน้ำแข็งที่ไหลเชี่ยวกรากลงมาจากท้องฟ้าอย่างน่าอัศจรรย์
ไห่โหลวโกว (Hailuogou Glacier Park) เป็นวนอุทยานธารน้ำแข็งแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในอำเภอหลู่ติ้ง (Luding) ปกครองตนเองชนชาติทิเบตกานจือ มณฑลเสฉวน ห่างจากนครเฉิงตูประมาณ 319 กิโลเมตร ห่างจากเมืองคังติ้งประมาณ 105 กิโลเมตร
ไห่โหลวโกว เกิดจากลำห้วยที่มีน้ำแข็งเคลื่อนตัวละลายทางด้านตะวันออกของภูเขาก้งก่า ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 7,556 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของเทือกเขาเหิงต้วน และธารน้ำแข็งที่ละลายก็จะไหลลงสู่แม่น้ำโม่ซีเหอซึ่งเป็นสาขาของแม่น้ำต้าตู้เหอ
อุทยานธารน้ำแข็งธรรมชาติแห่งนี้เป็นภูเขาหิมะที่สูงสง่า มีบ่อน้ำพร้อน สัตว์ป่าและพรรณไม้นานาชนิด รวมทั้งพืชสมุนไพรจีนโซนหนาวอีกด้วย

ไห่โหลวโกว ถูกนิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกแห่งประเทศจีนยกย่องให้เป็น 1 ใน 6 ธารน้ำแข็งที่สวยที่สุดของจีน ที่นี่มีน้ำพุร้อนที่มีแรงเสน่ห์ดึงดูดคู่รักและครอบครัว มีป่าดิบที่คงสภาพดั้งเดิมอย่างดีที่สุด มีป่าธรรมชาติมากพอเทียบกับเกาะแทสเมเนียของประเทศ ออสเตรเลีย มีน้ำตกไหลจากเขาสูงและมีขนบธรรมเนียม ประเพณีของชนเผ่าที่แปลกตาน่าสนใจ

ไห่โหลวโกว ที่นี่มีป่าต้นไม้ใบกว้างแบบสิบสองปันนา มีป่าต้นสนภูเขาแบบภูเขาฉางไป๋ซานบบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีป่าต้นเบิร์ชแบบที่ราบสูงภาคตะวันตกเฉียงเหนือของจีน มีน้ำพุร้อนหลั่งไหลพลั่งพรูออกปรากฏการณ์ธารน้ำแข็ง ภูเขาหิมะและน้ำพุร้อนอยู่ในพื้นที่เดียวกัน น้ำตกน้ำแข็งที่ไห่โหลวโกวเป็นน้ำตกน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ได้ค้นพบมา ยังเป็นหนึ่งในน้ำตกน้ำแข็งที่มีระดับต่างในการลดลงของน้ำมากที่สุดของโลกด้วย

 

ซื่อกูเหนียงซาน หรือ ภูเขาสี่นารีสาว / Mount Siguniang

siguniangshan
 
 
ซื่อกูเหนียงซาน หรือ เขาสี่นารีสาว ตั้งอยู่ระหว่างเขตปกครองตนเองของชาวเผ่าทิเบตในอำเภอเมืองจินเสี้ยน และอำเภอเมืองเหวินชวนเสี้ยน เป็นยอดเขาสูงสุดที่เกิดจากผิวโลกทรุดตัวของเทือกเขาฉุงไหล ตั้งสง่าอยู่บนยอดเขาเรียงรายเป็นหน้ากระดานเป็นระยะทาง 3.5 กิโลเมตร (สูงกว่าระดับน้ำทะเล) ด้านตะวันออกของซื่อกู่เหนียงซันเป็นแม่น้ำหมินเจียงอันเชี่ยวกราก ตะวันตกมีแม่น้ำต้าตู้เหอที่เต็มไปด้วยอันตรายทางธรรมชาติ ภายในหุบเขา อากาศอบอุ่นชุ่มชื้นด้วยลมฝน ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ธารน้ำใสสะอาด บนภูเขาปกคลุมด้วยหิมะน้ำแข็งทั้งปี พืชพันธุ์และสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์ เป็นอุทยานสงวนพันธุ์ไม้และสัตว์ป่า เช่น หมีแพนด้าและอื่นๆ เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นอุทยานเปิดให้ชาวต่างชาติมาเล่นกีฬาเช่นไต่เขา
 

คังติ้ง มู่เคอโช่ / Kangding Mugecuo

mugecuo
 
 
คำว่ามู่เคอโช่ แปลว่า “ทะเลสาบคนป่า” ในภาษาทิเบต ตั้งอยู่ตรงรอยแตกที่เกิดจากการทรุดตัวของเปลือกโลก ด้านตะวันตกของเทือกเขาน้ำแข็ง เป็นเขตชมวิวยาว 35 กิโลเมตร กว้าง 10 เมตร ในเนื้อที่ 350 ตารางกิโลเมตร มีความสูง 3,200-3,700 เมตร (สูงกว่าระดับน้ำทะเล) เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอย่างวิจิตรพิสดารเสมือนเทพนิยายพื้นบ้านอันมีชิวิตชีวา ซึ่งเต็มไปด้วยวัฒนธรรมพื้นเมืองพร้อมทั้งมีบ่อน้ำร้อนมากมาย ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ น้ำตก ดงดอกนกแขกเต้า หินงาม ผาสวย และอุดมไปด้วยพืชพันธุ์และสัตว์ป่าในพื้นที่เดียวกัน เป็นสถานที่รวมการเที่ยวชม พักผ่อน พักร้อนและเป็นที่ที่มีศักยภาพเพื่อการศึกษาค้นคว้า วิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างสมบูรณ์แบบ เขตทิวทัศน์มู่เคอโช่ ห่างจากเมืองคังติ้ง 31 กิโลเมตร มีถนนรถยนต์สามารถเข้าสู่เขตท่องเที่ยวอย่างสะดวก เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ท้าทาย และคอยผู้สนใจมาบุกเบิก จุดที่น่าสนใจมีทะเล 7 สี บ่อน้ำร้อนสระยารักษาโรค หุบเขาดอกนกแขกเต้า ทะเลสาบต้าไห่จื่อ
 
 
 
 
company_profile thai chinese english